พนม ควรสถาพร AGE บุกถิ่นไซ่ง่อน - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

พนม ควรสถาพร AGE บุกถิ่นไซ่ง่อน

พรพรรณ ปัญญาภิรมย์

เบื้องหลังความสำเร็จของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ด้วยการนำเข้าและจัดจำหน่ายถ่านหินสะอาด เติมเต็มความต้องการอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ พร้อมข้ามพรมแดนสร้างโรงคัดแยกทันสมัยที่สุดในเวียดนาม เดินหน้าต่อยอดบริการคลังสินค้าและท่าเรือ เชื่อมโยงการขนส่งพิชิตเป้าหมาย 9 พันล้านบาท

บนเส้นทางการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของผู้นำด้านการนำเข้าและจัดจำหน่ายถ่านหินสะอาดรายใหญ่ของประเทศได้เริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่เด็กชายวัย 13 ปีตัดสินใจออกจากโรงเรียนในชั้นประถมศึกษา เพื่อเป็นกำลังหลักช่วยบิดาทำงานส่งน้อง 5 คนให้ได้เรียนหนังสือ โดยทำหน้าที่พายเรือล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยาติดตามบิดานำขี้เลื่อยและเศษไม้จากโรงเลื่อยเฟอร์นิเจอร์ขายเป็นเชื้อเพลิงให้ผู้ผลิตน้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปึกย่านพระประแดง

เราเริ่มตั้งแต่เก็บเศษไม้ ขี้เลื่อยขายเป็นเชื้อเพลิง และทำธุรกิจมาหลายอย่าง สำเร็จก็มี ล้มเหลวก็มี เหมือนได้สั่งสมประสบการณ์ ซึ่งที่ผ่านมายังเกี่ยวข้องกับไม้และเชื้อเพลิงจนอายุ 50 กว่าแล้วจึงทำถ่านหิน เพราะเริ่มหาซัพพลายไม้ไม่ทัน และเห็นว่า ถ่านหินตลาดใหญ่กว่า ซัพพลายมหาศาล มีหลายแห่งในโลกที่สามารถนำมาเป็นเชื้อเพลิงได้ และโรงงานขนาดใหญ่ก็ใช้

พนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย กรีนเอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE กล่าวถึงการต่อยอดธุรกิจของครอบครัวสู่การเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายถ่านหินสะอาด (clean coal) ทั้งในประเทศ และต่างประเทศในปี 2547

ประสบการณ์ทางด้านเชื้อเพลิงที่สั่งสมตลอดเส้นทางทำให้พนมเล็งเห็นโอกาสมหาศาลจากถ่านหินสะอาด ซึ่งสามารถจัดหาได้จากทั่วโลกโดยเฉพาะอินโดนีเซียและรัสเซีย รวมถึงความต้องการของอุตสาหกรรมในประเทศจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น โรงไฟฟ้า อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ อาหารและเครื่องดื่ม สิ่งทอ กระดาษ ทั้งยังสามารถขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา ด้วย

เราเริ่มจากลูกค้าเก่าของเรา โรงงานขนาดใหญ่ขึ้นก็ต้องการเชื้อเพลิงที่เสถียรมากขึ้น ซึ่งถ่านหินเหมาะสำหรับโรงงานขนาดใหญ่ ช่วงแรกเราอยู่ที่สมุทรสาคร ก่อนจะขยายมาที่นครหลวง อยุธยา เพราะเป็นทำเลยุทธศาสตร์ทางด้านโลจิสติกส์…”

พนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย กรีนเอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE

จากลักษณะของถ่านหินที่นำเข้ามาจัดจำหน่ายมีหลายขนาดแตกต่างปะปนกันตั้งแต่ 0-50 มม. การนำไปใช้งานของลูกค้าบางกลุ่มมีความจำเป็นต้องนำถ่านหินคัดแยกขนาดเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งบริษัทพร้อมให้บริการโรงคัดแยกถ่านหินระบบปิดที่ใช้เครื่องจักรประสิทธิภาพสูงเพื่อลดมลภาวะจากกระบวนการผลิต

สำหรับคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดพร้อมท่าเรือของบริษัทให้บริการอยู่ที่อำเภอนครหลวง อยุธยา

ถ้านับเฉพาะถ่านหิน ท่านครหลวงครบที่สุด ทั้งท่าเรือ คลังสินค้า โลจิสติกส์ จากเดิม 2 ท่า ทำเพิ่มอีก 1 ท่าหรือเพิ่มอีก 100 กว่าไร่เป็นพื้นที่มากกว่า 300 ไร่ คลังใหม่ถ้าครบเฟสเก็บได้ 1.2 ล้านตัน โรงงานของเราระบบปิดทั้งหมด และจะมีการเทพื้นคอนกรีต เพื่อไม่ให้จมดินและไม่ต้องกังวลว่าน้ำผ่านถ่านหินลงไปใต้ดินจะเป็นพิษหรือไม่ เราให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมาก

บริษัทยังมีขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพถ่านหินอย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่การศึกษาข้อมูลแหล่งถ่านหินที่มีคุณภาพจากผู้จัดจำหน่าย ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากสถาบันที่ได้รับมาตรฐานการตรวจสอบจากอินโดนีเซีย

เราตั้งใจตั้งแต่แรกในการนำเข้าถ่านหินสะอาด ซึ่งมีซัลเฟอร์และขี้เถ้าน้อยกว่าน้ำมันเตา โดยเราพยายามดูแลไม่ให้ใครเดือดร้อนและช่วยเหลือชุมชนเป็นอย่างดี เราจัดการประชุมกับชุมชน 3 เดือนครั้ง เพื่อให้เขาแนะนำ แสดงความเห็น…”

AGE พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งธุรกิจคลังสินค้า และโรงคัดแยกถ่านหินระบบปิด รวมถึงธุรกิจโลจิสติกส์ สู่เป้าหมาย 9 พันล้านบาทในปี 2562

ดังนั้น พนมจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น การคัดแยกถ่านหินในโรงงานระบบปิด เพื่อให้มลภาวะทางเสียงหรือฝุ่นละอองน้อยที่สุดและการใช้ผ้าใบคลุมบนกองถ่านหินอย่างมิดชิดตามมาตรการควบคุมฝุ่นละอองจากถ่านหิน การปลูกต้นไม้สูงรอบคลังสินค้า ระบบสเปรย์น้ำป้องกันการฟุ้งกระจาย

โดยในส่วนของการขนส่งยังกำหนดให้รถบรรทุกถ่านหินทุกคันต้องมีผ้าใบคลุมอย่างมิดชิด ระบบการฉีดน้ำทำความสะอาดล้อรถบรรทุกก่อนออกจากคลังสินค้าของบริษัท

ทั้งนี้ บริษัทได้รับการรับรองจากกระทรวงอุตสาหกรรมให้เป็นอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 3 และรางวัล CSR-DIW ซึ่งเป็นมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อสังคม รางวัล Thailand Coal Awards ปี 2560 จากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ประเภทการมีส่วนร่วมต่อชุมชนและสังคม รวมถึงการรับรองมาตรฐานระบบจัดการสิ่งแวดล้อมหรือ ISO 14001:2015 ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนเป็นอย่างดี

 

จรัสแสงในเวียดนาม

โอกาสทางธุรกิจที่พนมเล็งเห็นไม่จำกัดเฉพาะในประเทศ แต่ยังขยายอาณาจักรข้ามพรมแดนสู่ประเทศเวียดนาม โดยเป็นผู้ประกอบการไทยรายแรกที่ลงทุนสร้างคลังสินค้าและโรงคัดแยกถ่านหินระบบปิดที่ Dong Nai ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม

โดยลงทุนผ่าน บริษัท VINA AGE จำกัด ทุนจดทะเบียน 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อนำเข้าและจัดจำหน่ายถ่านหินในเวียดนาม ซึ่งคลังสินค้าและโรงงานคัดแยกตั้งอยู่ที่โซนพื้นที่ให้เช่าของท่าเรือ Go Dau B สัญญาเช่า 10 ปี ขนาดพื้นที่รวม 25 ไร่ กำลังการผลิตสูงสุด 1,500 ตันต่อวัน และสามารถเก็บกองถ่านหินปริมาณสูงสุด 100,000 ตัน

จากความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดเวียดนามที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นทุกปี และการย้ายฐานการผลิตต่างประเทศเข้าไปลงทุนเพิ่มขึ้น ทำให้มีความต้องการใช้พลังงานและถ่านหินในระดับที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan หรือ PDP) ของเวียดนามได้คาดการณ์ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นสองเท่าตัวอยู่ที่ 130 กิกะวัตต์ในปี 2573 ซึ่ง AGE เป็น 1 ใน 10 ของผู้นำเข้าถ่านหินจากประเทศอินโดนีเซียเข้าไปจำหน่ายในเวียดนาม

ขณะเดียวกันยังขยายตลาดไปยังประเทศจีน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคถ่านหินรายใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า ด้วยการลงนามในสัญญาร่วมทุนกับพันธมิตรในจีนซึ่งเป็นบริษัทผู้จัดหาถ่านหินให้โรงไฟฟ้าถ่านหินในจีนหลายแห่ง โดยอยู่ระหว่างการจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท เอจีอี โกลบอล เทรด จำกัด ที่มณฑล Fujian ทุนจดทะเบียน 20 ล้านหยวนหรือประมาณ 104 ล้านบาท สัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 50% เพื่อประกอบธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายถ่านหินในประเทศจีน

นอกจากนี้ พนมยังเล็งเห็นศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจบริการโลจิสติกส์ โดยได้เริ่มเดินหน้าเต็มรูปแบบในปี 2560 เพื่อเชื่อมโยงการให้บริการท่าเรือ ลานเก็บกอง และการคัดแยกถ่านหินแก่ลูกค้าภายนอกโดยได้มีการลงทุนต่อเรือลำเลียงในช่วงแรกเพื่อนำมาให้บริการขนส่งทางน้ำจำนวน 8 ลำ ขนาดระวางบรรทุกรวม 20,800 ตัน ภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัท เอจีอี เทอร์มินอล ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท

ขณะที่จัดตั้ง บริษัท เอจีอี มารีน โลจิสติกส์ จำกัด เพื่อให้บริการขนส่งทางน้ำ ด้วยเรือลำเลียงแก่ลูกค้าทั่วไปและรองรับการขนถ่ายถ่านหินของบริษัทเองที่มีไม่น้อยกว่า 2 ล้านตันต่อปี สำหรับเส้นทางให้บริการส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณเกาะสีชัง ชลบุรี ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา และมายังท่าเทียบเรือที่อยุธยา ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักของสินค้าเทกองที่มีการนำเข้าและส่งออกของไทย

พนมมั่นใจในเป้าหมายการเติบโตที่วางไว้เฉลี่ย 20% ทุกปี โดยรายได้ปี 2561 น่าจะอยู่ที่ 7.5 พันล้านบาทและ 9 พันล้านบาทในปี 2562

ขณะที่คาดการณ์แนวโน้มการนำเข้าถ่านหินของไทยในปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนต่ำและปริมาณถ่านหินในประเทศไม่เพียงพอ รวมถึงปัญหาด้านคุณภาพ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่มีการสั่งซื้อถ่านหินจนวนมาก

ส่วนความต้องการใช้ถ่านหินโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงจากทวีปยุโรปและอเมริกามายังทวีปเอเชียมากขึ้น นำโดยประเทศจีนเป็นผู้ใช้ถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของโลก และประเทศที่มีแนวโน้มใช้ถ่านหินเพิ่มขึ้น ได้แก่ อินเดีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย

 

ภาพ: กิตติเดช เจริญพร


ติดตามอ่านบทความฉบับเต็มของ “พนม ควรสถาพร AGE บุกถิ่นไซ่ง่อน” ได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ มีนาคม 2562 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP