IHG มองท่องเที่ยวทั่วโลกยังขาขึ้น ‘ไทย’ เด่นสุดในภูมิภาค! ลุยขยายโรงแรมเพิ่มอีกเท่าตัวใน 3-5 ปี

IHG มองท่องเที่ยวทั่วโลกยังขาขึ้น ‘ไทย’ เด่นสุดในภูมิภาค! ลุยขยายโรงแรมเพิ่มอีกเท่าตัวใน 3-5 ปี

นับตั้งแต่เปิดตัวฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท ภูเก็ต โรงแรมแห่งแรกในเครือ IHG Hotels & Resorts ที่ประเทศไทยเมื่อปี 2530 และได้เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว 40 แห่ง และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 39 แห่ง ซึ่งจะทำให้ IHG สามารถขยายพอร์ตในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายใน 3-5 ปีข้างหน้า


    Elie Maalouf ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IHG Hotels & Resorts ได้เปิดมุมมองต่อทิศทางอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมของประเทศไทย โดยชี้ว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของการท่องเที่ยวโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมนักเดินทางรุ่นใหม่

    ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นตลาดที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะประเทศไทย เนื่องจากมีโครงสร้างประชากรเป็นวัยทำงานจำนวนมาก และมีกลุ่มชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูง ส่งผลให้การบริโภคและการเดินทางยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน GDP ของหลายประเทศในภูมิภาคก็มีแนวโน้มขยายตัว ซึ่งจะช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวในระยะยาว

    อีกปัจจัยสำคัญคือทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมการบิน ประเทศที่มีคำสั่งซื้อเครื่องบินรายใหญ่ของโลก คือ อินเดีย จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนถึงการขยายตัวของสายการบินทั้งแบบ low cost และ full service ส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศและภายในภูมิภาคมีความคึกคักมากขึ้น เห็นได้จากเส้นทางบินระหว่างประเทศที่หนาแน่นที่สุดในโลก 10 อันดับแรกในปีที่ผ่านมา อยู่ในภูมิภาคนี้ถึง 7 อันดับ โดยเส้นทางกรุงเทพฯ-ฮ่องกง ติดอยู่ในอันดับที่ 7


​Elie Maalouf


เชื่อมั่นไทย ลุยขยายโรงแรม รับท่องเที่ยวเติบโต

    สำหรับประเทศไทย Elie Maalouf มองว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง ระบบการเชื่อมต่อของสายการบินที่ครอบคลุม และวัฒนธรรมการบริการที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร แม้ในบางช่วงอาจเผชิญกับภาวะชะลอตัว แต่ในภาพรวมยังคงเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลก

    “การท่องเที่ยวโลกยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 36 ล้านคน ในปี 2569 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเดินทางภายในประเทศกว่า 205 ล้านครั้ง”

    นโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาลไทยประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากการที่กรุงเทพฯ ครองตำแหน่งเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกติดต่อกัน 3 ปี ซึ่งทำให้ภาคเอกชนมีความเชื่อมั่นในระยะยาว

    นอกจากนี้ การขยายตัวของโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการโรงแรมที่มีต่อประเทศไทยในระยะยาว โดยจำนวนห้องพักในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2568 เพิ่มขึ้นกว่า 3,000 ห้องในย่านศูนย์กลางธุรกิจ ส่งผลให้ปัจจุบันมีจำนวนห้องพักรวมทั้งสิ้นกว่า 83,000 ห้อง

    ในประเทศไทย IHG มีโรงแรมระดับเวิลด์คลาสมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Six Senses, InterContinental, Kimpton, Vignette Collection และ Hotel Indigo โดยมีแผนการเปิดโรงแรมใหม่ในกลุ่ม Luxury & Lifestyle คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 38% ของโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งหมดในไทย เนื่องจากตลาดการท่องเที่ยวระดับ Luxury นั้นมีการเติบโตเกือบ 10% ต่อปี

    ขณะเดียวกัน IHG ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มแบรนด์ Mainstream อย่างเต็มกำลังด้วยเช่นกัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของโรงแรมทั้ง 40 แห่งในเครือที่อยู่ในประเทศไทย และมีสัดส่วนสูงถึง 41% ของโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาผ่านแบรนด์อย่าง Holiday Inn, Holiday Inn Express และ Garner ขณะที่กลุ่มพรีเมียมมีสัดส่วน 10% ของโรงแรมที่เปิดแล้ว และ 15% ของโครงการที่กำลังพัฒนา

    โดยปัจจุบัน IHG มีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจำนวน 39 แห่ง ซึ่งจะทำให้สามารถขยายพอร์ตในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า


Dinso Resort & Villas Phuket


    Elie Maalouf ยังระบุด้วยว่า กลุ่มประชากรที่เติบโตเร็วที่สุดในปัจจุบันคือชนชั้นกลาง ซึ่งแนวโน้มนี้เกิดขึ้นทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น สิ่งแรกที่คนกลุ่มนี้เลือกทำคือการเดินทาง ไม่ว่าจะเพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือทำงาน

    IHG จึงพัฒนาแบรนด์ต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในทุกระดับสำหรับกลุ่ม Everyday Travel ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่และครอบครัวขนาดเล็ก แม้ไม่ได้มีกำลังซื้อสูงสำหรับโรงแรมหรู แต่มีไฟสำหรับการสำรวจจุดหมายใหม่ๆ

    “IHG ยังเห็นโอกาสเติบโตในไทยอีกมาก เนื่องจากจำนวนห้องพักยังไม่เพียงพอต่อประชากร โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีอัตราการเข้าพักสูงเกือบเต็มทั้งหมด โดยปี 2569 IHG มีแผนเปิดโรงแรมใหม่ในกรุงเทพฯ อีก 5 แห่ง ภายใต้แบรนด์ Hotel Indigo, Crowne Plaza และ Holiday Inn Express เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต แม้บางปีการท่องเที่ยวอาจชะลอลงบ้าง แต่ในระยะยาวประเทศไทยยังคงมีความแข็งแกร่งสูง”

    ทั้งนี้ IHG คาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า ภาคการท่องเที่ยวของไทยจะสร้างการจ้างงานเพิ่มราว 1.7 ล้านตำแหน่ง จากปัจจุบันที่มีแรงงานในอุตสาหกรรมนี้กว่า 8.4 ล้านคน ซึ่งสะท้อนบทบาทสำคัญของธุรกิจบริการต่อเศรษฐกิจในประเทศ

    สำหรับ IHG ธุรกิจโรงแรมไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการสร้างผลกำไร แต่ยังเป็นกลไกในการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจ โรงแรมหนึ่งแห่งสามารถสร้างงานได้ตั้งแต่ 30-300 ตำแหน่ง ดังนั้นการเปิดโรงแรมใหม่ 5 แห่ง จะก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 1,000 ตำแหน่ง ช่วยส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่น และลดการย้ายถิ่นแรงงานเข้าสู่เมืองใหญ่

    “โดยในปีที่ผ่านมา โรงแรมในเครือ IHG ยังได้สร้างงานใหม่กว่า 500 ตำแหน่ง จนปัจจุบันมีบุคลากรรวมกว่า 6,000 คนที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงแรมทั่วประเทศไทย” Elie Maalouf กล่าว


intercontinental khaoyai resort


AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่แทนคนไม่ได้

    ไม่ว่าเทคโนโลยี AI จะพัฒนาไปไกลเพียงใด แต่ Elie Maalouf มองว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือเหตุผลหลักของการเดินทาง นักท่องเที่ยวต้องการประสบการณ์จริงจากผู้คนจริง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าพัก การรับประทานอาหาร ความบันเทิง หรือการพบปะผู้คน ซึ่ง AI ไม่สามารถทดแทนได้

    อย่างไรก็ตาม AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวก่อนและหลังการเดินทาง โดยเฉพาะในขั้นตอนการค้นหาข้อมูล การตัดสินใจจองที่พัก และการวางแผนการเดินทาง

    IHG จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่ใช้ AI เพื่อทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น และยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพักตั้งแต่ต้นจนจบ

    “ในมุมของผู้ประกอบการ หุ้นส่วน และนักลงทุน AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และสนับสนุนการบริหารจัดการด้านการเงิน การจอง และการบริการ ส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร และการส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณภาพให้กับลูกค้า” Elie Maalouf กล่าว




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ‘กรุงเทพฯ’ ติด Top 3 เมืองยอดนิยมจากนักเดินทางทั่วโลก เป็นรองแค่โตเกียวและโซล ส่วน ‘จีน’ และ ‘ตุรกี’ เริ่มมาแรง

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine