Plaza Premium ทุ่ม 3.8 ล้านเหรียญ! เปิดเลานจ์แห่งแรกที่สุวรรณภูมิ เชื่อมั่นศักยภาพไทย ฮับการบินอาเซียน ตกแต่งดีไซน์หรู ชูอาหารไทย-องค์ประกอบท้องถิ่น

Plaza Premium ทุ่ม 3.8 ล้านเหรียญ! เปิดเลานจ์แห่งแรกที่สุวรรณภูมิ เชื่อมั่นศักยภาพไทย ฮับการบินอาเซียน ตกแต่งดีไซน์หรู ชูอาหารไทย-องค์ประกอบท้องถิ่น

Plaza Premium Group ผู้ให้บริการห้องรับรองในสนามบิน ทุ่ม 3.8 ล้านเหรียญ ปักหมุดเลานจ์แห่งแรกในไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิ เชื่อมั่นศักยภาพไทยในฐานะฮับการบินอาเซียน ตกแต่งจัดเต็มพร้อมดีไซน์หรู ชูอาหารไทย และองค์ประกอบท้องถิ่น


    พลาซ่า พรีเมียม กรุ๊ป (Plaza Premium Group : PPG) เปิดตัวห้องพักผู้โดยสาร (เลานจ์) Plaza Premium First และ Plaza Premium Lounge ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างเป็นทางการ นับเป็นการเปิดให้บริการครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมปักหมุดในศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    Song Hoi See ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Plaza Premium Group กล่าวว่า บริษัทได้ลงทุนสำหรับ Plaza Premium Lounge และ Plaza Premium First ที่สุวรรณภูมิประมาณ 3.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเป็นการลงทุนทั้งในด้านการตกแต่ง ประสบการณ์ด้านอาหารที่ชูวัตถุดิบและจุดเด่นของท้องถิ่นเป็นสำคัญ

    Song เผยว่า เหตุผลที่เลือกสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากไทยเป็น transportation hub ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีชาวต่างชาติเดินทางมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิค่อนข้างมาก

    โดยข้อมูลจาก Plaza Premium Group ระบุว่า ในปี 2568 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต้อนรับผู้โดยสารสูงถึง 62.9 ล้านคน ซึ่งมากกว่าร้อยละ 80 เป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ และกำลังดำเนินแผนขยายขีดความสามารถเพื่อรองรับผู้โดยสารจาก 65 ล้านคน เป็น 80 ล้านคนต่อปีภายในปี 2573

    การเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพและส่งผลให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยของ Plaza Premium Group

    Song ยังกล่าวอีกว่า เมื่อประกอบกับประสบการณ์ส่วนตัวตลอด 28 ปีที่ผ่านมา เขาได้เดินทางมาเมืองไทยทุกปี เพราะประทับใจ hospitality ของไทย โดยเฉพาะความมีน้ำใจ จึงต้องการสะท้อนเอกลักษณ์ดังกล่าวออกมาผ่านผลิตภัณฑ์ของ Plaza Premium โดยองค์ประกอบภายใน Plaza Premium ที่สุวรรณภูมิประมาณ 30% จะคัดสรรของไทย หรือดึงจุดเด่นของไทยมานำเสนอ

    “แน่นอนว่าสิ่งที่นักเดินทางชาวต่างชาติมองหาคือคุณภาพของการบริการ รวมถึงคนไทยในปัจจุบันก็เริ่มมองหาคุณภาพมากขึ้น จากหน้าที่การงานและรายได้เฉลี่ยที่สูงขึ้น อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินและการท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการเปิดตัวคอนเซปต์ dual-lounge เรือธงของเรา” Song กล่าว

​

Song Hoi See (ขวา)

​

ส่องดีไซน์เลานจ์หรู

    สำหรับห้องพักผู้โดยสารทั้งสองแห่งของ Plaza Premium Group ตั้งอยู่บริเวณฝั่งผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ อาคารเทียบเครื่องบิน G ใกล้เกต G1 (ยูนิตหมายเลข G3-010) ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 790 ตารางเมตร

    โดย Plaza Premium First (PPF) อยู่บนพื้นที่ 212 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้ 50 คน มอบบรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว พร้อมการดูแลระดับเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะบุคคล มีโซนที่พักผ่อนส่วนตัว ห้องอาบน้ำ และบริการผู้ช่วยส่วนตัว

