'ดิจิทัล มินิมัลลิสม์' ลดเวลาหน้าจอ โพสต์โชว์ในโลกโซเชียลน้อยลง! กลายเป็นเทรนด์ที่น่าจับตาในปี 2026

'ดิจิทัล มินิมัลลิสม์' ลดเวลาหน้าจอ โพสต์โชว์ในโลกโซเชียลน้อยลง! กลายเป็นเทรนด์ที่น่าจับตาในปี 2026

'ดิจิทัล มินิมัลลิสม์' กลายเป็นเทรนด์น่าจับตามองมากขึ้นในปี 2026 สำหรับการออฟไลน์ชีวิตหรือการหยุดใช้โซเชียลมีเดียในโลกออนไลน์ชั่วคราว นับเป็นความหรูหรารูปแบบใหม่และยังกลายเป็นสัญลักษณ์แสดง “สถานะแบบใหม่” ที่หลายคนหันมาให้ความสนใจในโลกยุคดิจิทัลที่เริ่มเปลี่ยนไปมากยิ่งขึ้น


    ปรัชญาออฟไลน์คือความหรูหรารูปแบบใหม่นี้ ค่อยๆ เริ่มแพร่หลายในโลกโซเชียลมีเดียเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้นิยามทางแนวคิดอย่าง ‘ดิจิทัล มินิมัลลิสม์’ ได้รับความนิยมมากขึ้น บางคนโพสต์เรื่องราวของตัวเองบนโซเชียลน้อยลงและเก็บเรื่องส่วนตัวไว้เป็นความลับมากขึ้น หลังแชร์ภาพอาหารทุกมื้อบนออนไลน์มานานกว่าสิบปี

    ก่อนหน้านี้ แอปหาคู่และโซเชียลมีเดียเคยเป็นตัวช่วยในการลดภาระของผู้คนที่ต้องการค้นหากันและกัน เนื่องจากเปิดให้ใช้งานฟรี แต่จากรายงานของ Pew Research Center เมื่อปี 2023 พบว่ามีเพียงประมาณ 10% ของผู้คนในแอปหาคู่ที่ยังอยู่ในความสัมพันธ์แบบจริงจัง แต่ในช่วงไม่กี่ปีแอปเหล่านั้นกลายเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น เพราะกระตุ้นให้คนจ่ายค่าสมัครสมาชิก ทำให้แอปหาคู่อยู่ในช่วงขาลงและผู้ใช้หนีหายไปในที่สุด

    โซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นสังคมอย่างที่เคยเป็น TikTok, Instagram และ X เต็มไปด้วยเนื้อหาไร้สาระจาก AI จากผลสำรวจของ Pew Research Center ในเดือนตุลาคม 2024 พบว่ากลุ่มวัยรุ่นเกือบครึ่งหนึ่งสะท้อนว่า สื่อสังคมออนไลน์มีผลกระทบเชิงลบกับคนในวัยเดียวกัน แต่มีเพียง 11% เท่านั้นที่ยังมองว่ามีผลกระทบในด้านบวก

    ในรายการพอดแคสต์ล่าสุด Aziz Ansari นักแสดงตลกชาวอเมริกัน เล่าว่า เขาพยายามเลี่ยงแชทบอต ChatGPT เปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์แบบฝาพับ และเลิกใช้อีเมลซึ่งทำให้เขารู้สึกว่ามี “พื้นที่ในการคิดมากขึ้น”

    เขาย้ำว่า สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ยังต้องจ่ายค่าไฟเองและรายงานงานกับหัวหน้า การเลิกใช้อีเมลแล้วกลับไปใช้โทรศัพท์ฝาพับแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ในทางกลับกันก็เริ่มมีกระแสที่ชวนให้ผู้คนวางโทรศัพท์ลงบ้างอย่างน้อยแค่ช่วงเย็น และหลายคนก็กำลังหันไปหาบริษัทหรือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ได้เจอและพูดคุยกันต่อหน้า


Aziz Ansari


    “การตัดขาดจากโลกออนไลน์เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและหรูหราที่สุดเท่าที่คุณจะสามารถทำได้ในตอนนี้ เพราะมันเป็นทางเลือกที่คุณเลือกเองได้” คำกล่าวของ Andrew Roth ผู้ก่อตั้ง Offline แพลตฟอร์มที่ให้ความสำคัญกับสังคมพบปะกันในชีวิตจริงเพื่อร่วมกันจัดกิจกรรมแบบออฟไลน์


Andrew Roth


    Roth กล่าวว่า “การออกจากโลกออนไลน์กลับกลายเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่โอกาสในเชิงวัฒนธรรมที่กว้างขึ้น ในการเข้าถึงสิ่งที่เรียกกันว่า ‘ความหรูหรา’ สิ่งที่ชุมชนเหล่านี้พยายามทำคือการสร้างการเข้าถึงประสบการณ์แบบนั้นในหลากหลายรูปแบบ โดยไม่จำเป็นต้องลาพักร้อนหนึ่งสัปดาห์เพื่อบินไปฮาวาย”

    ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2025 Catherine Goetze ครีเอเตอร์คอนเทนต์ โพสต์วิดีโอผ่าน TikTok ประกาศว่าจะลดเวลาอยู่หน้าจอของตัวเองในปีนี้ กระแสตอบรับเกิดขึ้นแทบในทันที จนยอดรับชมวิดีโอดังกล่าวทะลุถึง 5.6 ล้านครั้ง พร้อมยอดกดไลก์มากกว่า 600,000 ครั้ง

    ต่อมาในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เธอจัดปาร์ตี้แบบไม่ใช้โทรศัพท์ ปรากฎว่ามีผู้ตอบรับเข้าร่วมกว่า 1,000 คน และมีผู้มาร่วมงานจริงถึง 700 คน โดย reel ที่บันทึกบรรยากาศงานดังกล่าวมียอดไลก์เกือบ 180,000 ครั้ง อย่างไรก็ตาม Goetze ได้ออกมาพูดถึงการลดหน้าจอของตัวเองไว้ว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา ฉันเห็นมามากพอแล้ว เวลาหน้าจอที่มากเกินไปเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของฉัน และฉันจำเป็นต้องยืนหยัดต่อต้านผลกระทบนั้น

    การกระทำทั้งหมดของเธอถูกตกผลึกเป็นสิ่งที่หลายคนเรียกว่า "การถอดปลั๊ก" (unplugging) โดยเธอเชื่อว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการกำจัดสิ่งเก่าออกไป แต่เป็นการ ‘นำวิธีการแบบเก่ามาใช้’ นับเป็นเทรนด์ที่หลายๆ แบรนด์ควรจับตามองในปี 2026

    หากมองภาพรวมของเทรนด์การลดเวลาอยู่หน้าจอในมุมของธุรกิจ จะเห็นได้ชัดว่าผู้บริโภคเริ่มแสวงหาเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างจริงจัง ตั้งแต่กล่องล็อกโทรศัพท์ไว้ใช้ในบ้านไปจนถึงอุปกรณ์ที่บล็อกการเข้าถึงโซเชียล เพื่อบังคับให้ตัวเองห่างจากหน้าจอ

    อุตสาหกรรมแฟชั่นเองก็เริ่มตอบสนองแล้ว หลังจากใช้เวลาหลายปีไปกับกิจกรรมทางดิจิทัล เมื่อทั้งครีเอเตอร์และแบรนด์ลักชัวรีหันมาใช้สื่อสิ่งพิมพ์เป็น ‘ยาแก้ภาวะหมดไฟ’ จากโลกดิจิทัล กระทั่งแวดวงสถานบันเทิงยามค่ำคืนก็ กำหนดให้แขกทุกคนต้องฝากโทรศัพท์มือถือไว้ในซองนิรภัยที่ถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนา

    ทั้งนี้ Shaun Singh ผู้ก่อตั้งบริษัทมีเดีย Death to Stock (DTS) ได้กล่าวไว้ว่ายุคดิจิทัลเดินทางมาถึงจุดที่ผลตอบแทนเริ่มลดลง ระบบนิเวศดิจิทัลเคยสัญญาว่าจะมอบการเชื่อมต่อ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการเฝ้าระวัง ทุกการเคลื่อนไหวถูกติดตามและแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่า ก่อนจะถูกป้อนกลับสู่อำนาจของอัลกอริทึมในรูปของข้อมูล

    “หลังจากผ่านไปกว่าทศวรรษ ผู้คนเริ่มต้องการอธิปไตยของตัวเองกลับคืนมา โลกแอนะล็อกจึงกลายเป็นที่หลบภัย ไม่ใช่เพราะมันเก่าหรือล้าสมัย แต่เพราะมันทำให้คุณในฐานะผู้บริโภคไม่อาจถูกแตะต้องได้” 




ภาพ AFP และ Instagram drewsroth

เรียบเรียงจากบทความ 'Offline is the new luxury' และ How ‘Unplugging’ Became Luxury’s Most Valuable Currency



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เกมออนไลน์ ช่องทางใหม่เชื่อมสัมพันธ์คนไทย ผลวิจัยชี้ ผู้เล่น 68% ได้เพื่อนใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine