ROYS HOTEL ทุ่มงบ 300 ล้าน ปรับโฉมรีแบรนด์โรงแรมเดิม "ROYAL SUITE" ย่านพระราม 9 หวังเจาะตลาดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ มั่นใจแม้ทำเลไม่ได้ตั้งอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง แต่บริการต่างๆ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มคนที่ชอบแฮงก์เอาต์ยามค่ำคืน โดยหลังจากเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ จีน มาเลเซีย มาพักมากถึง 90%
หลายคนอาจคุ้นหน้า ศุกลกานต์ ธรรมชวนวิริยะ จากธุรกิจครอบครัวในตำแหน่งกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่สายงานสื่อสารองค์กรและลูกค้าสัมพันธ์ กลุ่ม Millennium Group Corporation (ASIA) หรือ MGC-ASIA ธุรกิจยานยนต์ผู้นำเข้ารถและเรือยอชต์หลากหลายแบรนด์ อาทิ BMW, Mini, Rolls-Royce, Harley-Davidson, XPENG, Zeekr, Azimut และ Chris Craft
นอกจาก MGC-ASIA แล้ว ยังมีธุรกิจอื่นๆ ของครอบครัว เช่น ธุรกิจจัดเลี้ยง FUZIO Catering และธุรกิจโรงแรม อาทิ โรงแรม ROYAL SUITE กรุงเทพฯ และ บ้านหาดงาม บูติก รีสอร์ท แอนด์ วิลลา เกาะสมุย ที่เธอเข้ามาบริหารดูแล
โดยล่าสุดในฐานะตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ROYS HOTEL ศุกลกานต์เผยถึงการใช้งบลงทุน 300 ล้านบาท ปรับโฉมและรีแบรนด์ “ROYAL SUITE” โรงแรมสไตล์คลาสสิกย่านพระราม 9 ซึ่งเป็นธุรกิจที่ วิวัฒน์ ธรรมชวนวิริยะ ผู้เป็นบิดา เริ่มต้นไว้ตั้งแต่ปี 2540
ก่อนปรับภาพลักษณ์ใหม่สู่ ROYS HOTEL ที่เน้นดีไซน์ร่วมสมัย พร้อมปรับรูปแบบห้องพักใหม่ทั้งหมด โดยมีขนาดเริ่มต้น 25 ตารางเมตร และมีห้องพักหลากหลายประเภท อาทิ superior king, superior twin, premier king, premier deluxe, premier signature, ROYS family room, single room รวมทั้งหมดจำนวน 153 ห้อง


การรีแบรนด์ดังกล่าวมาพร้อมกับการปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จากอดีตที่เคยเน้นเจาะตลาดกรุ๊ปทัวร์ก็เปลี่ยนมาเป็นการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ อายุตั้งแต่ 24-40 ปีขึ้นไป เน้นเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเองโดยนิยมใช้บริการรถสาธารณะที่เรียกผ่านแอปฯ ได้เป็นหลัก
"ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในซอยเล็กแม้ไม่ไกลจากถนนหลัก แต่รถบัสของกรุ๊ปทัวร์ต้องวิ่งเข้าออกเป็นประจำและโรงแรมไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าในอดีต ขณะที่ฐานลูกค้าใหม่เน้นเรื่องความคุ้มค่าของราคาและประสบการณ์มากกว่า เราจึงเน้นเรื่องบริการและความสะดวกสบายของที่พักที่ตอบโจทย์เป็นสำคัญ"

ทั้งนี้ โรงแรมยังเตรียมขยายการรองรับตลาด nightlife หลังพบว่าลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นนักท่องเที่ยวจีนนิยมออกไปเที่ยวแฮงก์เอาต์ในช่วงกลางคืนและกลับเข้าที่พักในช่วงดึก จึงมีห้องอาหารที่เปิดให้บริการสำหรับไลฟ์สไตล์ดังกล่าวตั้งแต่ประมาณ 17.00-23.00 น. และยังอยู่ระหว่างเตรียมขยายเวลาให้บริการในคืนวันศุกร์และเสาร์ไปจนถึงประมาณ 03.00-04.00 น. โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในสิ้นเดือนนี้


อย่างไรก็ตาม ศุกลกานต์ยังบอกด้วยว่า หลังจากโรงแรมเริ่มเปิดให้บริการ soft opening ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้กระแสตอบรับอย่างดีจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจีนและมาเลเซีย มากถึง 90% ส่วนอีก 10% ที่เหลือเป็นคนไทยที่นิยมมา staycation เป็นหลัก หลังจากรีโนเวตที่พักอาศัยหรือปล่อยให้เช่าคอนโดในย่านที่ไม่ไกลจากโรงแรม
"สำหรับการจองห้องพักในปัจจุบัน ลูกค้าส่วนใหญ่ 60% มาจากแพลตฟอร์มจองที่พักผ่านออนไลน์ หรือ OTA และอีก 25% มาจากตลาด corporate ซึ่งในอนาคตโรงแรมมีแผนเพิ่มสัดส่วน direct booking เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง และลดการพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาบนแพลตฟอร์ม OTA" ผู้บริหารโรงแรม ROYS HOTEL กล่าวทิ้งท้าย




ภาพ : ROYS HOTEL
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : จากโลเคชัน MV “JISOO” สู่จุดหมายแฟนด้อม! “สยามอะเมซิ่งพาร์ค” เนรมิตโซนใหม่ ชวนตามรอยศิลปิน ปั้น Pop Culture Tourism
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


