ชวลิต ประตูน้ำขอนแก่น: คิดการใหญ่กว่าแค่เถ้าแก่โรงสี - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Entrepreneurs
  • People >
  • ชวลิต ประตูน้ำขอนแก่น: คิดการใหญ่กว่าแค่เถ้าแก่โรงสี

ชวลิต ประตูน้ำขอนแก่น: คิดการใหญ่กว่าแค่เถ้าแก่โรงสี

ชญานิจฉ์ ดาศรี

ครอบครัว “ประตูน้ำขอนแก่น” ยังยึดจุดยืนต้องยิ่งใหญ่และโด่งดัง หลังสร้างชื่อจากอาณาจักรค้าส่งเสื้อผ้าขนาดใหญ่ในภาคอีสานจนเป็นที่กล่าวขาน ขยับสู่โครงการทะเลเทียมในนาม Dino Water Park รอเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้านช่วงสงกรานต์

ป้าย “ประตูน้ำขอนแก่น” ตั้งตระหง่านหน้าอาณาจักรค้าส่งเสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่บริหารกิจการโดย “ชวลิต ประตูน้ำขอนแก่น” หรือ “เสี่ยอ๊อด” ที่คนขอนแก่นใช้เรียกขาน เขาเป็นประธานกรรมการ บริษัท  ประตูน้ำขอนแก่น จำกัด  ที่นอกจากบริหารศูนย์ค้าส่งประตูน้ำขอนแก่นบนพื้นที่กว่า 200 ไร่ ให้ยิ่งใหญ่แล้ว ยังมีบูธีคโฮเต็ล โรงแรมประตูน้ำขอนแก่น และล่าสุดคือ Dino Water Park สวนน้ำที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน เป็นธุรกิจของครอบครัว
“รุ่นพ่อผมทำโรงสีตั้งแต่ปี 2519 ที่ดินนี้เป็นที่ดั้งเดิมของครอบครัว เริ่มต้น 20 ไร่ บริเวณโรงแรมที่เรานั่งตรงนี้ เมื่อก่อนเป็นที่ตั้งของเครื่องสีข้าว และเราสร้างอาคารเก็บข้าวสารขนาด 8,000 ตารางเมตร” ผู้ก่อตั้งอาณาจักรวัย 56 ย้อนอดีต กล่าวถึงอดีตของโรงแรมประตูน้ำโฮเต็ลขอนแก่น ที่มีห้องพัก 124 ห้อง ตั้งอยู่ด้านขวามือของศูนย์ค้าส่งขนาดใหญ่
ความเปลี่ยนแปลงมาเยือนธุรกิจโรงสีข้าวของครอบครัว ชวลิตไม่สามารถดำเนินการโรงสีข้าวต่อได้ เนื่องจากฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย รบกวนผู้อยู่อาศัยรอบข้างที่เริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น โรงสีข้าวจึงถูกรื้อย้ายไปไว้ที่จังหวัดหนองบัวลำภูแทน จากนั้นได้ปรับอาคารโกดังให้กลายเป็นศูนย์การค้าทั้งหมด
ครอบครัวประตูน้ำขอนแก่นมิได้หยุดแค่นี้ ยังได้ตัดพื้นที่ 40 ไร่ด้านหลังของตลาดเพื่อเนรมิตสร้างโครงการสวนน้ำ Dino Water Park ตกแต่งในสไตล์จูราสสิก มีสระคลื่นเทียมขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน 6,000 ตารางเมตร พร้อมอุปกรณ์เครื่องเล่นและงานระบบของบริษัท Polin จากตุรกี ซึ่งติด 1 ใน 5 ของโลก ได้ใช้งบประมาณลงทุนระยะแรกไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในต้นเดือนเมษายน 2558
“เราเป็นนักธุรกิจต้องมองว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ถ้าทำแล้วจะดีหรือไม่ เราพิจารณาแล้วว่า ภาคอีสานไม่มีแหล่งท่องเที่ยวและไกลจากทะเล รวมทั้ง อากาศร้อนมาก เราน่าจะหาพื้นที่สร้างแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ” ชวลิตกล่าว

ด้วยความสำเร็จของอาณาจักรธุรกิจประตูน้ำขอนแก่น ที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของเสี่ยอ๊อดและครอบครัว นำพาสู่การเปลี่ยนนามสกุลเดิม “ทวีจักษ์” มาเป็น “ประตูน้ำขอนแก่น” เพื่อประกาศความภาคภูมิใจในแบรนด์และอาณาจักรธุรกิจของตระกูล


อ่าน “ชวลิต ประตูน้ำขอนแก่น: คิดการใหญ่กว่าแค่เถ้าแก่โรงสี” ฉบับเต็มได้ใน Forbes Thailand ฉบับ FEBRUARY 2015

BACK TO TOP