บอร์ดการบินไทยมีมติสั่งปลด “ชาย เอี่ยมศิริ” พ้นเก้าอี้ CEO มีผลทันที เซ่นปัญหาสัมภาระตกค้าง-เที่ยวบินล่าช้าที่กระทบการให้บริการ พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ตั้ง “สัมฤทธิ์ สำเนียง” รักษาการ CEO
หลังการบินไทยเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน ส่งผลกระทบต่อการให้บริการภาคพื้น การจัดการกระเป๋าสัมภาระ และทำให้หลายเที่ยวบินล่าช้า ปัญหาดังกล่าวยืดเยื้อต่อเนื่อง จนนำไปสู่การตรวจสอบความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารระดับสูง
ล่าสุด วันที่ 2 ต.ค. 2569 คณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ประชุมนัดพิเศษเพื่อติดตามสถานการณ์และแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อนมีมติให้ ชาย เอี่ยมศิริ พ้นจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) มีผลทันที พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขปัญหาที่ล่าช้า ขณะเดียวกัน บอร์ดได้แต่งตั้ง สัมฤทธิ์ สำเนียง กรรมการบริษัท ให้เข้ามารักษาการในตำแหน่ง CEO
นอกจากนี้ ชายยังมีประเด็นข้อกล่าวหาที่ต้องติดตามอีกเรื่องเกี่ยวกับการจัดซื้อไวน์สำหรับให้บริการบนเที่ยวบิน จำนวนราว 860,000 ขวด มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท โดยมีการจัดซื้อจากบริษัทเดียว ซึ่งประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อและการใช้อำนาจของผู้บริหาร
สำหรับประสบการณ์การทำงานของ ชาย เอี่ยมศิริ ก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ระหว่างวันที่ 4 มี.ค. 2566-5 มิ.ย. 2568
ก่อนหน้านั้น ชายเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 1 พ.ค. 2564-31 ม.ค. 2565 และรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและการบัญชี ระหว่างวันที่ 4 ม.ค. 2564-30 เม.ย. 2564
นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและการบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 19 พ.ย. 2563-3 ม.ค. 2564 รวมถึงเป็นกรรมการ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ระหว่างเดือน เม.ย. 2563-ก.พ. 2564
ภาพ : การบินไทย, Suvarnabhumi Airport
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : การบินไทยเร่งกู้วิกฤต! หลังดีเลย์เกือบ 100% กระเป๋าค้าง 5,600 ใบ เผยสาเหตุพนักงานบ้านน้ำท่วม ลุยหั่น capacity 30-40% เร่งเคลียร์ใน 72 ชั่วโมง
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


