กลุ่มโรมแรม เอ-วัน ทุ่มงบ 250 ล้านบาท รีโนเวท "โรงแรมเอ-วัน พัทยา" เปิดโซน 'Kids Club' เจาะกลุ่มตลาดครอบครัว - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Travel >
  • กลุ่มโรมแรม เอ-วัน ทุ่มงบ 250 ล้านบาท รีโนเวท “โรงแรมเอ-วัน พัทยา” เปิดโซน ‘Kids Club’ เจาะกลุ่มตลาดครอบคร

กลุ่มโรมแรม เอ-วัน ทุ่มงบ 250 ล้านบาท รีโนเวท “โรงแรมเอ-วัน พัทยา” เปิดโซน ‘Kids Club’ เจาะกลุ่มตลาดครอบครัว

Forbes Thailand / Admin
08 Apr 2022 | 9:30 am 339

กลุ่มโรมแรม เอ-วัน ทุ่มงบ 250 ล้านบาท รีโนเวท โรงแรมเอ-วัน พัทยา เตรียมเปิดโซน “Kids Club” เจาะกลุ่มตลาดครอบครัว พร้อมปรับกลยุทธ์ดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดเอเชีย ทดแทนตลาดยุโรปที่แผ่วลงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

กลุ่มโรมแรม เอ-วัน
โรงแรมเอ-วัน กรุงเทพฯ

สมชัย รัตนโอภาส ประธานกรรมการบริหารกลุ่มโรมแรม เอ-วัน เผยว่า “ด้วยยอดตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบต่อเนื่องกว่า 2 ปีที่ผ่านมา กลุ่มโรงแรมเอ-วัน ได้เตรียมแผนตั้งรับและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขวิกฤตดังกล่าว” จึงได้จับมือกับ โรงพยาบาลวิชัยเวช แบ่งปันพื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงแรมเอ-วันกรุงเทพฯ เปิดบริการ Hospitel และ Alternative State Quarantine (AQ) เนื่องด้วยมีห้องพักกว้างขวาง มีทำเลที่ตั้งใกล้ถนนสายสำคัญอย่างถนนสุขุมวิท ง่ายต่อผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศและต้องกักตัวเพื่อรอผล RT-PCR ตามที่รัฐบาลกำหนด

โดยการดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่รัดกุม ควบคู่ไปกับการเปิดให้บริการโรงแรมเอ-วัน กรุงเทพฯ ในอีกอาคารตามปกติ ดึงดูด 3 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มนักท่องเที่ยว Medical Tourism หรือ Wellness Tourism ที่เข้าพักแบบระยะยาว กลุ่มนักท่องเที่ยวปกติที่เข้าพักแบบระยะสั้น และกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย ทำให้มีลูกค้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องทดแทนลูกค้าในกลุ่มของนักท่องเที่ยวที่ลดลงจากโควิด-19 ส่งผลให้ภาพรวมมียอดจองเข้าพักอยู่ที่ 90%

กลุ่มโรมแรม เอ-วัน
โรงแรมเอ-วัน รอยัล ครูส พัทยา

สำหรับโรงแรม เอ-วัน พัทยา ปีที่ผ่านมา ม้ภาพรวมการท่องเที่ยวเมืองพัทยายังคงซบเซา จากปัจจัยนักท่องเที่ยวต่างชาติลงลด แต่ด้วยฐานกลุ่มลูกค้าของ เอ-วัน พัทยา ที่เน้นทำการตลาดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศอยู่แล้ว จึงได้รับผลกระทบไม่มาก และด้วยความหลายหลายของโรงแรมเอ-วัน พัทยา ที่มีตั้งแต่ระดับ 3 ดาว ไปจนถึง 5 ดาว ทำให้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างครอบคลุมทุกกลุ่ม ได้แก่

  • A-One Star Hotel โรงแรม 3 ดาว ตกแต่งเรียบง่ายสไตล์มินิมอล จับกลุ่มวัยรุ่น
  • A-One The Royal Cruise Hotel โรงแรม 4 ดาวที่เป็นไอคอนนิกด้วยดีไซน์รูปเรือสุดหรูและเป็นแลนด์มาร์คของพัทยา จับกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่
  • A-ONE Pattaya Beach Resort โรงแรมที่มีแนวคิด Easy Wheelchair Access จับกลุ่มครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ
  • A-One New Wing Hotel โรงแรม 4 ดาว ตกแต่งในสไตล์ Cruise Ship และ Mytt Beach Hotel โรงแรม 5 ดาว จับกลุ่มวัยทำงาน

นอกจากนี้ ทางโรงแรมเอ-วัน พัทยา ยังได้เตรียมเปิดโซนใหม่ Kids Club ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ เพื่อเจาะกลุ่มตลาดครอบครัวโดยเฉพาะ เนื่องจากเห็นโอกาสการเติบโตของกลุ่มนี้ และด้วยบริการต่างๆ ของเอ-วัน อย่าง ห้องฟิตเนส ห้องอาหารหลากหลายสไตล์ สปา ซึ่งเป็นจุดแข็งที่จะทำให้ลูกค้าสามารถใช้เวลาพักผ่อนได้อย่างครบวงจร

ศุภชัย รัตนโอภาส ผู้ช่วยประธานบริหารกลุ่มบริษัท เอ-วัน และกรรมการผู้จัดการโรงแรมมิตร์บีช พัทยา เปิดเผยว่า ในส่วนของโรงแรมมิตร์บีช พัทยา ซึ่งเป็นโรงแรม 5 ดาว ของเครือ เอ-วัน ซึ่งเน้นเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์ แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบดนตรี แต่เมื่อเกิดวิกฤติโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรม คอนเสิร์ต เทศกาลดนตรีได้ ประกอบกับการท่องเที่ยวที่ซบเซาจึงปรับไดเร็กชั่นเป็น “สถานที่พักผ่อนครบวงจร พัฒนาเมนูอาหารให้มีความหลากหลาย และมีบริการที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะในมิติการดื่ม กิน เที่ยว และสุขภาพ ครอบคลุมทุกเจเนอเรชั่น” ได้แก่ 

กลุ่มโรมแรม เอ-วัน
ร้านอาหาร Pippa

“Pippa” ร้านอาหารกึ่ง Rooftop Bar ชั้น 19 จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตกแต่งในธีม Forest เนื่องจากต้องการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศอันร่มเย็นของป่าไม้ แต่เมื่อเดินออกมาด้านนอก จะพบกับวิวพาโนราม่าของทะเลพัทยา ชมพระอาทิตย์ตกดิน รวมถึงยังแบ่งโซนทั้ง Indoor-Outdoor และมีโซนพื้นที่ส่วนตัวไว้สำหรับจัด Private Party โดยเน้นเมนูอาหารสไตล์เอเชี่ยนทวิสต์เป็นหลัก

ส่วน “วันทนา” เดิมเป็นร้านอาหารไทยที่เซิร์ฟอาหารซีฟู้ดก็ได้ปรับให้กลายเป็นร้านอาหารไทยสูตรต้นตำรับ เน้นวัตถุดิบท้องถิ่น จับกลุ่มครอบครัว และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ชื่นชอบอาหารไทยรสชาติดั้งเดิม และสำหรับ “Fat Coco” จากเดิมที่เป็นคาเฟ่และอาหารอิตาเลี่ยน เน้นพิซซ่าและเครื่องดื่ม ก็เปลี่ยนเมนูเป็นซีฟู้ด และซีฟู้ด-หมูกระทะพรีเมี่ยม ราคาจับต้องได้ มีโซน Beach Club ภายในร้านให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจเพื่อจับกลุ่มวัยรุ่นทั้งในเมืองพัทยา และนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ  

นอกจากนี้ มิตร์บีช พัทยา ยังเดินหน้าธุรกิจไมซ์ (MICE) ให้บริการจัดงานประชุมสัมมนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบริการห้องจัดเลี้ยงที่จุได้ถึง 1,000 คน จากเดิมที่มีอยู่แล้วก็พัฒนาให้ดีขึ้นเพิ่มให้สามารถแข่งขันกับผู้ให้บริการรายอื่นได้ เนื่องจากมองเห็นศักยภาพของเมืองพัทยาที่เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ อีกทั้งตลาดการจัดเลี้ยงจัดประชุมก็เริ่มกลับมาแล้ว ประกอบกับทำเลที่ตั้งของโรงแรมอยู่เรียบหาดพัทยากลาง ซึ่งเป็นใจกลางเมืองพัทยา และยังมีบริการที่จอดรถฟรีสำหรับผู้มาประชุมอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม: “นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” รีแบรนด์โรงแรมในเครือสู่ “หลับดี”


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP