สมโภช ชวาลเวชกุล "สก๊อต" ท้าชนยักษ์ข้ามชาติ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

สมโภช ชวาลเวชกุล “สก๊อต” ท้าชนยักษ์ข้ามชาติ

พรพรรณ ปัญญาภิรมย์

กว่า 36 ปีของการผนึกกำลังระหว่างพี่น้องตระกูลชวาลเวชกุล เพื่อเปิดศึกกับบิ๊กแบรนด์เจ้าตลาดซุปไก่สกัด ด้วยความร่วมแรงร่วมใจพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างความแตกต่าง พร้อมแตกไลน์สก๊อตจากสุขภาพถึงความงาม ผงาดรังนกสัญชาติไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก สู่เป้าหมาย Healthy and Beauty ประกาศนามในแดนมังกร

การวางเดิมพันครั้งสำคัญที่เปลี่ยนแปลงชีวิตลูกคนจีนในแผ่นดินไทยสู่พี่น้องนักธุรกิจสายเลือดนักสู้ที่กล้าลงสนามเผชิญหน้ากับบริษัทต่างชาติยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดเป็นเวลายาวนาน ด้วยความเพียรพยายามหาช่องว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ สก๊อตให้ตอบโจทย์ความต้องการและปรับแต่งอาวุธทางการตลาดให้ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว

สก๊อต เป็นธุรกิจครอบครัว โดยพี่น้อง 6 คน มาทำธุรกิจ 4 คน เนื่องจากพี่ชายคนโต (สมชาย) เป็นแพทย์ ไม่ได้ร่วมธุรกิจ และพี่สาว (สุมาลี) แต่งงานออกไป ซึ่งจุดเริ่มธุรกิจเกิดจากพี่ชายที่เป็นเภสัชกรคิดว่าสินค้าเพื่อสุขภาพน่าจะไปได้ดี โดยขณะนั้นมีคู่แข่งซุปไก่สกัดยี่ห้อเดียว เรียกว่าเกือบจะเป็น monopoly พวกเราเห็นโอกาสนั้นจึงใช้ความวิริยะอุตสาหะพัฒนาขึ้นมาถึงวันนี้

สมโภช ชวาลเวชกุล กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สก๊อตอินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงระลึกถึงการเริ่มต้นบริษัทในปี 2526 นับตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ด้วยความตระหนักในการมีส่วนร่วมกับครอบครัวในฐานะบุตรคนสุดท้ายของชวาลเวชกุล โดยได้รับมอบหมายให้นำทัพการตลาดและสร้างชื่อให้สก๊อตตั้งแต่วันแรก

 

เปิดตำนานสร้างชื่อ

สี่พี่น้องต่างสาขาอาชีพทั้งเศรษฐศาสตร์เภสัชกร บัญชี และวิศวโยธาสามารถแปรเปลี่ยนความรู้และความถนัด พร้อมแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ ด้านโรงงาน การขาย การเงินและการตลาด โดยมีสมศักดิ์ (พี่ชายคนที่ 2) สำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส และสมบูรณ์ (พี่ชายคนที่ 3) สำเร็จการศึกษาด้านเภสัชศาสตร์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกลุ่มบริษัท สมเกียรติ (พี่ชายคนที่ 5) สำเร็จการศึกษาด้านบัญชีและ MBA ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำานวยการอาวุโส รวมถึงสมโภชสำเร็จการศึกษา MBA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมขับเคลื่อนสร้างการเติบโตทางธุรกิจร่วมกัน

สมโภช ชวาลเวชกุล

เราเป็นบริษัทคนไทยที่ไม่มีชาวต่างชาติมาร่วมตั้งแต่แรก แต่อาจจะถูกเข้าใจผิดเพราะการใช้ฝาขวดจากสวีเดน โดยเมื่อก่อนเราพยายามหาช่องว่างของคู่แข่ง และพบว่าฝาขวดของคู่แข่งเป็นเข็มขัดรัดและเปิดยากมาก ทำให้ผู้บริโภคกลัวที่จะเข้ามาในผลิตภัณฑ์นี้ เราจึงพัฒนาใช้ฝาแบบดึงและเปิดขึ้น เพื่อให้ง่ายต่อการบริโภค รวมถึงการตลาดของเราสมัยนั้นส่วนใหญ่เป็นลูกครึ่ง เช่น ลาตินอเมริกาหรือแถบอเมริกาใต้ ทำให้ภาพลักษณ์ของเราไปทางต่างประเทศ

พัฒนาการสำคัญที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้สก๊อตสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน เริ่มขึ้นในปี 2533 หลังจากครอบครัวชวาลเวชกุลเล็งเห็นโอกาสต่อยอดธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์รังนก พร้อมเปิดสมรภูมิธุรกิจใหม่ที่สามารถแข่งขันได้ด้วยการสร้างจุดขายให้ชัดเจน โดยสมโภชเป็นผู้วางกลยุทธ์ให้บริษัทจากผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม หรือ healthy and beauty ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์โลก โดยมุ่งเน้นคอนเซปท์ความอ่อนเยาว์ (young forever) ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มสุขภาพและความงามให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ผลิตภัณฑ์รังนกสูตรต้นตำรับยังครองยอดจำหน่ายสูงสุดทั้งไทยและจีน แต่สูตรไม่มีน้ำตาลเริ่มได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคไทยมากขึ้นจากเทรนด์สุขภาพ