    ด้านอาหารโดดเด่นด้วยคอนเซปต์ Primo Dining ที่นำเสนอเมนูอะลาคาร์ท อาทิ แอ๊บปลา (เนื้อปลาหมักเครื่องเทศย่างใบตอง) ต้มข่าไก่ และข้าวซอยเหนือ ส่วนบริเวณ Aero Bar ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเลานจ์เสิร์ฟเครื่องดื่มพรีเมียม ไวน์ และค็อกเทลสูตรพิเศษอย่าง Siamese Martini ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากต้มยำไทย

​

Plaza Premium First

​

    ขณะที่ Plaza Premium Lounge (PPL) มีพื้นที่กว้างขวางถึง 578 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 98 ที่นั่ง มอบการบริการต้อนรับคุณภาพสูงที่เน้นความสะดวกสบาย ผ่อนคลาย และเข้าถึงง่าย

    ภายในมีครัวปรุงสด และไลน์บุฟเฟต์เสิร์ฟเมนูอาหารไทย เช่น ส้มตำ ไก่ปิ้ง และลูกชุบ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ อินเทอร์เน็ต จุดชาร์จแบตเตอรี่ ห้องอาบน้ำ ห้องปฏิบัติศาสนกิจ และพื้นที่สำหรับครอบครัว

    ทั้งนี้ ห้องพักผู้โดยสารทั้งสองแห่งได้จัดแสดงผลงานศิลปะคัดสรรจากศิลปินไทยร่วมสมัย โดยนำลวดลายทางวัฒนธรรมและสื่อศิลปะท้องถิ่นมาถ่ายทอดอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นงานปักผ้าไหม งานโมเสกแก้ว ผ้าแฮนด์เมดย้อมสีธรรมชาติ และภาพทิวทัศน์เมือง เป็นต้น

​

Plaza Premium Lounge


ผู้ใช้บริการเฉลี่ย 400 คนต่อวัน ตั้งเป้าคืนทุน 6 ปี

    สำหรับเป้าหมายในการปักหมุดที่ประเทศไทยครั้งนี้ Song กล่าวว่า ขั้นแรกคือการทำจุดคุ้มทุน (break-even) จากเงินลงทุน 3.8 ล้านเหรียญภายใน 6 ปี

    พร้อมระบุว่า ปัจจุบัน Plaza Premium เพิ่งเปิดให้บริการได้ประมาณ 3 สัปดาห์ และมีผู้ใช้บริการเฉลี่ย 400 คนต่อวัน ขณะที่เลานจ์ของ Plaza Premium ในต่างประเทศมีผู้ใช้บริการเฉลี่ย 1,000 คนต่อวัน อย่างไรก็ตาม หากจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทจะกำหนดไม่ให้มีผู้ใช้บริการมากเกินไป เพราะอาจทำให้การบริการไม่ทั่วถึง

    Song กล่าวว่า Plaza Premium Group ไม่ได้มองผู้ประกอบการรายอื่นเป็นคู่แข่ง แต่มองว่าต่างคนต่างสร้างบริการที่ดีที่สุด และมีแนวคิดว่าทุกคนสามารถร่วมกันทำให้การท่องเที่ยวดีขึ้น ดังนั้น จึงไม่ได้โฟกัสกับคู่แข่งมากนัก แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจของตัวเอง ว่าจะทำอย่างไรให้ดีขึ้นและสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้

​

Plaza Premium First

​

    Plaza Premium Group บริหารจัดการเครือข่ายห้องพักผู้โดยสารใน 600 สนามบินทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุม 150 ประเทศทั่วโลก และให้บริการผู้โดยสารกว่า 30 ล้านคนต่อปี

    สำหรับการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย Song กล่าวว่า จากประสบการณ์การดำเนินธุรกิจกว่า 28 ปี ทำให้พบกับความท้าทายที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ทั้งข้อกฎหมายหรือข้อกำหนดที่แตกต่างกัน จึงต้องเริ่มดำเนินการไปทีละขั้นตอน และพิจารณาว่าแต่ละประเทศมีความต้องการอะไร

    เขาระบุด้วยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในอนาคต Plaza Premium Group มีเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน แต่ขณะนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น จึงทดลองตลาดก่อน โดยเริ่มจากธุรกิจเลานจ์ แต่หากพิจารณาการดำเนินธุรกิจในประเทศอื่น Plaza Premium Group ยังมีธุรกิจ F&B โรงแรม และ Meet & Greet Service ด้วย

​



​



ภาพ : Plaza Premium Group และ ชัชพงศ์ ชาวบ้านไร่




​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 10 อันดับ สายการบินดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026 โดย Skytrax

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine