แสนสิริกางแผนโรดแมป 5 ปี (พ.ศ. 2569-2573) เตรียมปักหมุดพื้นที่ภูเก็ตเปิดตัวคอนโดและพูลวิลล่าหรู 30 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 40,000 ล้านบาท ดันมูลค่าพอร์ตสะสมรวมสู่ 80,000 ล้านบาท หนุนภูเก็ตสู่ “เมืองมหานครระดับโลก (Global Metropolitan)”
ภูมิชาย มัธยมภพภิญโญ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพัฒนาโครงการภาคใต้ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ภูเก็ตในวันนี้ กำลังก้าวข้ามการเป็น “Holiday Island” หรือ เกาะแห่งการพักผ่อน ไปสู่ “Global Metropolitan” หรือมหานครระดับโลกที่มีความแข็งแกร่งและพร้อมรองรับการอยู่อาศัยระยะยาวอย่างสมบูรณ์แบบ
"สิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักคือ Mega Infrastructure มูลค่ามหาศาลจากภาครัฐ ทั้งโครงข่ายการเชื่อมต่อทางอากาศด้วยการขยายสนามบินภูเก็ตเฟส 2 เพื่อรองรับผู้โดยสารสู่ 20 ล้านคน รวมถึงเม็ดเงินกว่า 62,000 ล้านบาท ในระบบคมนาคมทางบก ทั้งทางด่วนและอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง ที่เชื่อมโยงพื้นที่เหนือ-ใต้เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ"

นอกจากนี้ ภูเก็ตยังเป็นศูนย์กลางการอยู่อาศัยและการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากกลุ่ม Expat โดยมีการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรี อาทิ การทุ่มทุนกว่า 137,000 ล้านบาทในการขยายเฟสใหม่ของเซ็นทรัล ภูเก็ต รวมถึงยกระดับสู่ศูนย์กลางเมดิคัลฮับด้วยเมกะโปรเจกต์บริการสุขภาพ ยังรองรับการย้ายถิ่นฐานของครอบครัวยุคใหม่ด้วยระบบการศึกษาระดับนานาชาติที่เติบโตถึง 51% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีโรงเรียนนานาชาติชั้นนำรวมถึง 19 แห่ง และมีนักเรียนต่างชาติมากกว่า 5,000 คน จาก 50 กว่าสัญชาติทั่วโลก
ขณะเดียวกัน ภูเก็ตยังทำหน้าที่เป็น The World-Class Event Magnet ของสถานที่จัดงานระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง EDC หรือมหกรรมกีฬาทางน้ำระดับสากลอย่าง Phuket King's Cup Regatta "อีเวนต์เหล่านี้ไม่ได้ดึงแค่เม็ดเงินชั่วคราว แต่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่ทำให้ ภูเก็ต เป็น Global Citizens ตัดสินใจเปลี่ยนจากนักท่องเที่ยวมาเป็นผู้อยู่อาศัยระยะยาวของกลุ่มทุนและประชากรระดับมหาเศรษฐีทั่วโลกอย่างแท้จริง” ภูมิชาย กล่าวเสริม
ตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตโตแกร่งอันดับ 2 ของประเทศ
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตมีมูลค่าตลาดรวมที่อยู่ระหว่างการขายสูงถึง 194,000 ล้านบาท (ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AREA) นับเป็นตลาดอสังหาฯ ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย มีความเร็วในการขายสูงกว่าย่าน Prime ของกรุงเทพฯ ถึง 2 เท่า
ขณะที่เซกเมนต์ Luxury Villa เติบโตอย่างมั่นคงถึง 12.9% (ข้อมูล ณ ครึ่งแรกของปี 2026 โดย CBRE / Knight Frank) ซึ่งตัวเลขทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วย Real Demand จากกลุ่มผู้ซื้อระดับสากล ไม่ใช่การเก็งกำไรระยะสั้น
และหากเรามองภาพภูเก็ตแบบเปรียบเทียบกับเมืองท่าตากอากาศและจุดจอดเรือ Superyacht ระดับโลก ภูเก็ตในโซน Prime อย่างบางเทาและเชิงทะเล ให้ผลตอบแทนสุทธิ หรือ Net Rental Yield อยู่ที่ 6.0%-8.0% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชนะหัวเมืองตากอากาศฝั่งยุโรปอย่าง แซงต์-โตรเปซ์ (3.0%-4.5%) หรือโมนาโก (1.5%-2.5%) อย่างขาดลอย เนื่องจากเมืองเหล่านั้นมีข้อจำกัดเรื่องต้นทุนราคาที่ดินที่สูงลิ่วจนเพดาน Yield ต่ำลง และมีช่วงไฮซีซันที่สั้นกว่าภูเก็ตที่มี Footprint ท่องเที่ยวยาวนานถึง 10 เดือนต่อปี

แสนสิริพร้อมพลิกโฉมภูเก็ตสู่ “มหานครระดับโลก”
จากสถิติล่าสุด (ข้อมูล ณ ปี 2568) ระบุว่า กลุ่มผู้ซื้อต่างชาติ 5 อันดับแรกของแสนสิริในภูเก็ต นำโดยกลุ่มผู้ซื้อชาวรัสเซีย มีสัดส่วนสูงที่สุดถึง 31% ของยอดซื้อต่างชาติทั้งหมด รองมาคือ ชาวจีน 12% อิสราเอล 8% ฝรั่งเศส 7% และอังกฤษ 4% ตามลำดับ ซึ่งการผสมผสานของกลุ่มอุปสงค์ระดับสากลที่สมดุลนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยขับเคลื่อนยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนนานาชาติต่อแบรนด์แสนสิริที่มีเสถียรภาพระยะยาว
“แสนสิริมองภูเก็ตเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักรองจากกรุงเทพฯ วันนี้เรามุ่งพลิกโฉมภูเก็ตสู่ “Global Metropolitan” หรือ “มหานครระดับโลก” ด้วยความเชี่ยวชาญและความไว้วางใจที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ตั้งแต่โครงการแรกดีคอนโด กะทู้ ขยายสู่การสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อย่างบ้านไม้ขาว และ เดอะ เดค ป่าตอง จนมาถึงโครงการพรีเมียมในปัจจุบันอย่างแคนวาส เชิงทะเล และเดอะ เบส เชิงทะเล แสนสิริได้ส่งมอบที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพไปแล้วกว่า 40,000 ล้านบาท รวม 11,000 ยูนิต สถิตินี้พิสูจน์ชัดเจนว่าเราคือผู้บุกเบิกและเติบโตร่วมกับคนภูเก็ตมาตลอดกว่าทศวรรษ”

สำหรับก้าวต่อไปในแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2573) แสนสิริจะพัฒนาโครงการเชิงรุกด้วยการเปิดตัว 30 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 40,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 13 โครงการ (15,000 ล้านบาท) และคอนโดมิเนียม 17 โครงการ (25,000 ล้านบาท) เพื่อขับเคลื่อนให้มูลค่าพอร์ตสะสมของเราทะยานสู่ 80,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายได้อย่างมั่นคง
โดยในครึ่งปีหลังของปี 2569 (H2/2026) นี้ พร้อมลุยไฮไลท์เปิดตัว 7 โครงการใหม่ในทำเลศักยภาพ ได้แก่ หาดป่าตอง, สามกอง, เชิงทะเลซอย 3, ป่าสัก, บางโจ, พรุจำปา และหาดราไวย์ พร้อมวางเป้าขยายฐานรับดีมานด์รอบเกาะภูเก็ตในโรดแมป 5 ปี เพื่อครอบคลุมดีมานด์ในทุกมิติ อาทิ คอนโดมิเนียม ใน 4 ทำเลศักยภาพอย่าง หาดป่าตอง (เริ่มต้น 3.9-10.9 ล้านบาท) หาดราไวย์ (เริ่มต้น 4.99 ล้านบาท) สามกอง (เริ่มต้น 2.99 ล้านบาท) “แคนวาซ พาเลท” เชิงทะเล ซอย 3 (2 ห้องนอน เริ่มต้น 8.99 ล้าน)
นอกจากนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกของแสนสิริ กับการเปิดตัวลักชัวรี พูลวิลล่า ในภูเก็ต ในโครงการ เดอะ เทลส์ บางโจ (เริ่มต้น 45 ล้านบาท) เดอะ เทลส์ ป่าสัก และ พรุจำปา อีกด้วย

ภาพ : แสนสิริ
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สูตรอยู่รอด 40 ปี “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ทำสิ่งที่ถนัด บริหารแบบมืออาชีพ ไม่ไล่ตามกระแส ไม่ขยายเกินตัว
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


