ในวันที่การแข่งขันของธุรกิจตกแต่งภายในไม่ได้วัดกันเพียงว่าใครออกแบบได้สวยกว่า แต่ต้องตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ต้นทุน และระยะเวลาส่งมอบ ความสามารถในการเชื่อมงานตั้งแต่การออกแบบ ไปจนถึงการผลิตและติดตั้งจริง จึงกลายเป็นสิ่งที่ผู้เล่นในตลาดต้องมี
นี่คือโจทย์ที่ วีก้า-ณัฐปภัสร์ ศรีสกุลภิญโญ กำลังใช้วางทิศทางใหม่ให้กับธุรกิจที่มีรากฐานด้านการผลิตเฟอร์นิเจอร์มากว่า 40 ปี ไปสู่ Integrated Interior Solution Company
จากธุรกิจที่อยู่อาศัย สู่โอกาสใหม่ในตลาด Commercial Real Estate
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นราว 3 ปีก่อน เมื่อณัฐปภัสร์มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่อยู่อาศัย จึงกลับมาตั้งคำถามสำคัญว่า ความสามารถที่ STARMARK มีอยู่ สามารถนำไปสร้างคุณค่าในตลาดไหนได้อีก จึงเริ่มขยายตลาด Commercial Real Estate ทั้ง โรงแรม, โรงพยาบาล, ศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และสำนักงาน ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องการความสามารถด้านอินทีเรียในระดับที่แตกต่างออกไป
“เราไม่ได้มองว่าการขยายไป B2B คือการทิ้งตลาดที่อยู่อาศัย แต่เป็นการ Diversify Portfolio จากเดิมที่พึ่งพาตลาดที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ไปสู่การมี B2B Interior เป็นอีกหนึ่ง Growth Engine ของบริษัท” หนึ่งในตลาดที่ STARMARK มีประสบการณ์อยู่แล้วคือธุรกิจโรงแรม จากการทำงานร่วมกับ Grande Centre Point มากว่า 15 ปี ตั้งแต่ Grande Centre Point Terminal 21 จนถึง Grande Centre Point Voyage Pattaya ก่อนจะต่อยอดพอร์ตโฟลิโอไปสู่เชนโรงแรมระดับสากล ทั้ง Conrad Bangkok Sukhumvit Queen's Park, Hotel Indigo Bangkok Thonglor, Pan Pacific Bangkok และ Dusit Suites J Park Sriracha ซึ่งสะท้อนความเข้าใจโจทย์เฉพาะของงานโรงแรม
ณัฐปภัสร์มองว่า งานโรงแรมต่างจากที่อยู่อาศัยทั่วไป เพราะโรงแรมไม่ได้ต้องการแค่เฟอร์นิเจอร์ที่สวย แต่ต้องทน ดูแลรักษาง่าย ติดตั้งได้เร็ว และมีทีมที่สามารถดูแลต่อเนื่องได้ ยิ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ ก็ยิ่งต้องควบคุมงานจำนวนมากให้ได้มาตรฐานเดียวกัน ขณะเดียวกันยังต้องรองรับรายละเอียดเฉพาะของแต่ละโครงการ

“ตัวอย่างเช่น โรงแรมหนึ่งแห่งอาจมีห้องพัก 400–500 ห้อง เฟอร์นิเจอร์ในแต่ละห้องต้องมีมาตรฐานเดียวกัน ทั้งคุณภาพ ขนาด และฟังก์ชันการใช้งาน ขณะที่รูปแบบ วัสดุ และดีไซน์ก็ต้องปรับให้ตรงกับโจทย์ของแต่ละโครงการ การบริหารงานหน้าไซต์ต้องแม่นยำ ซึ่งเราสามารถลดเวลาการตกแต่งได้ถึง 40% จากการผลิตที่โรงงาน”
เมื่อขยายจากโรงแรมไปสู่พื้นที่เชิงพาณิชย์ประเภทอื่น โจทย์ก็เปลี่ยนไปตามการใช้งาน อย่างโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพแบบองค์รวมที่ต้องให้ความสำคัญกับฟังก์ชัน สุขอนามัย และความปลอดภัยของวัสดุ รวมถึงงานเฉพาะจุดที่แม้มีจำนวนไม่มาก เช่น ห้องพักผู้ป่วย 40 ห้อง หรือห้องตรวจ 10 ห้อง ก็ยังต้องปรับให้เหมาะกับการใช้งานและรักษามาตรฐานของงานได้
ที่ผ่านมา STARMARK ได้ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้าน Interior Solution สู่โครงการ Healthcare อย่างต่อเนื่อง และมีผลงานในโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพหลายแห่ง อาทิ โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา, โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์, โรงพยาบาลวิภาวดี พระราม 2, โรงพยาบาลสุทธาเวช มหาสารคาม และ Ease Orthopedic Hospital

ขณะที่ออฟฟิศเป็นอีกตลาดที่ STARMARK มองเห็นโอกาส จากทั้งอาคารสำนักงานใหม่และรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป บริษัทจึงขยายเข้าสู่ตลาดโซลูชันพื้นที่ทำงาน พร้อมเติมความเชี่ยวชาญด้วยการลงนาม MOU กับ Bestuhl พันธมิตรเชิงกลยุทธ์จากเกาหลีใต้ เพื่อนำเก้าอี้เพื่อสุขภาพเข้ามาเสริม ส่วนโต๊ะบิลต์อินและงานตกแต่งภายในหลักยังใช้ศักยภาพการผลิตของ STARMARK เอง

จากความสามารถด้านการผลิต สู่ระบบที่รองรับงาน Interior แห่งอนาคต
ถ้าถามว่าอะไรคือ Key Success ที่ทำให้ STARMARK รองรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีรายละเอียดแตกต่างกันได้ คำตอบไม่ได้อยู่ที่กำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ระบบที่เชื่อมเครื่องจักร ข้อมูล และกระบวนการทำงานเข้าด้วยกัน
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นราว 15 ปีก่อน เมื่อตลาดคอนโดมิเนียมเริ่มแข่งขันด้วยแนวคิด Fully Furnished ทำให้ STARMARK ต้องเปลี่ยนจากการผลิตเฟอร์นิเจอร์เป็นชิ้นๆ ไปสู่การรองรับโครงการขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันก็ต้องปรับรูปแบบ วัสดุ สี และฟังก์ชันให้เหมาะกับแต่ละโครงการ โจทย์นี้จึงนำไปสู่แนวคิด Mass Customization หรือการผลิตงานจำนวนมากให้ได้มาตรฐานเดียวกัน ขณะเดียวกันก็ยังปรับรายละเอียดให้เหมาะกับแต่ละโครงการได้

เพื่อให้สามารถส่งมอบงานที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ STARMARK พัฒนาทั้งเครื่องจักร ซอฟต์แวร์ และระบบข้อมูลเข้ามาควบคุมการผลิต ตั้งแต่การตัด เจาะ ทำสี ปิดผิว ไปจนถึงการเตรียมชิ้นส่วน พร้อมใช้ดาต้าอย่างระบบ Barcode ระบุว่าชิ้นงานแต่ละชิ้นต้องไปอยู่ห้อง ชั้น และตำแหน่งใด เพื่อลดความผิดพลาดระหว่างการผลิตและติดตั้ง และล่าสุดยังลงทุนกว่า 30 ล้านบาทในซอฟต์แวร์, ระบบออกแบบ เครื่องจักร และ AI เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตงานให้รองรับรายละเอียดที่หลากหลายมากขึ้น
“การลงทุนครั้งนี้ เราไม่ได้มองเป็นการซื้อซอฟต์แวร์ หรือเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้าง New Operating System ของ STARMARK”
ทั้งหมดนี้ทำให้จุดแข็งของ STARMARK ไม่ได้อยู่แค่กำลังการผลิต แต่คือความสามารถในการควบคุมงานตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการติดตั้งให้เชื่อมต่อกันเป็นระบบ
“เราไม่ได้แข่งขันกับผู้รับเหมางานตกแต่งภายในแบบเดิมด้วยการบอกว่าเรารับเหมาถูกกว่า แต่เราแข่งขันด้วยการสร้างระบบที่เชื่อมตั้งแต่การออกแบบ วิศวกรรม การผลิต โลจิสติกส์ การติดตั้ง ไปจนถึงการบริหารโครงการให้ทำงานร่วมกัน”

ธุรกิจเติบโตได้ แต่มาตรฐานต้องไม่เปลี่ยน
แม้ STARMARK จะปรับทัพเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง ทั้งการขยายตลาด เพิ่มขอบเขตธุรกิจ และลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ แต่สิ่งที่ณัฐปภัสร์ยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยน คือมาตรฐานด้านคุณภาพ
ที่ผ่านมา บริษัทเลือกไม่รับงานบางโครงการ หากเงื่อนไขของงานทำให้ไม่สามารถรักษามาตรฐานที่วางไว้ได้ แม้งานนั้นจะมีมูลค่าหรือปริมาณมาก เพราะสำหรับ STARMARK รายได้จากหนึ่งโครงการอาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่ความเชื่อมั่นของลูกค้ามีผลต่อแบรนด์ในระยะยาว
“ถ้าเราทำไปแล้วลูกค้า 2,000 คนมารับรู้ว่าคุณภาพของ STARMARK ไม่ดี ในขณะที่หลายหมื่นคนเราทำดีตลอดเวลา มันไม่คุ้ม”
หลักคิดเดียวกันยังสะท้อนไปถึงบริการหลังการขาย เพราะ STARMARK มองว่างานไม่ได้จบในวันที่ส่งมอบ แต่ต้องสามารถกลับไปดูแลลูกค้าได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย โรงแรม โรงพยาบาล หรือโครงการเชิงพาณิชย์
“เราไม่ใช่รับประกัน 2 ปีแล้วสุดท้ายไม่ไปเซอร์วิส... 10 ปีเราก็ต้องเซอร์วิส 20 ปีเราก็เซอร์วิส อันนี้คือจุดแข็งของเรา”
สุดท้ายนี้ หากถามว่าภาพของ STARMARK ที่ณัฐปภัสร์อยากเห็นในวันข้างหน้าคืออะไร คำตอบไม่ได้อยู่ที่การเติบโตให้ใหญ่ขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ ไปสู่บริษัทที่สามารถเชื่อมทุกองค์ประกอบของงาน Interior ให้ทำงานเป็นระบบเดียวกัน
“เราไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นเพียง Furniture Manufacturer หรือ Interior Contractor แต่เรากำลังเปลี่ยน STARMARK ให้เป็น Integrated Interior Solution Company ที่สามารถเชื่อมตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงงานก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อส่งมอบพื้นที่ที่ควบคุมได้ทั้งดีไซน์ คุณภาพ ต้นทุนที่ดี ระยะเวลาที่รวดเร็ว และการดูแลรักษาง่าย” ณัฐปภัสร์กล่าวทิ้งท้าย


