Bill Holst เจ้าพ่อจำเป็นธุรกิจค้า ‘คาเวียร์’ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Forbes Life
  • People >
  • Bill Holst เจ้าพ่อจำเป็นธุรกิจค้า ‘คาเวียร์’

Bill Holst เจ้าพ่อจำเป็นธุรกิจค้า ‘คาเวียร์’

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
04 Apr 2019 | 9:28 am 5526

ไข่ปลาคาเวียร์ซึ่งเป็นสุดยอดปรารถนาในโลกนี้ไม่ได้ผลิตในรัสเซีย หากแต่ผลิตในประเทศจีน โดยชายผู้เป็นเจ้าของธุรกิจค้าของเก่าใน Wisconsin อย่าง Bill Holst

Bill Holst วัย 69 ปี เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดรุ่นที่ 3 ซึ่งเริ่มธุรกิจค้าเศษเหล็กนี้เมื่อ 12 ปีก่อน สวมกางเกงยีนส์นั่งอยู่ด้านใน “ผมมองเห็นมูลค่าในสิ่งที่คนอื่นมองว่าไม่มีคุณค่า ผมเป็นมากกว่าคนที่กล้าได้กล้าเสีย” Holst กล่าว

คำพูดดังกล่าวอธิบายถึงธุรกิจจากต่างแดนอีกธุรกิจหนึ่งของ Holst ได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ Hangzhou Qiandaohu Xunlong Sci-Tech ซึ่งเป็นฟาร์มปลาสเตอร์เจียนขนาดใหญ่โต และบริษัทแปรรูปคาเวียร์ซึ่งอยู่ห่างจากทะเลสาบที่ขุดขึ้นในภาคตะวันออกของประเทศจีนไป 7,000 ไมล์

ปัจจุบัน Hangzhou เป็นบริษัทผลิตคาเวียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครองส่วนแบ่งตลาดทั่วโลก 30% และคาดว่าจะทำรายได้มากถึง 35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีนี้ Holst ถือครองกรรมสิทธิ์ในธุรกิจเงินร่วมลงทุนดังกล่าวราว 24% และเป็นผู้ลงทุนรายบุคคลใหญ่ที่สุดของบริษัท (รวมถึงเป็นนักลงทุนชาวอเมริกันเพียงรายเดียวด้วย)

เป็นเวลานาน 2 ทศวรรษที่ Holst ทำฟาร์มปลาสเตอร์เจียนในประเทศฮังการีและเยอรมนี และจำหน่ายคาเวียร์ภายใต้แบรนด์ Desietra ธุรกิจในยุโรปของ Holst ทำรายได้ได้ 8 ล้านเหรียญในปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดี Hangzhou เป็นเหมือนขุมทรัพย์ของ Holst ในช่วง 2 ทศวรรษนับตั้งแต่ที่ตลาดโลกห้ามจำหน่ายคาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียนที่เติบโตตามธรรมชาติในรัสเซียและอิหร่าน ฟาร์ม Hangzhou จึงกลายเป็นผู้ผลิตคาเวียร์ซึ่งเป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก

คาเวียร์แบรนด์ Kaluga Queen จากฟาร์มปลาสเตอร์เจียนในจีน

ปัจจุบันคาเวียร์จากฟาร์มดังกล่าวซึ่งวางจำหน่ายภายใต้ชื่อแบรนด์ Kaluga Queen มีการจัดส่งให้กับร้านอาหารที่ได้รับรางวัลหลายร้อยแห่ง ซึ่งรวมถึงภัตตาคารที่ได้รับ Michelin 3 ดาว จำนวน 22 แห่ง จากทั้งหมด 28 แห่ง ในประเทศฝรั่งเศส และ Eleven Madison Park ใน New York City อีกด้วย

Hangzhou ยังเป็นซัพพลายเออร์ค้าส่งรายสำคัญของแบรนด์คาเวียร์สุดหรูหลายต่อหลายแบรนด์ อย่างเช่น Petrossian และ Caviar House แม้แต่คาเวียร์ของเชฟ Thomas Keller ซึ่งจำหน่ายปลีกภายใต้ชื่อแบรนด์ Regiis Ova

“ฟาร์มในจีนแห่งนั้นมีคาเวียร์ซึ่งมีคุณภาพยอดเยี่ยมที่สุด” เชฟ Eric Ripert ผู้รังสรรค์เมนูอาหารทะเลเลิศรสราคา 160 เหรียญประจำภัตตาคาร Le Bernardin จำหน่ายคาเวียร์ในราคา 155 เหรียญต่อออนซ์เป็นเครื่องเคียง “ไข่ปลาจากแหล่งนี้รสชาติไม่เค็มเกินไป ไม่ขม ไม่มัน และมีคุณภาพดีเกือบเทียบเท่ากับคาเวียร์จากธรรมชาติที่เคยมีจำหน่ายในท้องตลาด…”

ราบเรียบและราบรื่น: ทะเลสาบ Qiandao Lake ในจีนซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนที่ผลิตคาเวียร์สำหรับแบรนด์ Kaluga Queen

Holst เองก็มีเส้นทางชีวิตที่เหมือนกับรถไฟเหาะ ซึ่งได้ชักนำเขาเข้าสู่ธุรกิจคาเวียร์ เขาลาออกจากมหาวิทยาลัยในปี 1968 มาทำงานกะดึกในโรงงานผลิตฉนวนกันความร้อนแลกกับค่าแรงชั่วโมงละ 2 เหรียญ เมื่ออายุ 22 ปี Holst เริ่มทำธุรกิจรับปรับโครงสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ซึ่งนำไปสู่การซื้อเหมืองแห่งหนึ่งในช่วงปลายทศวรรษ 1970 เพื่อขุดทรายและหินกรวดมาใช้งาน

ภายในปี 1995 Holst เป็นเจ้าของเหมือง 11 แห่งโดยหนึ่งในนั้นมีทะเลสาบและน้ำพุซึ่ง Holst ใช้เลี้ยงปลาและทำเป็นบ่อตกปลาสำหรับลูกทั้งสองคน เพื่อนคนหนึ่งของ Holst ซึ่งอาศัยอยู่ใน St. Paul และเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนในโรงรถเป็นงานอดิเรก ได้แนะนำให้เขารู้จักกับคนท้องถิ่นในแคนาดาคนหนึ่งซึ่งขายปลาให้กับเขา Holst ค้นพบว่าตัวเขามีความสามารถพิเศษในการเลี้ยงปลาให้เติบโตและแข็งแรงได้ดี

ในปี 1999 เพื่อนคนเดิมทราบข่าวว่ามีฟาร์มปลาสเตอร์เจียนที่ล้มละลายแห่งหนึ่งในฮังการีประกาศขายกิจการ Holst ซึ่งไม่เคยลิ้มรสคาเวียร์มาก่อนและแทบไม่เคยเดินทางออกนอกสหรัฐฯ ยินยอมบินไป Budapest หอบกระเป๋าเอกสารบรรจุเงินสด 10,000 เหรียญสำหรับโน้มน้าวเจ้าหน้าที่ให้ตกลงขายฟาร์มแห่งนั้น รัฐบาลฮังการีตกลงขายในราคา 200,000 เหรียญ Holst จ่ายทั้งหมดด้วยเงินสด

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Forbes Thailand Magazine (@forbesthailand) on

Holst อธิบายว่าการเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนจำเป็นต้องใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่าง ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่มีความเฉพาะเจาะจงอย่างมาก อย่างเช่นวิธีการเลี้ยงดูปลาสเตอร์เจียนเพศเมีย ซึ่งถ้าหากว่าปลามีน้ำหนักตัวมากเกินไปแม้เพียงนิดเดียวรังไข่ของปลาตัวนั้นก็จะไม่สามารถผลิตไข่ได้

หลังจากนั้นนักลงทุนชาวจีนกลุ่มหนึ่งได้ทาบทามให้ Holst เริ่มก่อตั้งบริษัทผลิตคาเวียร์แห่งแรกในประเทศจีน นักลงทุนกลุ่มนี้มีฟาร์มปลาสเตอร์เจียนขนาดเล็กซึ่งผลิตเนื้อปลาจำหน่ายอยู่แล้ว แต่ยังขาดเงินลงทุนและความเชี่ยวชาญในการขยายธุรกิจไปสู่การผลิตคาเวียร์ ซึ่ง Holst ตอบตกลง

ภายในปี 2016 Hangzhou ได้กลายเป็นบริษัทผลิตคาเวียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยผู้ผลิตคาเวียร์รายใหญ่เป็นอันดับที่ 2 มีกำลังผลิตเพียง 1 ใน 4 เมื่อเปรียบเทียบกับ Hangzhou ในปีที่แล้วความสามารถในการผลิตคาเวียร์ของ Hangzhouเพิ่มขึ้น 40% และสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตได้มากขึ้นอีก 30% แล้วในปีนี้

“ในช่วงที่ผมเดินทางไปต่างประเทศและเริ่มต้นธุรกิจคาเวียร์ ผู้คนคิดกันว่าผมเป็นคนที่เซ่อซ่าที่สุดในโลก” Holst กล่าว พร้อมกับเสริมว่าเขาไม่ได้รับประทานคาเวียร์ที่ผลิตเองมากเท่าใดนัก ไม่มีคาเวียร์สักกระป๋องภายในบ้าน 5 ห้องนอนหลังกะทัดรัดซึ่งอยู่ท่ามกลางเรือกสวนไร่นา และเป็นที่พำนักอาศัยของเขากับ Nancy แฟนสาวที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมายาวนาน “เราสองคนไม่ใช่คนที่พิถีพิถันมากนัก เราชอบความเรียบง่าย” Holst กล่าว

 

เรื่อง: Chloe Sorvino
เรียบเรียง: ริศา


คลิกอ่านบทความฉบับเต็มของ “เจ้าพ่อจำเป็นธุรกิจค้าคาเวียร” ได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมีนาคม 2562 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP