PATEK PHILIPPE 1/10th of a Second Monopusher Chronograph ที่สุดแห่งจักรกลเวลา - Forbes Thailand

PATEK PHILIPPE 1/10th of a Second Monopusher Chronograph ที่สุดแห่งจักรกลเวลา

FORBES THAILAND / ADMIN
01 Nov 2022 | 10:50 AM
READ 2219

สำหรับคนรักนาฬิกา คงไม่มีใครโต้แย้งคำกล่าวที่ว่า Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลิปป์) คือนาฬิกาแบรนด์เอกของโลก สถานะเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือการไม่หยุดยั้งที่จะวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ๆ ขึ้นมาใช้กับนาฬิกาของตน และเพื่อที่จะแสดงผลงานจากการวิจัยให้โลกได้ประจักษ์ แผนก ‘Advanced Research’ (แอดวานซ์ด รีเสิร์ช) จึงถือกำเนิดขึ้นใน ค.ศ. 2005 จากนั้นเป็นต้นมา ผลงานจากโครงการนี้ก็ถูกส่งขึ้นเวทีให้โลกได้รับรู้โดยทั่วกันอย่างต่อเนื่อง ในฐานะนาฬิการุ่นพิเศษที่นำเสนอนวัตกรรมชวนทึ่ง ก่อนจะนำนวัตกรรมเหล่านั้นมาใช้กับนาฬิกาคอลเลกชั่นมาตรฐานตามความเหมาะสมต่อไป เพราะปรัชญาการสร้างนวัตกรรมของ Patek Philippe ก็คือนวัตกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อรับใช้ผู้สวมใส่นั่นเอง

​ล่าสุด Patek Philippe ภูมิใจนำเสนอ 1/10th of a Second Monopusher Chronograph (วันเทนธ์ ออฟ อะ เซกันด์ โมโนพุชเชอร์ โครโนกราฟ) Ref. 5470P-001 นาฬิกาที่มาพร้อมความสลับซับซ้อนสูง ซึ่งเป็นศูนย์รวมหลากหลายนวัตกรรมจากแผนก ‘Advanced Research’ และหากนับรวมจำนวนสิทธิบัตรทั้งหมดที่อยู่ในกลไกชุดใหม่ล่าสุดอย่าง คาลิเบอร์ CH 29-535 PS 1/10 นี้จะพบว่ามีมากถึง 7 รายการด้วยกัน

กลไกไขลานโครโนกราฟชุดนี้ควบคุมระบบจับเวลาด้วย ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) และ ‘Horizontal-clutch’   (ฮอริซอนทัลคลัตช์) ทำงานด้วยความถี่ระดับ ‘Hi-beat’ (ไฮบีท) หรือ 5 เฮิรตซ์ ซึ่งก็คือ 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนเข็มไปได้ 10 ตำแหน่งต่อวินาที อันนำมาซึ่งการแสดงค่าความแม่นยำในการจับเวลาถึง 1/10 วินาที ซึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการทำงานของกลไกด้วยความถี่สูงเช่นนี้ก็คือเสถียรภาพในการทำงานของชิ้นส่วนที่ต้องเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูง นวัตกรรมวัสดุ ‘Silinvar®’ (สิลินวาร์) จากแผนก ‘Advanced Research’ จึงมีบทบาทอย่างเต็มตัวเพื่อลดปัญหาจากแรงเฉื่อยของน้ำหนักชิ้นส่วน ส่งผลให้มีความแม่นยำในการทำงานสูง เพราะมีคุณสมบัติเด่นด้านความเบา แต่แข็งแกร่งและปลอดผลกระทบจากแม่เหล็ก โดยนำมาสร้างเป็นส่วนประกอบต่างๆ ของระบบควบคุมเวลา ‘Oscillomax®’ (ออสซิลโลแม็กซ์) นวัตกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงของระบบกลไกที่ ‘Advanced Research’ นำเสนอสู่สายตาชาวโลกใน ค.ศ. 2011 และถูกนำมาใช้ในคอลเลกชั่นปกติเป็นครั้งแรกในนาฬิการุ่นใหม่นี้ ประกอบด้วยชุดปล่อยจักร ‘Pulsomax®’ (พัลโซแม็กซ์) ที่เลเวอร์กับจักรเหล็กทำจาก ‘Silinvar®’ ร่วมด้วยจักรกรอกแบบ ‘Gyromax®Si’ (ไจโรแม็กซ์เอสไอ) รูปทรงคล้ายปีกผีเสื้อทำจาก ‘Silinvar®’ โดยมีสายใยจักรกรอกแบบ ‘Spiromax®’ (สไปโรแม็กซ์) ที่ทำจาก ‘Silinvar®’ เช่นกัน

นอกจากนวัตกรรมจากแผนก ‘Advanced Research’ แล้ว Patek Philippe ยังคิดค้นรูปแบบการแสดงค่าสำหรับการจับเวลา 1/10 วินาที เพื่อให้อ่านค่าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุด ซึ่งก็ได้ทำการจดสิทธิบัตรเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย นั่นคือเข็มจับเวลา 1/10 วินาที ที่ติดตั้งไว้เหนือเข็มจับเวลา 1 วินาที บนชุดเข็มกลางหน้าปัด เพื่อให้อ่านค่าได้อย่างชัดเจน แต่การจะได้มาซึ่งสิ่งนี้ นักประดิษฐ์กลไกของ Patek Philippe ต้องออกแบบและจัดสร้างระบบใหม่ๆ เพิ่มเติมขึ้นอีกมากมาย ทั้งนี้แต่ละชิ้นส่วนต้องมีขนาดเล็กมาก และแข็งแรงมาก เพื่อรักษาความงามของรูปลักษณ์โดยรวม แต่ยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนกลไกจับเวลาก็สร้างให้มี 2 ชุด โดยจะทำงานเป็นอิสระจากกัน แต่ประสานกันเพื่อบอกค่าจับเวลาร่วมกันอย่างแม่นยำ นั่นหมายถึงว่า แต่ละชุดจะขับเคลื่อนเข็มจับเวลาของตนเอง โดยชุดหนึ่งจะขับเคลื่อนเฉพาะเข็มจับเวลา 1/10 วินาที ส่วนอีกชุดจะขับเคลื่อนเข็มจับเวลานาทีและวินาทีตามปกติ แต่เชื่อมต่อระบบการสั่งการจากปุ่มกด ณ ตำแหน่ง 2 นาฬิกา เพียงปุ่มเดียว ทั้งการเริ่มจับเวลา หยุดเพื่อจับเวลา และรีเซตเข็มไปยังตำแหน่งเริ่มต้น

​ทั้งหมดนี้ทำให้กลไกชุดนี้มีจำนวนชิ้นส่วนมากถึง 396 ชิ้น โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 29.6 มิลลิเมตร กับความหนา 6.96 มิลลิเมตร เท่านั้น ทั้งยังสามารถสำรองพลังงานได้ไม่ต่ำกว่า 48 ชั่วโมง และแน่นอนว่า ผ่านการทดสอบขั้นสูงตามมาตรฐาน ‘Patek Philippe Seal’ (ปาเต็ก ฟิลิปป์ ซีล) เป็นที่เรียบร้อย

​เพื่อแยกความแตกต่างให้ชัดเจน ไม่สับสน เข็มจับเวลา 1/10 วินาที ของนาฬิการุ่นนี้จึงถูกเคลือบด้วยแลคเกอร์สีแดง และเมื่อเข็มจับเวลาสีแดงนี้จะต้องเคลื่อนตัวด้วยความเร็วที่สูงกว่าปกติ Patek Philippe จึงสร้างเข็มนี้ขึ้นจาก ‘Silinvar®’ ส่งผลให้ใช้พลังงานในการขับเคลื่อนน้อยลง ทั้งในการเคลื่อนเข็มและการรีเซตเข็มกลับไปตำแหน่ง 0

​ความยอดเยี่ยมแห่งกลไกชั้นเลิศจะสมบูรณ์แบบไปไม่ได้หากขาดร่างสำหรับถ่ายทอดการทำงานที่เยี่ยมยอดไม่แพ้กัน Patek Philippe บรรจงสร้างตัวเรือนของ 1/10th of a Second Monopusher Chronograph Ref. 5470P-001 ขึ้นจากแพลทินัมขนาด 41.0 มิลลิเมตร หนา 13.68 มิลลิเมตร ที่สามารถกันน้ำได้ลึก 30 เมตร เผยให้เห็นกลไกผ่านฝาหลังที่ประกบด้วยคริสตัลแซพไฟร์ โดยมีฝาหลังแพลทินัมแบบทึบมาไว้ให้สลับเปลี่ยนใช้งาน และตามธรรมเนียมปฏิบัติของทางแบรนด์เมื่อประดิษฐ์ตัวเรือนด้วยวัสดุล้ำค่าอย่างแพลทินัม ที่ขอบตัวเรือนระหว่างขายึดสายคู่ล่าง บริเวณ 6 นาฬิกา จึงมีการประดับเพชรเม็ดงามเอาไว้ 1 เม็ด เพื่อเป็นสัญลักษณ์

​ส่วนแผ่นหน้าปัดเลือกใช้สีกรมท่าสุดสง่า เช่นเดียวกับสีของสายซึ่งใช้หนังวัวที่แต่งผิวให้ดูดุจลายผ้า เย็บแต่งด้วยด้ายสีแดงเพื่อให้สอดคล้องกับสีแดงที่ใช้บนแผ่นหน้าปัด โดยแผ่นหน้าปัดหลักจะเป็นผิวเกรนละเอียด ในขณะที่ 2 วงหน้าปัดย่อย ที่ติดตั้งอยู่ระหว่างตำแหน่ง 3-4 นาฬิกา และ 8-9 นาฬิกา นั้นแต่งด้วยลายเส้นวงซ้อนกันแบบก้นหอย ซึ่งทุกอณูล้วนสรรค์สร้างด้วยความประณีตอย่างที่สุด

ประดิษฐกรรมเวลาชั้นเลิศระดับ ‘Grand Complications’ (แกรนด์ คอมพลิเคชั่น) จาก Patek Philippe รุ่นนี้จึงเป็นมากกว่าแค่นวัตกรรมเวลา เพราะยังสื่อแทนพันธสัญญาที่ทางแบรนด์มีต่อสุนทรียชนคนรักนาฬิกาทั่วโลกได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

TAGGED ON