ชูเฮย์ อาราอิ เอ็มดีใหม่ชาร์ปไทย รุกหนักสินค้าบิสิเนส โซลูชัน - Forbes Thailand

ชูเฮย์ อาราอิ เอ็มดีใหม่ชาร์ปไทย รุกหนักสินค้าบิสิเนส โซลูชัน

เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร / CONTRIBUTOR
30 Nov 2022 | 05:12 PM
READ 1091

“ชูเฮย์ อาราอิ” กรรมการผู้จัดการคนใหม่ ชาร์ป ไทย ประกาศวิสัยทัศน์ฉลองครบรอบ 50 ปี รุกตลาดเครื่องถ่ายเอกสารในประเทศไทย เปิดตัวสินค้ากลุ่มบิสิเนส โซลูชัน ทั้งโน้ตบุ๊ค จอภาพ ชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 10% จากตลาดรวม 4,300 ล้านบาท


    ชูเฮย์ อาราอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด เปิดเผยว่า การเข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารคนใหม่ และในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี กลุ่มสินค้าบิสซิเนส โซลูชั่น และเครื่องถ่ายเอกสารชาร์ปนี้ ได้มีการปรับนโยบายและกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ โดยตั้งเป้าขยายฐานตัวแทนจำหน่ายจาก 120 ราย เป็น 200 ราย

    พร้อมเดินหน้ารุกตลาดด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องถ่ายเอกสารที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ไฮบริดของคนยุคปัจจุบัน แม้ตลาดรวมธุรกิจเครื่องถ่ายเอกสารจะลดลง แต่เชื่อว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 6-10% ในปี 2566 จากมูลค่าตลาดรวมเครื่องถ่ายเอกสาร 4,300 ล้านบาทต่อปี

    “ภาพรวมตลาดเครื่องถ่ายเอกสารในประเทศไทย นับตั้งแต่ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ มูลค่าตลาดรวมลดลงประมาณ 8.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากราคาพลังงานโลก ดอกเบี้ยสหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลถึงการปรับตัวขึ้นของต้นทุนในการนำเข้าสินค้า โดยชาร์ปจะตรึงราคาสินค้าและปรับเพิ่มให้น้อยที่สุด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของไทยเริ่มดีดตัวสูงขึ้นในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 7.1% และยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 7.8% ในเดือนสิงหาคม แต่เชื่อว่าธุรกิจจะมีแนวโน้มดีขึ้นในปีหน้า” ชูเฮย์กล่าว

    อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเครื่องถ่ายเอกสารแบบมัลติฟังก์ชั่นยังคงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทย โดยเครื่องถ่ายเอกสารประเภทพิมพ์สี มียอดขายอยู่ที่ 56% และ เครื่องถ่ายเอกสารประเภทพิมพ์ขาวดำอยู่ที่ 44%

    ซึ่งเครื่องถ่ายเอกสารรุ่นใหม่ของชาร์ป ได้พัฒนาฟังก์ชันการใช้งานให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบัน อาทิ สั่งพิมพ์งานจากมือถือได้ รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android สามารถใช้งานเชื่อมต่อกับบริการ Cloud Services มีคุณสมบัติครบในรูปแบบมัลติฟังก์ชันที่นอกจากถ่ายเอกสารแล้วยังสามารถพิมพ์ สแกน และแฟกซ์ ได้ครบอีกด้วย


มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน


    นายชูเฮย์ กล่าวว่า จุดแข็งของสินค้าภายใต้แบรนด์ชาร์ป คือ การมีกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ครอบคลุมทุกการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งโน้ตบุ๊ค ภายใต้แบรนด์ “ไดนาบุ๊ค” รวมถึงกลุ่มสินค้าที่ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีพลาสม่า คลัสเตอร์ (Plasmacluster Technology) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะชาร์ป ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ เครื่องฟอกอากาศ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า

    ด้วยเทคโนโลยีนี้จะช่วยดูแลเรื่องคุณภาพของอากาศ ลดและยับยั้งการเติบโตเชื้อโรครวมถึงแบคทีเรีย เพื่อให้คุณภาพชีวิตของลูกค้าดีขึ้น ในการช่วยลดและป้องกันการเจ็บป่วยจากมลภาวะ จากการใช้ชีวิตประจำวันท่ามกลางสภาวะสิ่งแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ ชาร์ปยังมีการพัฒนาเทคโนโลยี AIoT ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของแนวทางการพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีของชาร์ปที่มีมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้า สามารถใช้ตรวจสอบและควบคุมการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชั่นที่ทันสมัยได้ง่ายและแม่นยำ

    สำหรับกลุ่มสินค้าเครื่องฟอกอากาศและเครื่องปรับอากาศ โดยรวมถึงวิสัยทัศน์ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมในระยะยาวและยั่งยืน ชาร์ปยังตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในโลกปัจจุบัน ด้วยนโยบายการเลือกใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่ได้ มุ่งเป้าหมายเพื่อลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของสภาวะโลกร้อน โดยขับเคลื่อนผ่านโครงการ SHARP Eco Vision 2050

    “ชาร์ปกำลังดำเนินงานเพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดีให้กับโลกของเราอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายระยะยาวที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้สำเร็จภายในปี 2050 ตามที่ตั้งเป้าไว้ การดำเนินงานของชาร์ปแบ่งตามสาระสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การรีไซเคิลทรัพยากร รวมถึงความปลอดภัยและความมั่นคง” ชูเฮย์กล่าว

อ่านเพิ่มเติม: กลุ่มออนิกซ์ฯ ดันแบรนด์ ”ชามา” สู่ผู้นำเซอร์วิส อะพาร์ตเมนต์

TAGGED ON