True Money เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ให้บริการด้าน "ท่องเที่ยว" ครบจบในแอปฯ เดียว หลังปี 2025 ยอดใช้จ่ายในต่างประเทศโตพุ่ง 45%

True Money เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ให้บริการด้าน "ท่องเที่ยว" ครบจบในแอปฯ เดียว หลังปี 2025 ยอดใช้จ่ายในต่างประเทศโตพุ่ง 45%

​​True Money เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในหมวด "ท่องเที่ยว" ให้บริการแบบ "จองง่าย จ่ายสะดวก เน็ตพร้อม ประกันคุ้ม” ได้ครบจบในแอปฯ เดียว หลังปี 2025 ที่ผ่านมา ยอดใช้จ่ายผ่านแอปฯ ทรูมันนี่ในต่างประเทศโต 45% โดยส่วนใหญ่ใช้จ่ายในจีนมากสุดถึง 82%


    ทรูมันนี่ ผู้ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนต์และผู้ให้บริการทางการเงินดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าขยายอีโคซิสเต็มการให้บริการจ่ายในต่างประเทศสู่แพลตฟอร์มที่รวบรวมฟีเจอร์ด้านการเดินทางไว้ในแอปเดียว ด้วยการเปิดตัวหมวดบริการท่องเที่ยว พร้อมชูจุดแข็ง “จองง่าย จ่ายสะดวก เน็ตพร้อม ประกันคุ้ม

 

เทรนด์เดินทางฟื้นตัว เอเชียยังครองจุดหมายหลักของคนไทย

    จากแนวโน้มการเดินทางต่างประเทศของคนไทยในปี 2569 ที่ขยายตัวต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจยังผันผวน โดยจุดหมายปลายทางยอดนิยมยังคงเป็นประเทศในแถบเอเชีย อาทิ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาล่าสุดปี 2567 ระบุว่าคนไทยใช้จ่ายในต่างประเทศรวมกว่า 4.3 แสนล้านบาท โดยกว่า 60% เป็นค่าอาหารและที่พัก และมีการใช้จ่ายถี่ขนาดเล็ก (Micro-transactions) เช่น ค่าชอปปิง 14% และค่าเดินทาง 13%

    สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานแอปทรูมันนี่ในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่าบริการชำระเงินในต่างประเทศเติบโตกว่า 45% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็นสัดส่วนการใช้งานในประเทศจีน 82% ขณะเดียวกัน การใช้จ่ายในประเทศอื่นๆ รวมกันยังเติบโตสูงถึง 157% สะท้อนโอกาสการขยายตัวของตลาด Cross-border Payment และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของทรูมันนี่ในการต่อยอดไปสู่การพัฒนาฟีเจอร์ท่องเที่ยวแบบครบวงจร เพื่อสร้าง Growth Engine ใหม่ให้กับธุรกิจ

    ธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า “การเติบโตของธุรกรรมในต่างประเทศกว่า 45% ในปี 2025 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางกำลังเชื่อมโยงกับดิจิทัลเพย์เมนต์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในประเทศจีนที่เราครองสัดส่วนการใช้งานถึง 82% ขณะเดียวกัน ตลาดอื่นๆ ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด เราจึงต่อยอดความแข็งแกร่งด้าน Cross-border Payment สู่การเป็น Travel Companion ด้วยการรวบรวมบริการด้านการท่องเที่ยวไว้ในหมวดบริการเดียว เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนและใช้จ่ายเรื่องท่องเที่ยวได้อย่างครบวงจร และเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกรรมข้ามพรมแดนในระยะยาว”



    จากข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ใช้แอปทรูมันนี่ในประเทศจีน พบว่ากลุ่มร้านค้าในหมวด Experience & Entertainment เติบโตโดดเด่นกว่าหมวดอื่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ Shanghai Disneyland, Pop Mart (ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ) และตู้คีบตุ๊กตา (Claw Machine) ซึ่งติดอันดับ Top Growing Merchants ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นกว่า 49% ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนแนวโน้มของนักท่องเที่ยวไทยที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และกิจกรรมความบันเทิงมากขึ้น และไม่ได้จำกัดการใช้จ่ายไว้เพียงหมวดอาหารหรือที่พักเท่านั้น

    นอกจากนี้ ปริมาณผู้ใช้งานรายเดือนสำหรับบริการท่องเที่ยวเติบโตกว่า 75% โดยกว่า 78% เป็นผู้ใช้ใหม่ สะท้อนการขยายฐานลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ กลุ่มอายุ 23-39 ปีคิดเป็น 47% ขณะที่กลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนถึง 43% โดยจากการสำรวจความคิดเห็น พบว่าการชำระเงินดิจิทัลเพื่อการเดินทางไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มคนรุ่นใหม่อีกต่อไป ขณะเดียวกัน บริการของทรูมันนี่ยังช่วยลด Pain Points สำคัญ เช่น อุปสรรคด้านภาษา และความยุ่งยากในการต้องดาวน์โหลดและเรียนรู้การใช้งานแอปใหม่ ๆ ระหว่างการเดินทาง

 

เดินหน้าขยายและรวบรวมฟีเจอร์สำหรับการท่องเที่ยวในแอปเดียว

    เพื่อยกระดับประสบการณ์เดินทางต่างประเทศให้สะดวกและไร้รอยต่อยิ่งขึ้น การจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ “One App, Easy Travel เที่ยวครบจบที่ทรูมันนี่” ยังมี เอสศุภ สง่าวรวงศ์ นักแสดงและนักกีฬาที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว และแฟนคลับมาร่วมสร้างสีสันในการทดลองใช้งานจริงผ่านแอปฯ ด้วย 

    ทั้งนี้ ทรูมันนี่ อหมวดบริการท่องเที่ยว จะช่วยลดความซับซ้อนจากการต้องสลับใช้งานหลายแอปพลิเคชันระหว่างทริป ทำให้การวางแผนรวมถึงการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยสะดวกและเป็นระบบมากยิ่งขึ้นในแบบต่างๆ ได้แก่

    - จองง่าย ครอบคลุมการวางแผนทริปในแอปเดียว ตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไปจนถึงการจองทริป และจองบริการรถรับ-ส่ง พร้อมราคาพิเศษและโปรโมชันตลอดทั้งปี โดยมีเที่ยวบินให้เลือกมากกว่า 25,000เที่ยวบิน และที่พักกว่า 5 ล้านแห่งครอบคลุมในหลายประเทศ

    - จ่ายสะดวก ชำระเงินในต่างประเทศได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องพกเงินสด ไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องดาวน์โหลดแอปอื่นเพิ่มเติม เนื่องจากมีภาษาไทยในระบบ ครอบคลุมหลากหลายร้านค้า 

    - เน็ตพร้อม ใช้งานอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศได้ต่อเนื่อง สมัครง่ายด้วยเบอร์เดิมโดยไม่ต้องเปลี่ยนซิม มาพร้อมแพ็กเกจเน็ตและโทรที่ครอบคลุม และสามารถซื้อได้แม้อยู่ต่างประเทศ

    - ประกันคุ้ม เพิ่มความอุ่นใจในการเดินทาง เพียงซื้อประกันการเดินทางจากบริษัทประกันชั้นนำในแอปทรูมันนี่ ใช้เวลาเพียง 3 นาที ราคาเริ่มต้น 28 บาทต่อวัน พร้อมปรับความคุ้มครองได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน

 


เสริมศักยภาพ Cross-border Payment ผ่านวงเงิน "ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง" 

    ทรูมันนี่ เตรียมจับมือร่วมกับ แอสเซนด์ นาโน เปิดตัว PayNext วงเงินใช้ก่อนจ่ายทีหลังสำหรับการใช้จ่ายต่างประเทศ ชูจุดแข็ง จ่ายทีหลังได้ พร้อมไม่มีค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านสภาพคล่องระหว่างการเดินทาง โดยปัจจุบันฐานผู้ใช้งาน PayNext และ PayNext Extra รวมกว่า 2.7 ล้านคน และยังคงเติบโตต่อเนื่องแบบปีต่อปี (YoY) สะท้อนศักยภาพของบริการ Buy Now, Pay Later ที่พร้อมต่อยอดและขยายสู่ตลาด Cross-border Payment ในอนาคต

    นอกจากนี้ การเปิดตัวหมวดบริการ “ท่องเที่ยว” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างทรูมันนี่และ Alipay+ เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชันด้านการชำระเงิน ฟินเทค และนวัตกรรมดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ที่ช่วยยกระดับความสะดวก ความปลอดภัย และความสามารถในการเชื่อมต่อระบบ (Interoperability) สำหรับทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจในประเทศไทย ทั้งสองฝ่ายยังคงเดินหน้าขยายการรองรับการชำระเงินในระดับสากลสำหรับผู้ใช้งานทรูมันนี่ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์พิเศษในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วโลก และเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้น

    สำหรับผู้ที่สนใจรับประสบการณ์ "จองง่าย จ่ายสะดวก เน็ตพร้อม ประกันคุ้ม" เพียงเข้าไปที่แอปทรูมันนี่  จากนั้นกด "ดูทั้งหมด" และไปที่หมวดบริการ "ท่องเที่ยว" เพื่อเข้าถึงบริการสำหรับการท่องเที่ยวที่ครบครันในที่เดียว หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.truemoney.com/travel-deals


ภาพ : True Money




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “เซ็นทารา” กางแผนปี 2569 เปิดโรงแรมใหม่ 5 แห่ง เนปาล-โอซาก้า-เวียดนาม-สุราษฎร์ฯ พร้อมเปิด Budget Hotel กับ OR อีก 6 แห่งปีนี้

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine