เจาะอินไซต์นักเดินทางไทยไตรมาส 3 พบดีมานด์กระจายตัวสู่เมืองรองและแหล่งธรรมชาติ "เขาใหญ่" รั้งอันดับ 1 เมืองฮิตโตแรง ส่วน "เกาะช้าง" ยอดค้นหาพุ่ง 40% ด้านการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาทำยอดโดดเด่น ดัน "นครพนม-อยุธยา" โต 50% ตอกย้ำภาพรวมตลาดอาเซียนที่ก้าวสู่การเที่ยวแบบเจาะจงจุดมุ่งหมาย ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวรับดีมานด์ใหม่
ภาพรวมพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยในไตรมาส 3 ปี 2569 กำลังส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ เมื่ออุปสงค์ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงเมืองท่องเที่ยวหลักในรูปแบบเดิม แต่กระจายตัวอย่างเด่นชัดไปยังจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มพักผ่อนอิงธรรมชาติ และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความเชื่อ
เปิดโผ 5 จุดหมายมาแรง “เขาใหญ่” นำทัพ
รายงานดัชนีการท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA Index) ประจำไตรมาส 3 ปี 2569 ของ Traveloka ชี้ให้เห็นว่า จุดหมายปลายทางในประเทศที่มีอัตราการเติบโตของความสนใจจากนักเดินทางไทยสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 คือ เขาใหญ่ ตามมาด้วย พัทยา ศรีราชา นครราชสีมา และสกลนคร ตามลำดับ
การจัดอันดับดังกล่าววัดจากอัตราเร่งของการเติบโตเชิงความสนใจบนแพลตฟอร์มเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางความต้องการใหม่ของผู้บริโภค ไม่ได้วัดจากจำนวนปริมาณนักท่องเที่ยวสะสม
ทั้งนี้ จุดหมายปลายทาง 5 อันดับแรกสะท้อนความต้องการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเขาใหญ่และนครราชสีมาตอบโจทย์กลุ่มผู้ต้องการธรรมชาติและพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ขณะที่พัทยาและศรีราชาทำหน้าที่เป็นพื้นที่พักผ่อนชายทะเลระยะใกล้ ส่วนสกลนครกลายเป็นตัวแทนของเมืองรองที่โดดเด่นด้วยเสน่ห์และวิถีชีวิตท้องถิ่น

จับตา “เกาะช้าง” ดาวรุ่งทะเลตะวันออก
นอกจากนี้ ในหมวดจุดหมายปลายทางดาวรุ่งที่น่าจับตามอง (next destination) พบว่า เกาะช้าง มียอดการค้นหาข้อมูลที่พักและการเดินทางเพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่านักเดินทางเริ่มมองหาทางเลือกเกาะทะเลฝั่งตะวันออกที่ให้บรรยากาศสงบและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ทิภาพร ดวงมาก ผู้จัดการประจำประเทศไทยและสิงคโปร์ของ Traveloka ระบุถึงแนวโน้มดังกล่าวว่า เสน่ห์ของการท่องเที่ยวไทยในปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยความหลากหลายของประสบการณ์ ตั้งแต่ภูมิทัศน์ทางธรรมชาติ ชายฝั่งทะเล ไปจนถึงมรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่น
โดยความสนใจที่กระจายตัวไปยังพื้นที่เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่านักเดินทางไทยกำลังเปิดรับและมองหาแง่มุมใหม่ๆ ของการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

สายมูดันยอด “นครพนม-เมืองประวัติศาสตร์” โตกระโดด
อีกหนึ่งมิติที่ขับเคลื่อนตลาดอย่างมีนัยสำคัญคือ "การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศรัทธา" ข้อมูลเชิงลึกบนแพลตฟอร์มระบุว่า ยอดการค้นหาที่พักในจังหวัดนครพนม ไตรมาส 3 ปี 2569 เติบโตขึ้นประมาณ 50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
โดยมีปัจจัยหนุนจากทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำโขง ตลอดจนการเป็นศูนย์รวมของศาสนสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญ ซึ่งดึงดูดกลุ่มนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมของภาคอีสาน
นอกจากนี้ กระแสท่องเที่ยวย้อนรอยประวัติศาสตร์และพุทธศาสนายังส่งผลให้พระนครศรีอยุธยาและนครศรีธรรมราช มียอดค้นหาที่พักเพิ่มขึ้นเช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่าโบราณสถาน วัดวาอาราม รวมถึงการท่องเที่ยวสายมูเตลูหรือการแสวงบุญ ได้กลายเป็นหมุดหมายที่มีดีมานด์เติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศ

ส่องเทรนด์อาเซียน ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาขยายตัว
อย่างไรก็ตาม ดีมานด์การท่องเที่ยวสายศรัทธาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยข้อมูล SEA Index ระบุว่า ยอดจองที่พักของนักเดินทางจากอินโดนีเซียไปยังนครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ขยายตัวมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เช่นเดียวกับตลาดเวียดนามที่เดินทางไปยังเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ซึ่งมียอดจองที่พักพุ่งสูงขึ้นกว่า 100% แม้ฐานข้อมูลเริ่มต้นของกลุ่มนี้จะยังไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ถือเป็นอัตราการเติบโตที่น่าจับตามอง
สถิติทั้งหมดนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า พฤติกรรมนักเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวข้ามการพักผ่อนแบบทั่วไป ไปสู่การเดินทางที่มีจุดมุ่งหมายเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูจิตใจท่ามกลางธรรมชาติ หรือการเชื่อมโยงกับคุณค่าทางความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวต้องเร่งปรับตัว เพื่อรองรับรูปแบบการใช้จ่ายที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
ภาพ : Traveloka
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : จัดงานไม่กี่วัน ทำไมทั่วโลกยอมทุ่มเงิน? เปิดตัวเลขไมซ์ไทยสร้างรายได้ 1.48 แสนล้าน สร้างผลกระทบเศรษฐกิจสูงถึง 3.38 แสนล้าน ชี้โอกาสต่อยอดธุรกิจหลังงานจบ
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


