Family Video เชนร้านเช่าวิดีโอรายสุดท้าย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

Family Video เชนร้านเช่าวิดีโอรายสุดท้าย

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
16 Jun 2017 | 11:50 am 2261

ห้าปีหลังจากที่เชนธุรกิจของ Blockbuster ล้มเหลว Keith Hoogland เจ้าของกิจการร้านเช่าวิดีโอ Family Video ที่มีสาขาถึง 750 แห่ง ยังคงยืนหยัดอยู่ในสายธุรกิจนี้

ณ Granite City รัฐ Illinois เมืองเงียบๆ ที่มีประชากร 29,000 คน ร้าน Family Video เพิ่งเปิดกิจการใหม่ ภายในร้านมี แผ่นดีวีดีให้เช่าเรียงราย ภาพยนตร์สองเรื่องในราคาเพียงหนึ่งเหรียญ และที่เครื่องคิดเงิน พนักงานเก็บเงินหน้าตายิ้มแย้มทักทายลูกค้าประจำด้วยการเรียกชื่อ

ใช่แล้ว ปีนี้คือปี 2017 แล้ว และร้านใน Granite City ก็ยังยืนหยัดอยู่ได้อย่างเหลือเชื่อ ธุรกิจที่คนส่วนใหญ่คิดว่าได้ล้มหายตายจากไปแล้วยังคงทำเงินได้อยู่ ความจริงแล้วธุรกิจของ Family Video “เข้มแข็งมากทีเดียว” Keith Hoogland เจ้าของ Family Video กล่าว

แผ่นดีวีดีที่เรียงรายในร้าน Family Video (Photo Credit: Rockford Construction)

Hoogland ได้ขยายธุรกิจของ Family Video จนเป็นเชนที่มีร้านสาขามากถึง 759 สาขา กระจายอยู่ใน 19 รัฐของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยกระจุกตัวอยู่ที่แถบ Midwest และ 90% ตั้งอยู่ในเขตชนบทของอเมริกา ยิ่งไปกว่านั้นเขายังวางแผนที่จะทำพิธีเปิดสาขาเพิ่มอย่างยิ่งใหญ่

เชน Family Video เริ่มต้นโดยบิดาของ Keith Hoogland ในปี 1978 จากนั้นธุรกิจได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดภายใต้การบริหารงานของ Keith รายได้ของ Family Video ไม่เพิ่มขึ้น และยังถือว่าลดลงเล็กน้อยด้วยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ช่วงเวลาหลายสิบปีที่ธุรกิจของเขาเจริญรุ่งเรืองก็ทำให้เขาสามารถเลือกใช้ชีวิตอย่างหรูหราได้ โดยเป็นเจ้าของเครื่องบินของบริษัทจำนวน 2 ลำ อสังหาริมทรัพย์หรูหราหลายแห่ง และมีทรัพย์สินสุทธิโดยประมาณ 400 ล้านเหรียญ

ผู้รอดชีวิต: Keith Hoogland เจ้าของร้าน Family Video ไม่เห็นด้วยกับความคิดของคนทั่วไปที่มองว่าธุรกิจเชนร้านเช่าวิดีโอในยุคนี้ไม่สามารถไปรอดได้

Hoogland พยายามอธิบายถึงวิธีการทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ เป็นเวลากว่าห้าปีมาแล้วนับตั้งแต่ที่เชนร้านเช่าวิดีโอขนาดใหญ่ ซึ่งได้แก่ Blockbuster และ Movie Gallery ยื่นขอล้มละลายเนื่องจากไม่สามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล

Hoogland ยืนยันว่า Family Video ไม่มีปัญหาในการแข่งขัน “ทุกคนคิดว่าสาเหตุที่บริษัทเหล่านั้นต้องเลิกกิจการไปเป็นเพราะสื่อดิจิทัล แต่ความจริงแล้วนั่นไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริง บริษัทเหล่านั้นบริหารงานได้ไม่ดีเลย พวกเขามีหนี้สินมากมาย ทำสัญญาเช่าโดยไม่เจรจาต่อรองให้ดีและยังแบ่งรายได้จำนวนมากให้กับสตูดิโอผลิตภาพยนตร์”

Family Video ใช้กลยุทธ์ที่ไม่เหมือนใคร คือแทนที่จะซื้อภาพยนตร์ในราคาลดพิเศษเพื่อแลกกับสัญญาในการแบ่งรายได้อย่างที่ Blockbuster ทำ แต่ Family Video เลือกที่จะซื้อภาพยนตร์ในราคาเต็มและเก็บรายได้จากการเช่าทั้ง 100% เข้าบริษัท ซึ่งจะส่งผลดีต่อบริษัทในระยะยาว

ร้าน Blockbuster ที่เคยรุ่งเรือง ในอดีตเคยมีกว่า 9,000 สาขาและเป็นเจ้าตลาดในเมืองใหญ่ ปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่สิบสาขาหลังธุรกิจล้มละลาย (Photo Credit: New York Daily News)

นอกจากนี้ บริษัทของ Hoogland ยังเป็นเจ้าของร้าน Family Video ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว และยังลดค่าใช้จ่ายลงด้วยการผลิตทุกสิ่งที่ต้องใช้ในการเปิดร้านใหม่ภายในบริษัทเอง ตั้งแต่ชั้นวางของไปจนถึงซอฟต์แวร์ที่ใช้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือบริษัทเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านเกือบทุกแห่ง และเมื่อยอดขายเริ่มลด เขาก็ลดขนาดร้านลงโดยกั้นแบ่งห้องเพื่อปล่อยเช่าให้บริษัทอื่น หรือสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมา เช่น ร้านรับซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เปิดแฟรนไชส์ร้านพิซซ่า

ธุรกิจต่างๆ ดังกล่าวอยู่ภายใต้การบริหารงานของ Highland Ventures (“Hoogland” มีความหมายว่า “ที่ราบสูง” หรือ “Highland” ในภาษาดัตช์) รายได้ของ Family Video คิดเป็นเกือบ 90% ของรายได้ต่อปีของบริษัทแม่ซึ่งอยู่ที่ 450 ล้านเหรียญ โดยเฉลี่ยแล้วร้าน Family Video แต่ละสาขายังสามารถทำรายได้ได้ถึงครึ่งล้านเหรียญต่อปี และ Forbes ประมาณการว่าอสังหาริมทรัพย์ของเชน Family Video มีมูลค่าสูงถึง 750 ล้านเหรียญ

แฟรนไชส์ร้านพิซซ่า Marco’s Pizza ที่ Family Video อีกหนึ่งกลยุทธ์ของร้านเพื่อสร้างรายได้จากอสังหาฯในมือ (Photo Credit: Quad-City Times)

จุดกำเนิดของ Family Video เริ่มต้นขึ้นในปี 1946 เมื่อ Clarence ปู่ของ Keith ก่อตั้งบริษัทตัวแทนจำหน่ายใน Springfield รัฐ Illinois เจ็ดปีต่อมา Charlie บิดาของ Keith รับช่วงต่อธุรกิจ แต่ต่อมาบริษัทเริ่มซบเซาลงในยุค 1970 Charlie จึงปิดกิจการและนำอสังหาฯที่มีและเทปคาสเซ็ทค้างสต็อกเปิดธุรกิจใหม่คือ Video Movie Club of Springfield บริษัทที่เป็นต้นกำเนิดของ Family Video และเป็นร้านเช่าภาพยนตร์ร้านแรกๆ ในสหรัฐอเมริกา

Charlie ไม่เชื่อว่าธุรกิจของเขาจะทำเงินได้ตลอดไป ถึงแม้ว่าเทปคาสเซ็ทที่เขาให้เช่าจะเป็นสิ่งที่ทันสมัยมากในช่วงนั้น แต่เขาก็เกรงว่านวัตกรรมที่ใหม่กว่าจะทำให้ยอดขายลดลงในเวลาต่อมา และเพื่อเป็นการปกป้องธุรกิจจากความไม่แน่นอน Charlie มีความคิดว่าที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านเป็นสิ่งที่มีมูลค่าอยู่เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด เขาจึงวางแผนไถ่ถอนที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านสาขาแรกซึ่งติดจำนองอยู่ภายในเวลาห้าปี และความรอบคอบนี้ก็ถือเป็นนโยบายการขยายธุรกิจของบริษัทตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เหล้าเก่าในขวดใหม่: Family Video ไม่ใช่เป็นแค่เพียงกลิ่นอายของอดีตเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้ว ภาพยนตร์ใหม่ๆ ที่ร้านมีให้เช่าก่อนเว็บชมภาพยนตร์ออนไลน์อย่าง Netflix และ Amazon เสียอีก

