HARALD LINK ถอดรหัสอาณาจักรบี.กริม สูตรบริหารองค์กรร้อยปี - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Cover Story
  • People >
  • HARALD LINK ถอดรหัสอาณาจักรบี.กริม สูตรบริหารองค์กรร้อยปี

HARALD LINK ถอดรหัสอาณาจักรบี.กริม สูตรบริหารองค์กรร้อยปี

พรพรรณ ปัญญาภิรมย์

การเดินทางข้ามศตวรรษของธุรกิจครอบครัวเก่าแก่ ด้วยความมุ่งมั่นยกระดับประเทศให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง พร้อมปรับตัวสร้างธุรกิจเสริมทัพความแข็งแกร่งจากห้างขายยาถึงพลังงานเพื่อขับเคลื่อนสู่ระดับ 1.5 แสนล้านฉลองครบรอบ 150 ปี

รอยทางของอาณาจักรธุรกิจที่ก้าวผ่านกาลเวลาร่วม 139 ปีได้รับการถ่ายทอดเป็นบันทึกอันมีค่า ด้วยความสำคัญของเรื่องราวที่ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับการเติบโตของธุรกิจหมื่นล้าน แต่ยังเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาประเทศ นับตั้งแต่เริ่มต้นห้างจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรมและเคมีภัณฑ์ย่านซอยโอเรียลเต็ลชื่อ “Siam Dispensary” ในปี 2421 โดย Bernhard Grimm เภสัชกรชาวเยอรมัน และ Erwin Mueller พ่อค้าชาวออสเตรีย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเภสัชกรหลวงแห่งราชสำนักไทยในรัชสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

สองเภสัชกรหลวงแห่งราชสำนักไทยมุ่งมั่นใช้ความรู้และความชำนาญในวิชาชีพสร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศ โดยว่าจ้าง Adolf Link เภสัชกรหนุ่มจาก Lübeck ประเทศเยอรมนีเป็นผู้จัดการร้าน และขยายสาขาในปี 2446 พร้อมเริ่มต้นบุกเบิกหลากหลายธุรกิจที่ช่วยพัฒนาประเทศในเวลาต่อมา ไม่ว่าจะเป็น สัมปทานโทรเลขที่เกาะสีชัง การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า บี.กริมแอนด์โก (B.Grimm & Co) เช่น กระบี่ แว่นตา จนถึงกระเบื้องที่ใช้สร้างวัดพระแก้ว เป็นต้น

Harald Link ประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม ได้กล่าวย้อนถึงการเริ่มต้นตำนานบทใหม่ของตระกูล Link เมื่อ Adolf ซื้อต่อกิจการทั้งหมดและส่งต่อไปยังบุตรชาย Herbert และ Gerhard Link ผู้เป็นบิดาของตน

แม้กลุ่มบี.กริมจะต้องเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ในสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 จนทำให้บริษัทต้องหยุดการดำเนินกิจการทั้งหมด แต่สองพี่น้องทายาทตระกูล Link สามารถแสดงฝีมือกอบกู้ธุรกิจให้ฟื้นคืนสำเร็จพร้อมเปิดประวัติศาสตร์ใหม่ทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น งานผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ผู้รับเหมาติดตั้งอุปกรณ์สถานีวิทยุ โรงงานผลิตรองเท้า กระดาษ ผลิตเครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้า หน้ากากป้องกันแก๊สพิษให้กองทัพ เป็นต้น

Gerhard ผู้เป็นบิดาให้เข้ามาเรียนรู้งานในตำแหน่งผู้ช่วยหุ้นส่วนผู้จัดการ ก่อนจะก้าวสู่การเป็นประธานกลุ่มบริษัทในปี 2531 ซึ่งสามารถสร้างความมั่งคั่งให้ Harald Link เป็นเศรษฐีอันดับที่ 23 ของประเทศด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1.12 พันล้านเหรียญ หรือ 4.14 หมื่นล้านบาทจากการจัดอันดับของ Forbes ปี 2560

วิกฤตสร้างความเป็นหนึ่ง

ตลอดระยะเวลามากกว่าศตวรรษของการดำเนินธุรกิจที่ต้องฟันฝ่ามรสุม ทั้งวิกฤตค่าเงินดอยช์มาร์กเยอรมันขึ้นเป็นเท่าตัวในปี 2527 วิกฤตเศรษฐกิจปี 2535 วิกฤตค่าเงินบาทลอยตัวในปี 2540 ทั้งหมดไม่เพียงเป็นบทเรียนสำหรับ Harald แต่ยังเป็นโอกาสในการผนึกกำลังคนบี.กริมให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น อันเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถก้าวผ่านทุกปัญหาและอุปสรรคอย่างแข็งแกร่ง

