รัฐจัดโครงการ ‘Workation’ ฟื้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังโควิด - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Travel >
  • รัฐจัดโครงการ ‘Workation’ ฟื้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังโควิด

รัฐจัดโครงการ ‘Workation’ ฟื้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังโควิด

รัฐเร่งฟื้นฟู อุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังโควิด จับมือเอกชนจัดโครงการ “Workation Thailand ทำงานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ” จัด 5 แพคเกจเสนอเอกชนช่วยกระตุ้นท่องเที่ยวไตรมาสมาสสุดท้าย เตรียมเพิ่มสิทธิประโยชน์ ปลดล็อกโครงการเที่ยวด้วยกัน ผลักดันรายได้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว 5 แสนล้านบาท

สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวเปิดตัวโครงการ “Workation Thailand ทำงานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ” ภายใต้แนวคิด “Working Outing & Meeting from Somewhere” ว่า ภาครัฐให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมากจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา ผ่านโครงการเที่ยวด้วยกัน และมาตรการต่างๆ ที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรม ทำให้อัตราการเข้าพักจากร้อยละ 3 ในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ ปัจจุบันอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 30

ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสสุดท้าย ซึ่งโดยปกติจะเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว ภาครัฐโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ จัดโครงการ “Workation Thailand ทำงานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ” เปลี่ยนทุกที่ของประเทศไทยให้กลายเป็นที่ทำงาน พบปะ พูดคุย สังสรรค์ และจัดประชุม พร้อมเชิญชวนบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ องค์กร และหน่วยงาน ซื้อแพคเกจจัดประชุม สัมนา ในราคาพิเศษ ซึ่งขณะนี้มีบริษัทขนาดใหญ่ตอบรับเข้าร่วมโครงการแล้ว เช่น กลุ่มปตท. และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่มีการซื้อห้องพักสำหรับการจัดประชุม สัมนา รวมกว่า 1 หมื่นห้อง

สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน


“การฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ต้องอาศัยความร่วมมือกันทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนที่มีการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อช่วยกันประคับประคองให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเราเดินหน้า และแข็งแรง ควบคู่กับการเปิดประเทศอย่างระมัดระวัง เพื่อดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพให้เข้ามา”
สุพัฒนพงษ์ กล่าว

นอกจากนี้ ภาครัฐยังเตรียมเสนอมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่บริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงแผนการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างระมัดระวัง เพื่อดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพให้กลับมา และทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง โดยจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (ศบศ.) โดยเร็วที่สุด

 

เปิด 5 แพคเกจกระตุ้นท่องเที่ยว

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า มีบริษัทที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “Workation Thailand ทำงานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ” เกือบ 100 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม โดยที่บริษัทเอกชนสามารถซื้อแพคเกจห้องพักโรงแรมคุณภาพดี ในราคาถูก ผ่านรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวเส้นทางการท่องเที่ยว 5 ประเภท คือ

  1. CSR Outing ทำงานแบบสุขกาย สุขใจ ได้ตอบแทนสังคมและรักสิ่งแวดล้อม
  2. Special Interest ท่องเที่ยวไปกับความสนใจพิเศษที่คุณเลือกได้ เรียนรู้ควบคู่ไปกับการทำงาน สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมและโบราณสถานทั่วไทย ผ่อนคลายได้สุขภาพ สนุกกับการค้นพบประสบการณ์ใหม่
  3. Community สร้างทีมเวิร์ค ความผูกพันของบุคลากรในหน่วยงาน ด้วยกิจกรรมท่องเที่ยววิถีชุมชน
  4. Luxury & Gastronomy พบปะหารือ ประชุมบนเรือยอร์ช แบบ Exclusive เสิร์ฟอาหารแบบ Farm to Table วัตถุดิบคุณภาพ สดจากฟาร์มถึงมือคุณ
  5. Special Deal ดีลพิเศษเฉพาะ Workation Thailand เสนอส่วนลดพิเศษสุด พร้อมสิทธิพิเศษอื่น ๆ มากมาย เช่น แพคเกจทัวร์ Vouchers ต่าง ๆ มากมาย

ยุทธศักดิ์ คาดว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยผลักดันเป้าหมายการเดินทางท่องเที่ยวไทยของคนไทยให้ถึง 80–100 ล้านคน/ครั้ง หรือมีรายได้ราว 5 แสนล้านบาท ซึ่งแนวโน้มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเริ่มกระเตื้องขึ้นจากโครงการเที่ยวด้วยกัน รวมถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวีซ่าพิเศษ (STV) จำนวน 1,200 คน ที่จะเป็นโครงการนำร่อง โดย ททท.จะนำเสนอความคิดเห็น ข้อกังวลต่างๆ เข้าสู่การพิจารณาของ ศบศ. เพื่อปรับมาตรการให้สมดุลระหว่างมาตรการด้านสาธารณสุขและการฟื้นฟูการท่องเที่ยว รวมถึงการลดข้อจำกัดของโครงการเที่ยวด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของโครงการมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ หลักการสำคัญของการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวีซ่าพิเศษ จะต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด มีการกักตัวเช่นเดียว 14 วัน เช่นเดียวกับในสถานกักกันของรัฐ และจะต้องอยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำในการระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวจากกวางโจว และสแกนดินีเวีย ที่ขอเดินทางเข้ามา อยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีการระบาดแล้วอย่างน้อย 28 วัน เป็นต้น

“ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในหลายประเทศ เริ่มมีการเปิดให้เดินทาง เช่น ญี่ปุ่น เป็นต้น สำหรับประเทศไทย หากโครงการ STV ประสบความสำเร็จ จะช่วยให้การเปิดประเทศในช่วงปลายปีสามารถดำเนินการได้ และทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวในปี 2564” ยุทธศักดิ์กล่าว

อ่านเพิ่มเติม: Transformation …..Are you OK?

 

 

 

BACK TO TOP