SN Group ผู้ให้บริการระบบน้ำครบวงจร รับอานิสงส์การเติบโตของนิคมอุตสาหกรรม ดาต้าเซ็นเตอร์ งานภาครัฐ ทั้งระบบบำบัดน้ำเสียและก่อสร้างสระว่ายน้ำ รวมถึงธุรกิจเวลเนสและอสังหาริมทรัพย์ หนุนรายได้ปี 2569 แตะ 4 พันล้านบาท เติบโต 4% พร้อมคาดปี 2570 โตต่อ 5-6%
เอสเอ็นกรุ๊ป (SN Group) ผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการระบบน้ำแบบครบวงจร ประกาศทิศทางการดำเนินงานภายใต้ 3 บริษัท ได้แก่ S. Napa Thailand (ส.นภา), GUSCO (กัสโก้) และ GEM (เจม) ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าน้ำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ water for experience (ระบบน้ำเพื่อสันทนาการและภูมิทัศน์), water for life (ระบบน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค สุขภาพ และคุณภาพชีวิต) และ water for sustainability (ระบบน้ำสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม)
ปัจจัยบวกหนุนรายได้โต 4 พันล้านบาท
สุทธิพัณ พิศาลบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือเอสเอ็นกรุ๊ป (SN Group) กล่าวว่า การที่ธุรกิจเข้าไปมีส่วนในหลายอุตสาหกรรม ภาพรวมธุรกิจในปีนี้จึงอยู่ในทิศทางขาขึ้นและเติบโต โดยคาดว่าสิ้นปี 2569 จะมีรายได้ราว 4 พันล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 4% แบ่งเป็นรายได้จาก S. Napa Thailand 40%, GUSCO 55% และ GEM 5% โดย S. Napa Thailand จะเป็นส่วนที่เติบโตมากที่สุดราว 10% จากปีก่อน
เธอระบุว่า ปัจจัยบวกเกิดจากการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นิคมอุตสาหกรรมมีการขยายตัวขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคตะวันออก เช่น โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งต้องมีระบบผลิตน้ำ บำบัดน้ำเสีย และการรีไซเคิลน้ำ ตลอดจนความต้องการน้ำที่มีคุณภาพสูงกว่าน้ำประปาทั่วไป โดยสัดส่วนรายได้จากงานในนิคมอุตสาหกรรมเติบโตราว 20% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

สำหรับงานที่ได้รับจากภาครัฐก็เติบโตขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้างสระว่ายน้ำตามเทศบาลต่างๆ ซึ่งสุทธิพัณคาดว่า สัดส่วนของงานสระว่ายน้ำในปี 2569 จะเติบโต 10% จากปีก่อน ขณะที่ระบบงานจัดการน้ำเสียตามชุมชนและภูมิภาคต่างๆ ก็เติบโตขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ การก่อสร้างสระว่ายน้ำในโรงแรมและพูลวิลล่าที่กำลังขยายตัวในพื้นที่ภาคใต้ก็เป็นปัจจัยบวกเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะภูเก็ตและสมุย ตลอดจนการเติบโตของธุรกิจเวลเนส ทั้งโรงพยาบาลและโรงแรมที่ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับลูกค้ารายย่อยก็เติบโตเช่นกัน สุทธิพัณกล่าวว่า เนื่องจากหมู่บ้านจัดสรรในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีการกระจายตัวออกไป ส่งผลให้เกิดการก่อสร้างสระว่ายน้ำตามไปด้วย ขณะเดียวกัน สิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้นคือระบบกรองน้ำดื่ม นอกจากนี้ ในภาคอสังหาริมทรัพย์ เมื่อโครงการมีขนาดใหญ่ขึ้น ระบบน้ำเสียจึงมีความจำเป็นมากขึ้น
ทั้งนี้ การสร้างสระว่ายน้ำที่เพิ่มขึ้นยังมาจากเทรนด์สุขภาพซึ่งกำลังได้รับความสนใจ ลูกบ้านต้องการสระว่ายน้ำสำหรับการออกกำลังกายและรองรับผู้สูงอายุ ตลอดจนใช้เป็นพื้นที่สำหรับไลฟ์สไตล์และการสังสรรค์
สำหรับปี 2570 สุทธิพัณคาดว่ารายได้ของ SN Group จะเติบโตขึ้นราว 5-6%
“ตลอด 67 ปีทำมาแล้วหลายหมื่นโครงการ ในตลาดมีผู้เล่นไม่เยอะมาก ประมาณ 7 ราย ซึ่งในอุตสาหกรรมน้ำนี้ ใครทำน้ำเสียก็จะทำเฉพาะน้ำเสีย หรือทำเฉพาะน้ำดี ทำให้ SN โดดเด่นเพราะทำทั้ง 2 ระบบ ทั้งน้ำเสียและน้ำดี” เธอกล่าว

3 ธุรกิจระบบน้ำ ตั้งแต่ไลฟ์สไตล์ถึงโรงงานอุตสาหกรรม
สำหรับ SN Group ดำเนินธุรกิจระบบน้ำในประเทศไทยมานานกว่า 67 ปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2502 แบ่งธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ water for experience, water for life และ water for sustainability ครอบคลุมระบบน้ำสำหรับสันทนาการและไลฟ์สไตล์ ระบบน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและสุขภาพ ตลอดจนระบบน้ำสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
กลุ่ม water for experience ครอบคลุมการพัฒนาระบบน้ำสำหรับสันทนาการและการใช้ชีวิต ตั้งแต่ระบบสระว่ายน้ำ สระแข่งขัน water play ระบบน้ำพุและ water feature ระบบกรอง smart pool ไปจนถึงการดูแลรักษาระบบ
โดย SN Group มีผลงานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศรวมกว่า 1 หมื่นโครงการ อาทิ Centara Mirage Lagoon Maldives, สระแข่งขันของการกีฬาแห่งประเทศไทย, One Bangkok, King Power Rangnam, งาน S2O Music Festival ในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น และ Holiday Inn Samui

สำหรับ water for life เป็นกลุ่มธุรกิจระบบน้ำที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค สุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิต ครอบคลุมระบบน้ำสำหรับการแพทย์ เครื่องกรองน้ำ และ wellness & recovery solutions ตัวอย่างผลงาน ได้แก่ ระบบผลิตน้ำสำหรับหน่วยไตเทียม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ซึ่งใช้ระบบ reverse osmosis สำหรับงานทางการแพทย์ รวมถึงระบบผลิตน้ำแบบเคลื่อนที่สำหรับน้ำใช้และน้ำดื่ม เครื่องกรองน้ำดื่มสำหรับร้านกาแฟ และโซลูชันสำหรับธุรกิจ spa & wellness
ส่วน water for sustainability เป็นกลุ่มธุรกิจระบบน้ำสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ครอบคลุมการผลิตน้ำ การบำบัดน้ำเสีย (wastewater treatment) การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (water reuse & recycling) การบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภค (utility management) ตลอดจนโซลูชันด้านพลังงานและการลดคาร์บอน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงานของภาคธุรกิจ
ที่ผ่านมา SN Group พัฒนาและบริหารจัดการระบบให้กับองค์กรและภาคอุตสาหกรรมหลายแห่ง อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), ปตท., การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และไทยเบฟเวอเรจ นอกจากนี้ ยังรับงานบริหารจัดการระบบและ facility management ในนิคมอุตสาหกรรมของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรวม 14 แห่ง

ภาพ: SN Group
ออกแบบ: ชัยกานต์ มณีจักร์
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : จากกระแสมู “เดินวนน้ำพุ” สู่แมกเนตดึงคนเข้า One Bangkok เจาะเบื้องหลังวิศวกรรมน้ำอัจฉริยะ จาก SN Group
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