เราเริ่มจากตลาดซุปไก่สกัด ซึ่งความจริงเป็นตลาดที่ยากมาก เพราะคู่แข่งเป็นบริษัทข้ามชาติ และมีเงินลงทุนจำนวนมาก เราจึงมองว่า ถ้าเป็นสินค้าใหม่น่าจะมีโอกาสมากกว่า ทำให้เราโดดเข้าไปตรงนั้น และสามารถทำได้ดีจากส่วนแบ่งทางการตลาดที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังสามารถสร้าง brand awareness ได้ดีเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่เป็นบริษัทข้ามชาติสมโภชกล่าวถึงความสำเร็จในการต่อยอดผลิตภัณฑ์กลุ่มรังนกที่สามารถช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดได้อย่างสูสีกับคู่แข่งระดับโลก

 

จัดทัพเสริมแกร่งธุรกิจ 3 ขา

แม้บริษัทจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แต่ครอบครัวชวาลเวชกุลยังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจนอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงาม สมโภชยังเชื่อในการกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงให้กับบริษัทด้วยการขยายธุรกิจให้ครบ 3 ขา ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์สก๊อตจำหน่ายในประเทศ และการส่งออกไปยังต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

สำหรับก้าวแรกในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2553 โดยสมโภชนั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีม สามเสน ด้วยงบลงทุน 1.2 พันล้านบาท ก่อสร้างสุพรีม คอมเพล็กซ์ ย่านสามเสนบนเนื้อที่ 5 ไร่ ซึ่งประกอบด้วย คอมมูนิตี้มอลล์ สำนักงานให้เช่า และห้องชุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา Urban Living @ Supreme Complex พร้อมย้ายสำนักงานของสก๊อตมายังสุพรีม คอมเพล็กซ์

เรามองว่าออฟฟิศเดิมเล็กไป ซึ่งการย้ายสถานที่พร้อมทั้งสร้างเป็นมิกซ์ยูสน่าจะทำให้เกิดรายได้และสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจ โดยในอนาคตเรายังไม่มีโครงการเพิ่ม เราขอทำตรงนี้ให้ดีที่สุดก่อน และน่าจะโฟกัสไปในด้านการส่งออก ซึ่งเราเห็นโอกาสที่จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น

ดังนั้น บริษัทจึงมุ่งให้ความสำาคัญกับการเพิ่มสัดส่วนรายได้การส่งออกเพื่อกระจายความเสี่ยง จากปัจจุบันที่มีผู้จัดจำหน่ายในกัมพูชา เมียนมา และลาว โดยได้รับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่นปี 2562 (Prime Minister’s Export Award : PM Award 2019) ซึ่งเป็นการรับรองคุณภาพผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกไทย ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการพัฒนาศักยภาพสินค้าไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

ตอนนี้สัดส่วนการส่งออกยังน้อยมากไม่ถึง 10% ถ้าคาดหวังอย่างน้อยควรให้เท่ากับเมืองไทย เพราะตลาดเมืองจีนใหญ่มากทุกวันนี้นักท่องเที่ยวจีนมาซื้อของเรา และนำกลับไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งเราอยากบุกตลาดที่นั่น เช่น เปิดสาขาหรือเปิดบริษัท แต่รัฐบาลจีนยังล็อกอยู่ โดยล่าสุด regulation ของเขาก็มาตรวจโรงงานของเราที่เมืองไทยช่วงต้นปี และน่าจะมีโอกาสผ่านได้เร็วๆ นี้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นขาที่ 2 เราจะแข็งแรงขึ้นเพราะการทำธุรกิจไม่ควรอยู่ที่ธุรกิจเดียวแต่ควรกระจายความเสี่ยง

สมโภชกล่าวถึงความท้าทายในการปรับตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงและการแข่งขัน โดยความท้าทายสำคัญที่สุดอยู่ที่การส่งผ่านธุรกิจครอบครัวให้กับรุ่นต่อไป ซึ่งเป็นการวางรากฐานธุรกิจให้แข็งแกร่งจากโครงสร้างภายใน เพื่อการเติบโตในระยะยาวด้วยการกำหนดหลักการร่วมกันในธรรมนูญของครอบครัวให้มีความชัดเจน เช่น การไม่ทำธุรกิจส่วนตัวทับซ้อนกับธุรกิจของครอบครัวและการไม่ขายหุ้นให้บุคคลภายนอก รวมถึงพิจารณาการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในอนาคต

แต่ละวันมีเรื่องท้าทายตลอด เราไม่เครียดกับมัน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเสมอ เป็นเรื่องปกติ เพียงแต่เราต้องเตรียมพร้อม ซึ่งขณะนี้พี่น้องที่ทำกันมา 36 ปีก็อายุมากขึ้น สิ่งที่ท้าทายคือ เราจะส่งต่อธุรกิจให้เจนต่อไปอย่างไร การทำธรรมนูญของครอบครัวเป็นเรื่องสำาคัญ ผมถือเป็นเจน 2 เป็นลูกคุณพ่อคุณแม่ที่มาจากเมืองจีน โดยเจน 3 เริ่มเข้ามาเป็นกำลังหลักให้เรา ซึ่งอาจจะไม่ใช่พี่น้องกัน แต่เป็นลูกพี่ลูกน้อง และต่อไปก็เป็นญาติเราจะวางรากฐานตรงนี้อย่างไรให้เป็นธุรกิจระยะยาว

 

อ่านเพิ่มเติม

 

ภาพ: กิตติเดช เจริญพร


คลิกอ่านฉบับเต็ม สมโภช ชวาลเวชกุล “สก๊อต” ท้าชนยักษ์ข้ามชาติ ได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนธันวาคม 2562 ได้ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP