หมอแอมป์ BDMS นำทัพ! Wellness Team Thailand ผนึกรัฐ-เอกชนชูการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ดันไทยสู่แลนด์มาร์กใหม่ด้านสุขภาพโลก

หมอแอมป์ BDMS นำทัพ! Wellness Team Thailand ผนึกรัฐ-เอกชนชูการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ดันไทยสู่แลนด์มาร์กใหม่ด้านสุขภาพโลก

FORBES THAILAND / ADMIN
07 Feb 2026 | 04:30 PM
READ 2311

“หมอแอมป์ ตนุพล” นำทัพ BDMS Wellness Clinic ผนึกภาครัฐ-เอกชนชั้นนำ ฟอร์มทีม “Wellness Team Thailand” ชูการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ดันเป็นแลนด์มาร์กใหม่ด้านสุขภาพโลก


    ในอดีต การท่องเที่ยวมักถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาสำหรับการพักผ่อนและเปลี่ยนบรรยากาศจากชีวิตประจำวัน เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่ช่วยเติมพลังให้ร่างกายและจิตใจก่อนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ แต่ในปัจจุบัน บทบาทของการท่องเที่ยวได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากการพักผ่อนชั่วคราว สู่การเป็น “การลงทุนระยะยาวเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต”

    สำหรับประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้การยอมรับจากทั่วโลกในฐานะจุดหมายปลายทางที่มีศักยภาพรอบด้าน ทั้งความงดงามและความหลากหลายของธรรมชาติ อาหารที่มีเอกลักษณ์ ตลอดจนภูมิปัญญาด้านสุขภาพที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน เมื่อผสานกับวัฒนธรรมการต้อนรับ ทำให้ได้รับการขนานนามจากนานาชาติว่าเป็น “สยามเมืองยิ้ม”

    เหนือสิ่งอื่นใด จุดแข็งของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงความงดงามภายนอก แต่คือพลังแห่งการดูแลซึ่งกันและกันที่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์การแพทย์แผนไทย การนวด การดูแลแบบองค์รวม ไปจนถึงระบบสาธารณสุขและการแพทย์สมัยใหม่ที่ได้มาตรฐานสากล สิ่งเหล่านี้หลอมรวมกันเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่บทบาท “จุดหมายปลายทางด้านสุขภาพของโลก” ได้

    ความโดดเด่นดังกล่าว BDMS Wellness Clinic จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยมีพันธมิตรสำคัญอย่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อพัฒนา Wellness Ecosystem และผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภายใต้แนวคิด Wellness Hub Thailand

​

​

Wellness ไม่ใช่เทรนด์ แต่คือเศรษฐกิจใหม่

    ชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรม Wellness Tourism ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 8.66 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และไม่ใช่เพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของโลก ซึ่งมีสัดส่วนต่อ GDP เพิ่มขึ้นจาก 5.7% ในปี 2019 เป็น 6.1% ในปี 2024 และคาดว่าจะขยายตัวเป็น 7.1% ภายในปี 2029

    แรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตมาจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมมนุษย์ ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของโรคเรื้อรัง ปัญหาสุขภาพจิต และการเปลี่ยนแนวคิดจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วยไปสู่การดูแลเชิงป้องกัน เพื่อให้มีอายุยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

    ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความพร้อมสูงในการพัฒนาอุตสาหกรรมเวลเนส ด้วยศักยภาพด้านระบบการแพทย์ที่ทันสมัย บุคลากรทางการแพทย์ระดับสากล และมาตรฐานการบริการที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ขณะเดียวกัน ไทยยังโดดเด่นด้านภูมิปัญญาพื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก พิธีกรรมทางจิตวิญญาณ แหล่งน้ำแร่เฉพาะถิ่น เมืองและชุมชนที่มีอัตลักษณ์ อาหาร และวิถีชีวิตท้องถิ่น ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับแนวคิดด้านสุขภาพและการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ

    เมื่อผสานจุดแข็งเหล่านี้เข้ากับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน จะช่วยต่อยอดเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ที่มีมูลค่าสูงและยั่งยืน นายชูวิทย์กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทย ไม่ได้มาเพียงเพื่อชมความสวยงามของธรรมชาติหรือวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังเดินทางกลับไปพร้อมสุขภาพที่ดีขึ้น

​


ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโตแรง ดันไทยสู่ ‘ดินแดนแห่งชีวิต’

    นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงที่เครื่องยนต์เศรษฐกิจหลายตัวของประเทศเริ่มชะลอตัว อุตสาหกรรม Wellness จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    โดยเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ประเทศไทยเป็น “ดินแดนแห่งชีวิต” สำหรับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ผู้ที่เดินทางมาแล้วต้องกลับไปพร้อมอายุที่ยืนยาวขึ้น สุขภาพกายและใจที่ดีขึ้น

    ปัจจุบัน โลกและไทยกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพ ทั้งโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ความเครียด และค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น โดยทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังร้อยละ 74 ขณะที่ประเทศไทยสูงถึงร้อยละ 77 ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขต้องแบกรับภาระมากขึ้น และกระทบต่อประสิทธิภาพแรงงานและต้นทุนทางเศรษฐกิจในระยะยาว

    ขณะเดียวกัน โครงสร้างประชากรโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำนวนผู้สูงอายุทั่วโลกเพิ่มจากประมาณ 910 ล้านคนในปี 2558 เป็น 1,223 ล้านคนในปี 2568 และคาดว่าจะสูงถึง 1,920 ล้านคนในปี 2588

    ขณะที่ประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มจาก 15.30% ในปี 2558 เป็น 22.72% ในปี 2568 และคาดว่าจะสูงถึง 34.59% ในปี 2588 และไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดภายในปี 2576

    สำหรับค่าเฉลี่ยอายุขัยของโลกอยู่ที่ 73.6 ปี และอายุสุขภาพอยู่ที่ 63.6 ปี ส่วนประเทศไทยมีอายุขัยเฉลี่ย 77.4 ปี และอายุสุขภาพ 67.3 ปี สะท้อนว่าคนไทยมีอายุยืน แต่ยังต้องเผชิญช่วงเจ็บป่วยยาวประมาณ 10 ปีในบั้นปลายชีวิต ซึ่งสร้างภาระต่อทั้งครัวเรือนและภาครัฐ

    “เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ตัวเลขอายุขัยและอายุสุขภาพเข้าใกล้กันมากที่สุด เพื่อให้ประชาชน อายุยืนและไม่ป่วย” นายแพทย์ตนุพล กล่าว

    ในส่วนของตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั่วโลกนั้นเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากมูลค่า 6.17 แสนล้านเหรียญในปี 2560 เพิ่ม 8.93 แสนล้านเหรียญในปี 2567 และคาดว่าจะขยายตัวเป็น 1.38 ล้านล้านเหรียญในปี 2572 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 9.1% ต่อปี โดยเอเชียยังคงเป็นผู้นำตลาด Wellness Tourism ของโลก

    สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมูลค่าเศรษฐกิจ Wellness อยู่ที่ประมาณ 4.05 หมื่นล้านเหรียญ ติดอันดับ 24 ของโลก และอันดับ 9 ของเอเชียแปซิฟิก โดยในช่วงปี 2565-2566 เติบโตสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลกที่ 28.4% ในจำนวนนี้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าสูงสุด กว่า 1.23 หมื่นล้านเหรียญ

    ในปี 2566-2567 ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยเติบโตถึง 36.4% เป็นอันดับ 3 ของโลก ขณะที่ปี 2567 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 15 ของโลกด้านรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยใีมูลค่า 1.41 หมื่นล้านเหรียญ และมีจำนวนทริปกว่า 16 ล้านครั้ง

    “จุดแข็งสำคัญของไทยที่ประเทศคู่แข่งเลียนแบบได้ยาก คือวัฒนธรรมการต้อนรับและการบริการแบบไทย” นายแพทย์ตนุพล กล่าว

    ทั้งนี้ BDMS เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนร่วมกับภาครัฐและเอกชนเท่านั้น เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิด Wellness Hub Thailand ภารกิจนี้ไม่สามารถทำได้โดยลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้เดินทางมา “ซื้อชีวิตที่ดีขึ้น” ในประเทศไทย​


ผนึกกำลัง Wellness Team Thailand

    องค์ประกอบทั้งหมดที่กล่าวมาได้ถูกหลอมรวมเป็นประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ภายใต้แนวคิด “The Journey Within” การเดินทางเพื่อกลับมาเข้าใจร่างกายและจิตใจของตนเอง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว 

    The Journey Within เกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายภาครัฐและเอกชนในรูปแบบ Wellness Team Thailand ภายใต้โมเดล Travel-Stay-Scientific Wellness โดยมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB), ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด และบางกอกแอร์เวย์ส ทำหน้าที่ขับเคลื่อนด้านการเดินทาง การส่งเสริมภาพลักษณ์ และการพัฒนาตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในระดับประเทศ

    ด้านที่พักและไลฟ์สไตล์ ประกอบด้วย สมาคมโรงแรมไทย, โรงแรมศรีพันวา, เซเลส สมุย, Movenpick BDMS Wellness Resort และโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ร่วมกันพัฒนามาตรฐานการบริการที่ผสานความสะดวกสบายเข้ากับแนวคิด Wellness ขณะที่สยามพิวรรธน์ และคิง เพาเวอร์ สนับสนุนมิติด้านรีเทลและไลฟ์สไตล์ โดยคิง เพาเวอร์ยังพัฒนา The Atlas Club เพื่อยกระดับประสบการณ์นักเดินทางระดับพรีเมียม

    ในมิติความงามและการฟื้นฟูสุขภาพ ลังโคม ภายใต้บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) เสริมด้าน Aesthetic & Skin Longevity ด้วยเทคโนโลยีความงามเชิงวิทยาศาสตร์ ขณะที่โอซิม เติมเต็มด้าน Recovery & Relaxation ผ่านอุปกรณ์ Wellness Technology ส่วนบัตรเครดิตเคทีซี สนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพด้วยโซลูชันทางการเงิน และสมาคมสปาไทย ทำหน้าที่พัฒนามาตรฐานและถ่ายทอดภูมิปัญญาไทยสู่ระดับสากล

    ด้านบริการสุขภาพและ Scientific Wellness BDMS Wellness Clinic ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแบบเฉพาะบุคคล ร่วมกับ N Health ผู้ให้บริการห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ครอบคลุมการตรวจ Biomarkers, DNA, ฮอร์โมน, ไมโครไบโอม, โปรตีโอมิกส์ และอีพีเจเนติกส์ เพื่อสนับสนุนการประเมินความเสี่ยงและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างเป็นระบบ

    ขณะเดียวกัน BDMS Wellness Clinic ยังร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, วิทยาลัยนานาชาติและวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล, วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (CICM), สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง (TUSAT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวิทยาลัยดุสิตธานี เพื่อพัฒนาบุคลากร งานวิจัย และหลักสูตรด้านการแพทย์และ Wellness รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพในระยะยาว




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Wellness ปี 2569 โตเด่น เปิด 8 เทรนด์ธุรกิจสุขภาพมาแรง ‘หมอแอมป์ BDMS’ ชี้ ไทยอย่าปล่อยโอกาสทองหลุดมือ

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine