“นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” รีแบรนด์โรงแรมในเครือสู่ “หลับดี” - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Travel >
  • “นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” รีแบรนด์โรงแรมในเครือสู่ “หลับดี”

“นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” รีแบรนด์โรงแรมในเครือสู่ “หลับดี”

Forbes Thailand / Admin
30 Mar 2022 | 5:43 pm 482

นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ประกาศรีแบรนด์ หลับดี (Lub d) กลุ่มโรงแรมไลฟ์สไตล์ในเครือ พร้อมเปิดให้บริการโรงแรมหลับดี บางกอก สยาม อีกครั้งหลังปิดปรับปรุง พร้อมเปิดคาเฟ่และบาร์ไลฟ์สไตล์แห่งใหม่เพื่อกระตุ้นยอดขายหลังสถานการณ์โควิด-19 มั่นใจด้านกระแสตอบรับ พร้อมตั้งเป้าขยายโรงแรมเพิ่ม คาดทำรายได้กว่า 600 ล้านบาท ภายใน 5 ปี

นิธิดา นิธิวาสิน ผู้อำนวยการ Lub d ในเครือนารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป พร้อมด้วยคณะผู้บริหารร่วมงาน “Lub d Nice to Meet You…Again” อีเวนต์แถลงข่าวรีแบรนด์และเปิดตัวโรงแรมหลับดี บางกอก สยาม หลังปิดปรับปรุง

““หลับดี” ไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงแรม แต่เป็นไลฟ์สไตล์การพักผ่อนและการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางมาพักผ่อนได้ “หลับดี” จึงใช้โอกาสนี้ในการรีแบรนด์หรือปรับอัตลักษณ์แบรนด์ใหม่ ครั้งแรกในรอบ 8 ปี โดยได้ ‘ดีไซน์สตูดิโอ (DesignStudio)’ บริษัทแบรนด์และครีเอทีฟดิจิทัลเอเจนซี่ชื่อดังที่มีผลงานการทำแบรนด์ให้กับแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Alipay และ Airbnb มาออกแบบแบรนด์ภายใต้กลยุทธ์ ‘Go Brave’ กล้าที่จะออกจากกรอบ สะท้อนบุคลิกที่สนุกและเป็นมิตร ตอบโจทย์เป้าหมายของ “หลับดี” ที่มุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่น่าจดจำ ‘Unforgetable Experiences’ และท้าทายให้นักเดินทางได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ”

“นอกจากการปรับอัตลักษณ์แบรนด์ใหม่แล้วยังมีการปรับปรุง หลับดี บางกอก สยาม (Lub d Bangkok Siam) ที่ตั้งอยู่ติดสถานี BTS สนามกีฬาแห่งชาติ โดยใช้งบประมาณกว่า 50 ล้านบาท เพื่อการรีโนเวตห้องพัก 30 ห้อง ที่ผสมผสานความเป็นท้องถิ่นและความทันสมัยเข้าด้วยกัน ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและคงเอกลักษณ์ของกลุ่มลูกค้าที่ชอบโฮสเทล

เพราะแบรนด์ “หลับดี” คือผู้บุกเบิกโรงแรมแนวโฮสเทลสัญชาติไทยที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมถึงเคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นโฮสเทลอันดับ 1 ด้วยความโดดเด่นด้านการบริการและการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เข้าพัก พร้อมเพิ่มพื้นที่ส่วนกลาง และ Co-working Space ที่มีอุปกรณ์ครบครันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Workation สามารถรองรับการประชุมหรือการจัดเวิร์คช็อปเป็นกลุ่มได้”

ซึ่งในงานยังมีการเปิดตัว Rodken (รถเข็น) ไลฟ์สไตล์คาเฟ่ที่สนับสนุนความยั่งยืนของชุมชน และ District (ดิสทริก) บาร์บรรยากาศสบาย ๆ เหมาะกับการพบปะสังสรรค์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Street Meets Neighborhood’ โดย Rodken และ District จะเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่กับแบรนด์ “หลับดี” ในสาขาอื่นๆ ต่อไปด้วย

นิธิดาได้ปิดท้ายถึงเป้าหมายของหลับดีว่า “ปัจจุบัน “หลับดี” มีสาขาอยู่แล้ว 5 แห่ง ได้แก่ หลับดี สยาม, หลับดี เกาะสมุย หาดเฉวง, หลับดี ป่าตอง ภูเก็ต, หลับดี มากาตี ฟิลิปปินส์ และ หลับดี เสียมราฐ กัมพูชา ซึ่งจะมีแผนเปิดตัวสาขาใหม่ 2 สาขาในปี 2565 ได้แก่ หลับดี เชียงใหม่ และ หลับดี จตุจักร รวมไปถึงอีก 2 สาขา ในปี 2566 ได้แก่ หลับดี พะงัน และ หลับดี กระบี่ คาดว่าจะทำรายได้รวมมากกว่า 600 ล้านบาทภายใน 5 ปี จากนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยก่อนเปิดประเทศจะกระตุ้นให้คนไทยออกมาเที่ยวมากขึ้นผ่านโครงการของภาครัฐ อาทิ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ และ ‘ทัวร์เที่ยวไทย’ ”

 

อ่านเพิ่มเติม: “เจ้าสัว” โอดต้นทุนพุ่ง ปรับกลยุทธ์ออกสินค้าใหม่ชิงตลาด


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

 

BACK TO TOP