ธนบุรี เฮลท์แคร์ หวังปี 2561 เติบโตก้าวกระโดดลุยขยายธุรกิจโรงพยาบาลต่อเนื่อง - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Entrepreneurs
  • Insights
  • People >
  • ธนบุรี เฮลท์แคร์ หวังปี 2561 เติบโตก้าวกระโดดลุยขยายธุรกิจโรงพยาบาลต่อเนื่อง

ธนบุรี เฮลท์แคร์ หวังปี 2561 เติบโตก้าวกระโดดลุยขยายธุรกิจโรงพยาบาลต่อเนื่อง

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
28 May 2018 | 11:29 am 3465

‘นพ.ธนาธิป’ มั่นใจธุรกิจโรงพยาบาลเครือธนบุรีไปได้สวย เร่งขยายบริการต่อเนื่องปีนี้ ลุยธุรกิจศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยบำรุงเมือง -โครงการ JIN Wellbeing County รับสังคมผู้สูงอายุ คาดช่วยเสริมรายได้ไตรมาส 3-4 โตก้าวกระโดด เผยแผน 3-5 ปี รุกขยายธุรกิจโรงพยาบาลต่างประเทศมากขึ้น เล็ง ‘เวียดนาม’ เป้าหมายต่อไปหลังขยายธุรกิจรักษาพยาบาลไปจีน และเมียนมาเรียบร้อย ตั้งเป้าปีนี้รายได้เติบโต 10%

บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ธุรกิจโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีผลประกอบการปีที่แล้วกว่า 6 พันล้านบาท ภายใต้การนำของ “หมอบุญ” หรือ นายแพทย์บุญ วนาสิน หนึ่งในนักลงทุนด้านธุรกิจโรงพยาบาลรายใหญ่ในไทย ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการ ปีนี้ ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ยังคงไม่หยุดยั้งในการขยายธุรกิจโรงพยาบาลทั้งในประเทศ และต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดธุรกิจรักษาพยาบาลในต่างประเทศทั้ง Welly Hospital ในเมืองเวยไห่ มณฑลชานตง ประเทศจีน ขนาด 150 เตียง ที่เปิดดำเนินการไปแล้วมีคนไข้เพิ่มขึ้นมากกว่า 200 คนต่อวัน และโรงพยาบาล Ar Yu International ในเมืองย่างกุ้ง เมียนมา ที่กำลังจะเปิดให้บริการปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ขนาด 200 เตียง กำลังกลายเป็นหนึ่งในรายได้สำคัญของ THG ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

ตั้งเป้าเติบโตปีนี้ 10%

นพ.ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ รองประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ที่ปัจจุบันเป็นแม่ทัพใหญ่ของโรงพยาบาลในเครือธนบุรีทั้งหมด กล่าวว่า ปีนี้ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจโรงพยาบาลทั้งใน และต่างประเทศต่อเนื่อง ตั้งเป้าการเติบโตธุรกิจโรงพยาบาลปีนี้ 10% จากปีก่อน ที่มีรายได้ 6,171 ล้านบาท ธุรกิจเฮลท์แคร์เป็นรายได้หลักส่วนใหญ่ 93% ของรายได้ทั้งหมด ที่เหลือ 7% เป็นรายได้บริการและที่ปรึกษา

ขณะที่โรงพยาบาลธนบุรี 1 ยังสร้างรายได้เป็นอันดับ 1 โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารรักษาพยาบาลและที่จอดรถเพิ่มเติมเพื่อรองรับการให้บริการได้มากขึ้น ส่วนโรงพยาบาลธนบุรี 2, โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี จังหวัดสงขลา, โรงพยาบาลอุบลรักษ์ ธนบุรี จังหวัดอุบลราชธานี, โรงพยาบาลสิริเวช จันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ยังคงมีการเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน เมื่อรวมกับโรงพยาบาลธนบุรี 1 สามารถรองรับผู้ป่วยนอกได้มากกว่า 5,580 คนต่อวัน

ขณะที่ความคืบหน้าโครงการ Jin Wellbeing County ซึ่งเป็นโครงการที่พักอาศัย มีบริการทางการแพทย์ครบวงจร หนุนสังคมผู้สูงวัยที่ต้องดูแลใกล้ชิดจากบุคลากรทางการแพทย์ อยู่แถวรังสิตเนื้อที่ราว 140 ไร่ มีอาคารที่พักอาศัย 7 ชั้น จำนวน 1,380 ยูนิต ราคาขายอยู่ที่ 4-6 ล้านบาทต่อยูนิต มูลค่าโครงการ 2.5 พันล้านบาท กำหนดสร้างแล้วเสร็จเดือนตุลาคม 2561 จากนั้นจะเริ่มโอนได้ในเดือนพฤศจิกายน 2561 ปัจจุบันมียอดจองแล้วราว 200 ยูนิต

สำหรับโครงการ JIN Wellbeing County เป็นธุรกิจการให้การบริบาล และบ้านพักผู้สูงอายุ ออกแบบมาสำหรับผู้สูงวัย ภายใต้แนวคิด “เมืองแนวคิดใหม่เพื่อวัยเกษียณ”  มีอาคาร Aged Care Center รองรับการบริบาลผู้สูงอายุที่ต้องดูแลแบบใกล้ชิดจากบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงศูนย์สุขภาพ Wellness center ขณะที่ ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วย บำรุงเมือง ในเฟสแรก ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ, ศูนย์ผู้มีบุตรยาก, ทันตกรรม เช็คอัพ ศูนย์สุขภาพ เตรียมเปิดให้บริการในเดือนตุลาคมปีนี้เช่นกัน โดยมั่นใจว่าหลังการดำเนินการ 7-8 ปี จะถึงจุดคุ้มทุน ด้วยมูลค่าการลงทุนโครงการนี้ราว 3.5 พันล้านบาท

รุกธุรกิจโรงพยาบาลต่างประเทศเต็มสูบ

นพ.ธนาธิป กล่าวด้วยว่า ภาพรวมในอีก 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทจะมุ่งจะขยายการเติบโตโรงพยาบาลในต่างประเทศมากขึ้น จากปัจจุบัน มีการลงทุน 40% ในโรงพยาบาล Welly Hospital ในเมืองเวยไห่ ประเทศจีน ขนาด 150 เตียง เปิดดำเนินการแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 เป็นโรงพยาบาล ทั่วไป มีคนไข้ 200 คนต่อวัน และคนไข้นอน 70 เตียง และโรงพยาบาล  Ar Yu International ในเมืองย่างกุ้ง เมียนมา โดยร่วมมือกับ Ga  Mone Pwint Company Limited เป็นโรงพยาบาล ทั่วไปเปิดบริการปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ขนาด 200 เตียง

สำหรับแนวโน้มธุรกิจโรงพยาบาลปีนี้ เฉพาะในโรงพยาบาลเครือธนบุรีในประเทศจะเติบโตได้ 10% จากจำนวนคนไข้ที่เพิ่มขึ้น รายได้เพิ่ม และความซับซ้อนในการรักษาเพิ่ม ด้วยการขยายกำลังการให้บริการ รวมไปถึงการขยายธุรกิจโรงพยาบาลในต่างประเทศ ที่จากนี้จะมีความเข้มข้น  ซึ่งบริษัทมีจุดแข็งเรื่องพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั้งในจีน และเมียนมา และจากนี้บริษัทจะขยายไปยังประเทศอื่นด้วย โดยประเทศที่มองไว้ และมีศักยภาพ คือ เวียดนาม

“ผมมองว่าอุตสาหกรรมการแพทย์ในอนาคตจะขยายตัวใน 2 รูปแบบ คือ ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง หรือเฉพาะโรค และศูนย์พักฟื้นผู้ป่วย ส่วนโรงพยาบาลขนาดใหญ่คาดว่าจะเปิดให้บริการแห่งใหม่ลดลง เนื่องจากข้อจำกัดของทำเลที่ตั้ง ต้นทุนการให้บริการ และทรัพยากรบุคคล ซึ่งการเติบโตดังกล่าวเป็นไปตามทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมการแพทย์ทั่วโลก” นพ.ธนาธิป กล่าว

รายงาน: เอกรัตน์ สาธุธรรม

BACK TO TOP