“ปัญหาที่เกิดขึ้นกลายเป็นบทเรียนที่ดี และทำให้ผมรู้ว่า เวลามีปัญหา คนไทยในบริษัทร่วมมือกันเต็มที่ เราประชุมกันทุกวัน ทำให้สามารถแก้วิกฤตปี 2527 ได้ภายใน 1 ปีเช่นเดียวกับวิกฤตปี 2540 ที่ค่าเงินลอยตัวทำให้ดอกเบี้ยเราเพิ่มขึ้น 3 เท่าได้สำเร็จเราแก้ไขปัญหาอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่ละบริษัท โดยมีพันธมิตรให้การสนับสนุนและทุกคนในบริษัทช่วยกัน”

นอกจากนั้น Harald ยังเชื่อมั่นในหลักพุทธศาสนาที่สามารถนำมาปรับใช้ในการบริหารองค์กรร้อยปีให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน โดยยึดถือหลักพรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา

ผนึกอาณาจักรบี.กริม

บทพิสูจน์ความสำเร็จด้านการบริหารของ Harald สะท้อนชัดในกลุ่มบี.กริมที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมหลากหลายด้าน ได้แก่ ธุรกิจพลังงาน ระบบภายในอาคารและอุตสาหกรรม สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ อสังหาริมทรัพย์ คมนาคม และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีบทบาทเป็นทั้งผู้บุกเบิกธุรกิจและพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น อมตะ คอร์ปอเรชั่น เบเยอร์ แคเรียร์ ซีพี กรุ๊ป ฮาม่อน เคเอสบี มาเคท์ เมิร์ค ซีเมนส์ และซูมิโตโม

“รายได้รวมของเราปีนี้น่าจะประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท ปีหน้าประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 100 เท่าจากยอดขาย 493 ล้านบาทในปีที่ผมเข้ามา นำโดยโรงไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วน 75% ของรายได้รวม รองลงมาเป็นระบบปรับอากาศที่ทำมา 55 ปี และธุรกิจสุขภาพ เราทำมา 139 ปี ถ้าธุรกิจอายุไม่ถึง 20 ปี เรามองว่าสั้น”


กลุ่มบี.กริม ได้ริเริ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศกับหุ้นส่วนทางธุรกิจ ด้วยการเข้าพัฒนาโครงการเกี่ยวกับการขนส่ง โดยบริษัทเป็นผู้จัดหาสินค้าและเครื่องจักรสำหรับระบบขนส่งมวลชนด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ นับตั้งแต่รถไฟฟ้าบีทีเอส ในปี 2537 รถไฟฟ้ามหานคร ในปี 2547 รวมถึงเป็นผู้นำของกิจการค้าร่วมในการก่อสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link) เพื่อเชื่อมการเดินทางระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกับใจกลางกรุงเทพฯ ในปี 2533 ทั้งยังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกับบริษัทต่างประเทศ เช่น Krupp, Siemens, Carl Zeiss

“เรามั่นใจในประสบการณ์สร้างโรงไฟฟ้ามากกว่าร้อยปี และเป็นตัวแทนของ Siemens ขายรถไฟฟ้าและอุปกรณ์ติดตั้งระบบต่างๆ เรารู้ว่า การทำโครงการใหญ่ต้องทำอย่างไรซึ่งธุรกิจโรงไฟฟ้าของเราเกิดขึ้นหลังจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกาและญี่ปุ่นปฏิเสธคุณวิกรม บี.กริมจึงขอลองทำ” Harald กล่าวถึงการตัดสินใจก่อตั้งบี.กริม เพาเวอร์ ในปี 2536 และเปิดโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 1 ในเดือนกันยายน พ.ศ.2541 ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ชลบุรี ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้น 90 เมกะวัตต์ ภายใต้วิสัยทัศน์ World Class Energy Company

ขณะที่จุดเด่นของบี.กริม เพาเวอร์ ได้แก่โครงสร้างทีมบริหารมืออาชีพที่สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทมีความได้เปรียบในการบริหารจัดการต้นทุน และความโดดเด่นของโครงการโรงไฟฟ้าที่พัฒนาในหลากหลายรูปแบบครอบคลุมโรงไฟฟ้าทุกขนาด ด้วยเชื้อเพลิงแตกต่างกัน เช่น ก๊าซ ลม แสงอาทิตย์ และพลังน้ำจากเขื่อน พร้อมทั้งบริษัทยังมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และฐานตลาดชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมหลักทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนั้น ธุรกิจพลังงานของบี.กริม ยังเสริมทัพความแข็งแกร่งด้วยการเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 ในชื่อย่อ BGRIM โดย Harald ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 71.8%

ปัจจุบันบี.กริม เพาเวอร์สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ด้วยอัตราเฉลี่ย 20% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 28 โครงการ นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาโครงการอีก 15 โครงการ

“สัดส่วนในอนาคตไม่สามารถคาดการณ์ได้เพราะเรามีแผนสำหรับธุรกิจอื่นจำนวนมากรวมถึงการเข้าสู่ธุรกิจใหม่ เช่น การจับมือกับตระกูลรัตนรักษ์ทำธุรกิจเดินเรือขนส่งเชิงพาณิชย์ เราเข้าไปช่วงที่ตลาดแย่มาก ทำให้ได้เรือที่ดีที่สุดในโลก ในราคาดีที่สุดในโลกพร้อมทั้งหุ้นส่วนที่ดี ผมไม่กลัวการเริ่มต้นธุรกิจใหม่และขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่น” Harald กล่าวถึงความพร้อมลงทุนทุกโอกาสทางธุรกิจตามจังหวะที่เหมาะสมเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย 1.5 แสนล้านบาท หรือเติบโต 3 เท่าเมื่อบริษัทครบรอบ 150 ปี

การเดินทางสู่ศตวรรษใหม่

แม้อาณาจักรบี.กริม จะได้รับการวางฐานรากไว้อย่างแข็งแกร่ง แต่การสืบทอดธุรกิจของครอบครัว Harald ให้อิสระทายาทเลือกเส้นทางของตนเอง ดังเช่น Felix บุตรชายคนสุดท้องวัย 33 ปี ได้ใช้เวลาศึกษาด้านธรรมะและการปฏิบัติสมาธิอย่างเต็มที่ตามความสนใจก่อนจะเข้าสู่ร่มเงาของครอบครัวในสายงานอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างประโยชน์ให้สังคมและพัฒนาประเทศผ่านการดำเนินธุรกิจ

“ลูกชายเราพึ่งได้ทางด้านจิตใจ ส่วนลูกสาวเราพึ่งได้เรื่องธุรกิจ โดยในช่วงปรับเปลี่ยนองค์กร ผมตั้งเงื่อนไขห้ามไล่พนักงานออก ซึ่ง Caroline สามารถทำได้ดีมากเขาเป็นซีอีโอได้ ทุกคนรักเขา แต่เขาต้องการให้แต่ละบริษัทมีซีอีโอบริหาร โดยเขาเป็นกรรมการและดูแลบุคลากรทุกคนอย่างทั่วถึง” Haraldกล่าวถึงบุตรสาวคนโตในวัย 34 ปี ซึ่งสามารถแสดงฝีมือพิสูจน์ความพร้อมในการขับเคลื่อนอาณาจักรบี.กริม หลังจากสำเร็จการศึกษาในหลากหลายหลักสูตรจากอเมริกาและยุโรป

เส้นทางการทำงานของ Caroline เริ่มต้นจากการสั่งสมประสบการณ์ด้านกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ การสื่อสารภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงกลยุทธ์ทางการตลาด การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล และการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม พร้อมทั้งเข้าร่วมฝึกงานกับธุรกิจหลากหลายสายธุรกิจของบริษัท

ปัจจุบัน Caroline ในวัย 34 ปี เป็นผู้บริหารของบี.กริม ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เรียลเอสเตท คณะกรรมการและสมาชิกคณะกรรมการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) คณะกรรมการและสมาชิกคณะกรรมการฝ่ายการตลาดของ บริษัท แคเรียร์ ประเทศไทย จำกัด และคณะกรรมการบริษัท เมอร์ค จำกัด ประเทศไทยรวมถึงยังดูแลงานด้านการวางกลยุทธ์สื่อสารภายในและภายนอกองค์กร ตลอดจนด้านกิจกรรมเพื่อสังคม

ในความยั่งยืนของอาณาจักรบี.กริม Harald ปิดท้ายถึงค่านิยมที่ถ่ายทอดในตระกูล Linkได้แก่ Freedom Care และ Contribution เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของเขา หลังส่งมอบตำแหน่งผู้นำทัพธุรกิจ

“ประโยชน์ของคนในแต่ละช่วงอายุแตกต่างกัน ผมเข้าใจเรื่องธุรกิจ การทำงานเป็นทีมความร่วมมือ และกลยุทธ์ แต่เมื่ออายุ 80 ปี ผมคงไม่อยู่ในวงการธุรกิจ ผมจะเป็นประโยชน์ได้หากมี wisdom ช่วยให้ตัดสินใจเรื่องยากๆ ได้ ผมพยายามหาทุกทางที่จะได้รับ wisdom แท้จริง โดยธรรมะและการทำสมาธิสามารถช่วยผมได้มาก”

เรื่อง: พรพรรณ ปัญญาภิรมย์ และ ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์ ภาพ: ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี


อ่าน “HARALD LINK ถอดรหัสอาณาจักรบี.กริม สูตรบริหารองค์กรร้อยปี” ฉบับเต็มได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ กันยายน 2560 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP