คลับเมด เผย ปี 68 นักท่องเที่ยวไทยนิยมไปสกีรีสอร์ตที่ญี่ปุ่นจำนวนมาก หนุนมูลค่าธุรกิจในไทยโตพุ่ง 15% จากปีก่อนหน้า

คลับเมด เผย ปี 68 นักท่องเที่ยวไทยนิยมไปสกีรีสอร์ตที่ญี่ปุ่นจำนวนมาก หนุนมูลค่าธุรกิจในไทยโตพุ่ง 15% จากปีก่อนหน้า

FORBES THAILAND / ADMIN
08 Jun 2026 | 04:03 PM
READ 172

คลับเมด เผย ปี 68 ยังคงขับเคลื่อนธุรกิจท่องเที่ยวแบบพรีเมียมออลอินคลูซีฟให้มีกำไรเติบโตได้อย่างต่อเนื่องโดยมีมูลค่าทางธุรกิจ (Business Volume): อยู่ที่ 2,222 ล้านยูโร ซึ่งในส่วนของนักท่องเที่ยวไทยในปีที่ผ่านมา นิยมไปเที่ยวสกีรีสอร์ตเพื่อเล่นกีฬาท่ามกลางหิมะอันหนานุ่มโดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น หนุนมูลค่าธุรกิจในไทยโตพุ่ง 15% จากปีก่อนหน้า


    ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านจากสภาวะเศรษฐกิจและเสถียรภาพโลก ทว่า คลับเมด (Club Med) ผู้นำระดับโลกด้านการพักผ่อนระดับพรีเมียมออลอินคลูซีฟ (Premium All-Inclusive) ยังคงขับเคลื่อนผลการดำเนินงานตลอดสองปีที่ผ่านมา โดยสร้างผลกำไรที่มั่นคงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเผยผลประกอบการปี 2568

    - มูลค่าทางธุรกิจ (Business Volume): อยู่ที่ 2,222 ล้านยูโร เติบโตเพิ่มขึ้น +4% เมื่อเทียบกับปี 2567

    - อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin): เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบแบบปีต่อปี ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่วางไว้

    - ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Rate: ADR): อยู่ที่ 241 ยูโร เพิ่มขึ้น +5% เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการวางตำแหน่งทางการตลาดในระดับพรีเมียม

    - จำนวนผู้เข้าพัก (Clients): มียอดต้อนรับผู้เข้าพักมากกว่า 1.4 ล้านคนจากทั่วโลก

    - อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Average Room Occupancy Rate): อยู่ที่ 75.8% เพิ่มขึ้น +1.8 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2567

    - ผลการดำเนินงานแยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์: มูลค่าทางธุรกิจของกลุ่มรีสอร์ตบนภูเขา (Mountain Resorts) เติบโต +10%, กลุ่มรีสอร์ตริมทะเล (Sun Resorts) เติบโต +4% และกลุ่มเอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลกชัน (Exclusive Collection) ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับหรูหราของแบรนด์ เติบโตเพิ่มขึ้น +5%

    ทั้งนี้ ทิศทางการเติบโตดังกล่าว เป็นผลมาจากการวางตำแหน่งทางการตลาดในระดับพรีเมียม ความหลากหลายของกลุ่มรีสอร์ต เอกลักษณ์ของแนวคิดการพักผ่อนแบบรวมทุกอย่าง (All-Inclusive) พร้อมด้วยการบูรณาการกลยุทธ์ดิจิทัลและกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) อย่างมีนวัตกรรม

    สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และแปซิฟิก (ESAP) คลับเมดประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในกลุ่มรีสอร์ตระดับพรีเมียมแบบรวมทุกอย่าง โดยมีรายละเอียดความสำเร็จดังนี้:

    - ภาพรวมภูมิภาค ESAP: มูลค่าทางธุรกิจในภูมิภาคนี้เติบโตขึ้นถึง 13% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี โดยต้อนรับผู้เข้าพักจากทั่วโลกแล้วมากกว่า 300,000 คน สู่รีสอร์ตทั้ง 10 แห่งในภูมิภาค

    - ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต: ได้รับแรงหนุนจากยอดเติบโตที่เพิ่มขึ้นกว่า 21% ของกลุ่มรีสอร์ตบนภูเขาในประเทศญี่ปุ่น จีน และเทือกเขาแอลป์ในยุโรป ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างน่าประทับใจถึง 20% ของ "คลับเมด 2" (Club Med 2) ซึ่งเป็นเรือสำราญหรูอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของตลาดที่เด่นชัดต่อการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์และทริปในฝัน

    - ผลการดำเนินงานในประเทศไทย: มูลค่าทางธุรกิจในประเทศไทยเติบโตขึ้น 15% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของทั้งการท่องเที่ยวในประเทศและการเดินทางไปต่างประเทศ (Outbound)

    - การเติบโตในไทยส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนด้วยยอดที่พุ่งสูงขึ้นถึง 23% ในกลุ่มรีสอร์ตบนภูเขา เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อสัมผัสประสบการณ์สกีระดับโลก นอกจากนี้ ยังพบกระแสความสนใจใหม่ในประเทศจีน โดยเฉพาะภูมิภาค "ลี่เจียง" (Lijiang) ที่กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบภูเขา รวมถึงแหล่งสกีชื่อดังอย่าง ยาลี่ (Yabuli) และเป่ยดาหู (Beidahu)

    ในส่วนของตลาดในประเทศ "คลับเมด ภูเก็ต" (Club Med Phuket) ยังคงเป็นกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของยอดขายภายในประเทศ ในขณะที่ "มัลดีฟส์" ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางต่างประเทศระดับพรีเมียมที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวไทย


    Rachael Harding ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คลับเมด ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตะวันออก กล่าวว่า ผลประกอบการในปี 2568 ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงพลังอันแข็งแกร่งและยั่งยืน และเนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 75 เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นิยามของความหรูหราที่แท้จริง คือการมอบอิสระ ให้ผู้คนได้กลับมาเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ครอบครัว และตนเองอีกครั้ง

    "คลับเมดยังคงเดินหน้ายกระดับประสบการณ์จิตวิญญาณแห่งอิสรภาพ อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรม การต้อนรับที่ผสานความหลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อมทั้งมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีมูลค่าสูง"

    ด้าน Bruno Courbet ผู้อำนวยการบริหาร คลับเมด ประจำประเทศไทย อินโดนีเซีย อินเดีย และตลาดใหม่ กล่าวว่า ประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับหนึ่ง (Hero Destination) ของเรา ความชื่นชอบในวัฒนธรรมการเล่นสกีที่ญี่ปุ่นของนักเดินทางชาวไทยยังคงเติบโตแข็งแกร่งกว่าที่เคย ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปัจจัยความลงตัวในเรื่องของระยะทางที่ใกล้และเรื่องของคุณภาพของหิมะที่ดีที่สุดในโลก (Premium Powder) 

    อย่างไรก็ตาม Bruno ยังบอกถึงแนวโน้มใหม่ที่น่าสนใจด้วยว่า "การเดินทางไปประเทศจีน โดยเฉพาะเมืองลี่เจียง (Lijiang) และทัศนียภาพของภูเขาที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งกลายมาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับกลุ่มผู้นำเทรนด์ (Trendsetters) ที่มองหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ส่วนในประเทศนั้น คลับเมด ภูเก็ต (Club Med Phuket) ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลักในท้องถิ่นสำหรับกลุ่มครอบครัวที่ต้องการการพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องเดินทางออกนอกประเทศ"


ภาพ : คลับเมด




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “การท่องเที่ยวมาเก๊า” บุกจัดโรดโชว์ในไทยหวังกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยว ปี 69 โตแตะ 250,000 คน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine