"แสนสิริ" ชูความสำเร็จ 3 Key Values ดันพอร์ต SLC 18 โครงการระดับ Ultra Luxury มูลค่ารวม 72,000 ล้านบาท

"แสนสิริ" ชูความสำเร็จ 3 Key Values ดันพอร์ต SLC 18 โครงการระดับ Ultra Luxury มูลค่ารวม 72,000 ล้านบาท

แสนสิริ เดินหน้ารุกตลาดอสังหาฯ ระดับ Ultra Luxury พร้อมชูความสำเร็จด้วย 3 Key Values ได้แก่ World-Class Design การออกแบบที่สวยงามหรูหราเป็นที่ยอมรับในระดับโลก, Material & Craftmanship คุณค่าแห่งวัสดุและหัตถศิลป์อันประณีต และ Service and Unparalleled Living ที่สุดแห่งบริการเหนือระดับสร้างความประทับใจ ช่วยดันให้พอร์ต "SANSIRI LUXURY COLLECTION" หรือ SLC เติบโตมาอย่างต่อเนื่องจนมีถึง 18 โครงการ ทั้งคอนโดและบ้านเดี่ยว ที่ทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง รวมมูลค่าทั้งหมด 72,000 ล้านบาท


    แสนสิริ ตอกย้ำความเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra Luxury ของประเทศมานานกว่า 40 ปี ด้วยวิสัยทัศน์ “SANSIRI LUXURY COLLECTION : THE FOREFRONT OF LUXURY” พร้อมยกระดับสร้างมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มระยะยาว (Long-term value) กับการพัฒนารังสรรค์พอร์ตโครงการสุดหรูในระดับ World Class รองรับลูกค้ากลุ่ม Ultra-Wealth ทั้งในประเทศไทยและนักลงทุนทั่วโลกที่ขยายฐานเติบโตเพิ่มขึ้น

    ศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยข้อมูลกับทีมงาน Forbes Thailand ว่า นับจากอดีตที่แสนสิริได้ริเริ่มแนวคิดสร้างโครงการคอนโดมิเนียมหรูที่เป็น Flagship ของแบรนด์อย่าง "บ้านไข่มุก" ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2531 โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุด ณ ริมทะเลชายหาดหัวหิน โดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก เรือยอชต์กำลังกลับเข้าฝั่ง สร้างความเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างด้วยตัวอาคารสีเหลืองมัสตาร์ดของกระเบื้องโมเสก ที่สั่งทำขึ้นพิเศษโดยเฉพาะสำหรับการตกแต่งโครงสร้างภายนอกอาคาร และทุกห้องของโครงการยังถูกออกแบบมาให้สามารถมองเห็นวิวได้แบบพาโนรามา จากเดิมที่มีราคาขายยูนิตละ 7-8 ล้านบาท ตอนเปิดโครงการ ปัจจุบันราคาได้พุ่งขึ้นไปสูงถึง 82 ล้านบาท แล้วเรียบร้อย โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 339,000 บาทต่อตารางเมตร

    "จากประสบการณ์ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีมานานกว่า 40 ปี เรามองเห็นคุณค่าและโอกาสของการสร้าง Value ระยะยาวในแต่ละโครงการ โดยหลังจากโครงการบ้านไข่มุกที่ประสบความสำเร็จได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมาก จึงได้มีโครงการระดับไอคอนิกขึ้นมาอย่างต่อเนื่องภายใต้พอร์ต "SANSIRI LUXURY COLLECTION" หรือ SLC เน้นตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับ Super หรีือ Ultra Luxury ที่ต้องการบริการเหนือระดับสำหรับคอนโดและบ้านเดี่ยว ยกตัวอย่าง เช่น โครงการ 98 Wireless, บ้านแสนสิริพัฒนาการ, KHUN by YOO, BuGaan และ The Monument Thong Lo ที่เราได้เปิดตัวไปแล้ว และได้กระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม เป็นต้น" ศรีอำไพ กล่าว 



    ทั้งนี้ แสนสิริ ยังได้ชู "3 Key Values" ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความสำเร็จ ได้แก่ 1. World-Class Design การออกแบบดีไซน์ที่ให้ความหรูหราในระดับเวิลด์คลาส2. Material & Craftmanship คุณค่าแห่งวัสดุและหัตถศิลป์จากเหล่าบรรดาช่างฝีมือแขนงต่างๆ ที่รังสรรค์ผลงานขึ้นอย่างประณีต และ 3. Service and Unparalleled Living ถือเป็นที่สุดแห่งบริการเหนือระดับเฉพาะกลุ่มลูกค้าของโครงการภายใต้ Sansiri Luxury Collection หรือ SLC ที่เน้นการออกแบบในทุกๆ ด้าน อย่างพิถีพิถัน ใส่ใจในรายละเอียดที่ลึกซึ้ง ภายใต้แนวคิดหลัก Timeless Design ที่สร้างสรรค์ความสวยงามให้คงอยู่ยาวนานอยู่เหนือกาลเวลา รวมถึงเรื่องความปลอดภัยระดับสูง ความเป็นส่วนตัวในสังคมคุณภาพที่ปลอดภัยและการบริการที่ใส่ใจ




    ณ ปัจจุบันมีโครงการระดับ Landmark ที่อยู่ภายใต้ SLC ทั้งหมด 18 โครงการ รวมมูลค่าราว 72,000 ล้านบาท โดยมี 2 โครงการ ที่ทยอยเปิดตัวในปี 2569 นี้ ได้แก่ นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา มูลค่าโครงการ 7,000 ล้านบาท ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้าไม่นานในช่วงต้นปี สามารถกวาดยอดขายในช่วง Pre Sale ไปได้เกือบ 1,000 ล้านบาท ถัดมา คือ นาราสิริ บรมราชชนนี ที่เพิ่งปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อสัปดาห์ก่อนในวันที่ 13 มีนาคม 2569 มีมูลค่าโครงการอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของโครงการที่จะเปิดตัวในปีหน้า ปี 2570 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาที่ดินเพื่อก่อสร้างขึ้นเป็น 3 โครงการคอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury ที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพย่านใจกล่างกรุง ได้แก่ สารสิน, ชิดลม และ สุขุมวิท 51 


สานต่อความสำเร็จพอร์ต SLC ด้วยโครงการ “นาราสิริ บรมราชชนนี” 

    โครงการระดับแลนด์มาร์คของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก มีทำเลที่ตั้งติดถนนบรมราชชนนีถือเป็นที่สุดของงานคราฟท์และส่วนกลางใหญ่ที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 ไร่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ Regency Revival จากยุครุ่งเรืองของอังกฤษ นี่ถือเป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Ultra Luxury แห่งแรกภายใต้พอร์ต Sansiri Luxury Collection ย่านฝั่งธนฯ มีบ้านในโครงการทั้งหมดเพียง 77 ยูนิต สนนราคาอยู่ที่ 55-120 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่กว่า 800 ตร.ม. มีมูลค่าที่ดินเพิ่มสูงถึง 200,000 - 250,000 บาทต่อ ตร.ว. สามารถเดินทางเชื่อมต่อกรุงเทพฯ ชั้นในได้สะดวก เพราะใกล้วงแหวนกาญจนาภิเษก ทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี และทางด่วนศรีรัช วงแหวนรอบนอก

    "เราใช้เวลานานถึง 5 ปี กว่าจะหาทำเลที่ดินที่เหมาะสมและมีขนาดใหญ่สำหรับก่อสร้างโครงการนาราสิริ บรมราชชนนี และการเลือกปักหมุดเปิดตัวโครงการภายใต้ SLC เป็นแห่งแรกในย่านนี้ เป็นเพราะเรามองเห็นศักยภาพการเติบโตและดีมานด์ของกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงระดับ Ultra Wealth โดยกลุ่มลูกค้าหลักของโซนนี้จะแตกต่างกับโซนกรุงเทพกรีฑาอย่างสิ้นเชิง เพราะกลุ่มลูกค้าหลักของโครงการนาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา จะเป็นกลุ่มที่ทำอาชีพคุณหมอ นักธุรกิจ เศรษฐีคนรุ่นใหม่ เป็นครอบครัวขนาดเล็กหรือไม่ใหญ่มาก มีไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบการสังสรรค์ปาร์ตี้ ส่วนของโครงการนาราสิริ บรมราชชนนี เราจะเน้นออกแบบบ้านและบริการต่างๆ มาให้ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกในบ้านเป็นกลุ่มคน 3 Gen อาศัยอยู่ร่วมกัน ได้แก่ ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ และลูกหลาน มีธุรกิจส่วนตัวหรือมีโรงงานตั้งอยู่ในย่านนี้ และทุกคนในครอบครัวมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านด้วยเช่นกัน" ผู้บริหารด้านการตลาดของแสนสิริ กล่าวเสริม 

    อย่างไรก็ตาม ทางแสนสิริยังตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์อีกด้วยว่า แสนสิริได้การยอมรับและความเชื่อมั่นจากลูกค้าทั้งในไทยและต่างประเทศมานานกว่า 40 ปี และนิยามของคำว่า Luxury ในวันนี้ ไม่ไช่แค่เรื่องของการใช้วัสดุหรือการมีราคาที่แพงแต่อย่างใด หากแต่แสนสิริเน้นสร้าง Luxury Living Ecosystem เพื่อความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย นับตั้งแต่ ประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่า (Value of Living) ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ยังคงคุณค่า timeless อยู่กับทุกครอบครัวไปได้อย่างยาวนาน และ สร้างมูลค่าเพิ่มระยะยาว สามารถส่งต่อสินทรัพย์จากรุ่นสู่รุ่น (Generational Asset) ได้เป็นอย่างดี




    "นอกเหนือกจากโครงการหรูภายใต้ SLC แสนสิริยังเปิดให้บริการหลังการขายรูปแบบใหม่ “Sansiri Luxury Collection Life Curator” ที่พร้อมให้บริการในทุกๆ ด้านแก่กลุ่มลูกค้าระดับ Wealth เปรียบเสมือนเป็น Life-Long Partnership คู่คิดระยะยาวที่จะเชื่อมต่อการบริการได้อย่างแท้จริง อาทิ การช่วยดูแลสวน, ดูแลสระว่ายน้ำ, การซ่อมแซมผลงานศิลปะของสะสมระดับ Master Peice ในรูปแบบต่างๆ ต่อเนื่องไปถึงการจัดงานวันเกิดหรืองานอีเวนต์ส่วนตัวในรูปแบบต่างๆ ซึ่งในส่วนของพนักงานระดับหัวหน้าที่คอยให้บริการแก่ลูกบ้านของโครงการต่างๆ ภายใต้โครงการ Sansiri Luxury Collection นี้ จะได้รับการเทรนนิ่งฝึกอบรมมาอย่างดีไม่ต่ำกว่า 1.5 ปี แตกต่างจากที่อื่นที่ใช้เวลาเพียง 2-3 เดือน จนสามารถมองเห็นความใส่ใจในดีเทลรายละเอียดที่แตกต่างกัน" ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวทิ้งท้าย



(ซ้าย) วทัญญู ตันติวงศ์ Vice President, Aesthetics & Interior Design บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

(กลาง) ศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) 

(ขวา) กรกต อารมย์ดี ศิลปินงานหัตถศิลป์ระดับโลก ที่ใช้ภูมิปัญญาจากบ้านเกิด ประยุกต์งานศิลป์จากไม้ไผ่ 


ภาพ : แสนสิริ 




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : A5 เปิดตัว 2 ธุรกิจใหม่ "A5 Design และ Upper Class Solution" หนุนรายได้เพิ่ม ตั้งเป้าปี 69 ยอดขาย 1,600 ล้าน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine