Origin Hotel ชู 4 กลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งการพัฒนาโครงการต่อเนื่อง, บริหารทรัพย์สินให้เกิดรายได้, ปล่อยขายทรัพย์สินในช่วงเวลาที่เหมาะสม และนำเงินเอามาขยายการลงทุนใหม่ ตั้งเป้าภายใน 5 ปี พอร์ตทรัพย์สินทั้งส่วนของโรงแรม สำนักงานให้เช่า และพื้นที่เชิงพาณิชย์ มูลค่ารวมแตะ 2.4 หมื่นล้านบาท
พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เผยถึงจุดเริ่มต้นที่ ORI ให้ความสำคัญกับธุรกิจโรงแรม เนื่องจากมองว่าธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายทั้งคอนโดและบ้านจัดสรร มีความผันผวนตามวัฏจักรธุรกิจ
ขณะเดียวกันบริษัทฯต้องการสร้างธุรกิจที่มีรายได้ประจำ หรือ recurring income เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว ผ่านกลุ่ม “ORIGIN HOTEL” บริษัทลูกของ ORI ที่ปัจจุบัน มีธุรกิจหลัก 3 กลุ่มธุรกิจ โดยภายในปี 2569 นี้ มีโครงการที่พัฒนาแล้ว ได้แก่
- กลุ่มธุรกิจโรงแรม 10 โรงแรม จำนวน 2,561 keys
- กลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า 1 อาคาร พื้นที่ 35,801 ตร.ม.
- กลุ่มธุรกิจการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 3 แห่ง พื้นที่รวม 13,448 ตร.ม.

Circular Business Model ถอด 4 กลยุทธ์ พาธุรกิจสู่ความยั่งยืน
ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจของ Origin Hotel ลงทุนและพัฒนาในรูปแบบโมเดลที่เป็นวัฏจักร circular business model ผ่าน 4 กลยุทสำคัญ พาธุรกิจสู่ความยั่งยืน ได้แก่
1. Development : ออริจิ้น โฮเทล ดำเนินการลงทุนทั้งในรูปแบบพัฒนาเอง พร้อมกับชูความแกร่งผ่านสูตร JV (joint venture) กับพันธมิตรจาก 3 กลุ่มหลักทั้งในประเทศและต่างประเทศ คือ
กลุ่มพันธมิตรด้านการพัฒนา (development partners) อาทิ ร่วมทุนกับยักษ์อสังหาฯญี่ปุ่น โนมูระ เรียลเอสเตท, โตคิว แลนด์ เอเชีย (Tokyu Land Asia) และ ร่วมทุนกับ EnCo (บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท.) เป็นต้น
กลุ่มพันธมิตรเจ้าของที่ดิน อาทิ บริษัท แอสเซท บลูม จำกัด (Asset Bloom) เพื่อรุกพัฒนาธุรกิจอสังหาฯ - คอมมูนิตี้มอลล์, บริษัท เค อีสต์ จำกัด (K EAST) เป็นต้น
กลุ่มพันธมิตรด้านการลงทุน อาทิ CI:Z Investment LLP และบริษัท สยาม มัลติ คอน จำกัด (SMC)
ล่าสุดในกรกฎาคมที่ผ่านมา ออริจิ้น โฮเทล ประกาศความร่วมมือกับ HBNB Hotel101 Global Holdings Corp. บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq สหรัฐอเมริกา เพื่อพัฒนาโครงการ Hotel101 Bangkok Don Mueang เป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์ Hotel101 แห่งแรกในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายยกระดับมาตรฐานธุรกิจโรงแรม พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
2. Operation : บริหารสินทรัพย์ให้เกิดรายได้ สร้าง value และมาตรฐานระดับสากลโดยการดึงเชนโรงแรมระดับโลก (international chain) และพันธมิตรต่างชาติเข้ามาบริหารและร่วมทุนในธุรกิจโรงแรมตั้งแต่ปี 2563 ช่วยให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในคุณภาพการบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งในกรุงเทพ พื้นที่เศรษฐกิจ EEC ภูเก็ต กระบี่ เป็นต้น
โดยมีโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ในระหว่างการพัฒนาด้วยเชนโรงแรมระดับโลกหลัก ทั้ง IHG Hotels & Resorts (InterContinental Hotels Group) 5 แห่ง, Accor 3 แห่ง และMarriott 1 แห่ง และแบรนด์ของทางบริษัทอีก 1 แห่ง

3. Divestment : ปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ตามจังหวะที่เหมาะสม แผนการขายสินทรัพย์โรงแรมออกบางส่วน (divestment) เพื่อสร้างกระแสเงินสดและบันทึกกำไรตามรอบวัฏจักรธุรกิจ ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมา ออริจิ้น โฮเทล exit โรงแรมจำนวน 4 แห่ง มูลค่ารวม 6.5 พันล้านบาท สะท้อนถึงความสำเร็จตามแผนธุรกิจที่วางไว้
ซึ่งอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย (IRR Average) อยู่ที่ประมาณ 32% นอกจากนี้ ยังมีแผนการสร้างกำไร หรือรับรู้มูลค่าผ่านหลากหลายช่องทาง และมีแผนเตรียมต่อยอดเข้าสู่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REIT)
4. Reinvestment : นำเงินจากการ divest กลับมาสร้างโอกาสใหม่ ขยายพอร์ตฯ และต่อยอดการเติบโต จากความสำเร็จในการขายสินทรัพย์รวมถึงช่องทางการสร้างกำไรจากช่องทางอื่นในอนาคต เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจได้หลากหลาย ทั้งโรงแรม, โครงการ mixed-use และขยายฐานธุรกิจไปยังธุรกิจใหม่ซึ่งบริษัทฯ มีที่ดินและมีโครงการที่จะลงทุนพัฒนาในอนาคตรองรับแล้ว
ด้าน ปิติพงษ์ ไตรนุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทกำลังก้าวเข้าสู่การลงทุนครั้งใหม่ Re Invest ลงทุนพัฒนาตามแผนทั้งโรงแรม ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า และธุรกิจพื้นที่เชิงพาณิชย์
โดยปัจจุบัน ได้พัฒนาโครงการโรงแรมจำนวน 9 แห่ง 2,306 Keys และในไตรมาส 4/2569 จะเปิดใหม่เพิ่มอีก 1 แห่ง คือ Moxy ภูเก็ต เจ้าฟ้า จำนวน 255 Keys คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์ประมาณ 780 ล้านบาท ทำให้โดยรวมสิ้นปี 2569 มีพอร์ตโรงแรม 10 แห่งจำนวน 2,561 Keys

ส่วนกลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงาน (Office Building Business) เปิดให้บริการ 1 อาคาร ภายใต้ชื่อ ออริจิ้น คอมเพล็กซ์ สนามเป้า (Origin Complex Sanampao) มีพื้นที่เช่ารวม 36,000 ตร.ม. มูลค่าสินทรัพย์ ประมาณ 2.5 พันล้านบาท
จุดเด่นโครงการ คือ ติดบีทีเอส สนามเป้า ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานอาคารสีเขียว (LEED Certified) ระดับ LEED GOLD- Certified และ เป็นอาคารสำนักงานยุคใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Hybrid Workplace)
สำหรับกลุ่มธุรกิจการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ มีแผนพัฒนา 3 ทำเล ได้แก่ แจ้งวัฒนะ ศรีนครินทร์ และระยอง มีพื้นที่ขายรวม 13,448 ตร.ม. ภายใต้ชื่อ Portobello Mall (พอร์โทเบลโล มอลล์) ซึ่งในไตรมาส 4/2569 นี้ เตรียมเปิดให้บริการ Portobello Mall แจ้งวัฒนะ คอมมูนิตี้มอลล์ใหม่ล่าสุดใจกลางแจ้งวัฒนะ ด้วยขนาดพื้นที่ขายประมาณ 7,000 ตร.ม.
"บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่เพิ่มเติมอีกเร็วๆ นี้ ในพื้นที่ กรุงเทพฯ ย่าน BTS อ่อนนุช และ BTS อุดมสุข รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว เมืองภูเก็ต ย่านเชิงทะเล กะตะ และจากแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่องทำให้คาดการณ์ได้ว่าภายใน 5 ปี นับจากปี 2569 -2573 มูลค่าทรัพย์สินของ Origin Hotel จะขยับมาแตะอยู่ที่ราวๆ 2.4 หมื่นล้านบาท" ปิติพงษ์ กล่าว

ภาพ : Origin Hotel
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เศรษฐกิจแย่-กำลังซื้อหด-สินเชื่อตึงตัว ผู้ประกอบการอสังหาฯ เร่งปรับเกมธุรกิจดัน "บ้านมือสอง" ตอบโจทย์แทนบ้านใหม่ราคาสูง
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