Keith มีอายุ 23 ปีในขณะที่เริ่มเข้ามาดูแลธุรกิจในปี 1983 บิดาของเขาพยายามครองตำแหน่งผู้นำในตลาดชนบทเพราะเชื่อว่าคู่แข่งที่มีเงินลงทุนหนาจะได้เปรียบในเมืองใหญ่ๆ ปัจจุบันนี้ Family Video เป็นเจ้าตลาดในเขตชนบทของอเมริกาซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ไม่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใช้กันอย่างแพร่หลาย หรือไม่เต็มใจที่จะเลือกใช้สื่อที่เป็นทางเลือกใหม่ เช่น Redbox, Netflix และ Hulu

พนักงานร้าน Family Video จะทักทายลูกค้าทุกคนซึ่งเดินเข้าร้านมาด้วยการเรียกชื่อ ในร้านมีภาพยนตร์สำหรับเด็กให้เช่าฟรี และค่าปรับสำหรับการส่งคืนแผ่นดีวีดีล่าช้าก็สามารถต่อรองได้ ในการเปิดร้าน Family Video สาขาใหม่จะมีพิธีตัดริบบิ้นซึ่งเป็นเหมือนงานเฉลิมฉลองในชุมชน พนักงานได้รับสวัสดิการที่ดี เช่น ทุนการศึกษาแบบเต็มรูปแบบสำหรับบุตรของพนักงาน

ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือร้าน Family Video กลายเป็นจุดนัดพบสำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ “ถ้าคุณมาที่ร้านในคืนวันศุกร์และคืนวันเสาร์ คุณจะต้องแปลกใจว่าร้านของเรามีลูกค้าพลุกพล่านมากแค่ไหน … มันคล้ายๆ กับร้านกาแฟประจำชุมชนเลยทีเดียว” Hoogland กล่าว

Netflix แพลตฟอร์มชมภาพยนตร์ออนไลน์ ซึ่งที่จริงแล้วการตกลงลิขสิทธิ์ทำได้ช้ากว่าร้านเช่าวิดีโอแบบดั้งเดิม (Photo Credit: The Telegraph)

ความจริงแล้ว Family Video มีอะไรมากกว่าเป็นแค่เพียงกลิ่นอายของอดีตเท่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ของภาพยนตร์ที่อยู่ในรูปแบบวิดีโอมักจะมีความเข้มงวดน้อยกว่าภาพยนตร์ที่เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์เพราะแผ่นดิสก์เก็บรักษาข้อมูลได้ปลอดภัยกว่า หมายความว่าบ่อยครั้งทีเดียวที่ร้านภาพยนตร์ให้เช่าจะสามารถเข้าถึงภาพยนตร์เรื่องใหม่ได้เร็วกว่า Netflix หรือ Hulu หลายอาทิตย์ หรือบางครั้งก็หลายเดือน

ความได้เปรียบดังกล่าวทำให้ Family Video สามารถทำเงินได้ และ Hoogland มีความเชื่อว่าลูกค้าที่อายุน้อยกว่า 35-45 ปีที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักจะหันมาใช้บริการของเขามากขึ้นด้วยเหตุนี้

Keith รู้ว่าอาณาจักรร้านเช่าวิดีโอของเขาไม่สามารถจะทำกำไรได้ตลอดไป แต่เขามองว่า Family Video เป็นวิธีที่ง่ายดายในการเพิ่มจำนวนอสังหาริมทรัพย์ในครอบครองซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีวันเสื่อมมูลค่า สูตรสำเร็จของเขาก็ง่ายๆ เพียงแค่เปิดร้าน ใช้รายได้จากการให้เช่าภาพยนตร์มาไถ่จำนอง และก็ได้เป็นเจ้าของที่ดินผืนนั้นในที่สุด

 

เรื่อง: NOAH KIRSCH
เรียบเรียง: ริศา


คลิกอ่าน “เชนร้านเช่าวิดีโอรายสุดท้าย” ฉบับเต็ม ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ พฤษภาคม 2560 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP