A5 กำไร 9 เดือนแรกทะยาน 103.5% เดินเกมเจาะตลาดนิชมาร์เก็ต - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property >
  • A5 กำไร 9 เดือนแรกทะยาน 103.5% เดินเกมเจาะตลาดนิชมาร์เก็ต

A5 กำไร 9 เดือนแรกทะยาน 103.5% เดินเกมเจาะตลาดนิชมาร์เก็ต

แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป หรือ A5 เปิดรายได้ 9 เดือนแรกเติบโต 10% อยู่ที่ 662.2 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 103.5% อยู่ที่ 105.6 ล้านบาท ชูโมเดลพัฒนาโครงการมุ่งเจาะตลาดนิชมาร์เก็ตภายใต้แนวคิด Urbanized Living สร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นคาดรายได้รวมปีนี้ไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท

ศุภโชค ปัญจทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในปีนี้อยู่ในช่วงชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ผลการดำเนินงานของบริษัทในงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ด้วยรายได้รวม 662.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิ 109.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงกันของปีก่อน

สำหรับรายได้ที่เพิ่มขึ้นในช่วง 9 เดือนแรกเนื่องจากการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท ได้แก่ โครงการ วนา เรสซิเดนซ์ พระราม 9 – ศรีนครินทร์ รับรู้รายได้การโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยวในโครงการรวมมูลค่า 420.56 ล้านบาท โครงการรชยา วงแหวน-นาดี รับรู้รายได้รวม 105.6 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียมไวโอ แคราย จำนวน 2 โครงการ รับรู้รายได้รวม 19 ล้านบาท รวมทั้ง กำไรพิเศษจากการขายที่ดิน 105.2 ล้านบาท ช่วยสนับสนุนกำไรเติบโตได้ดี

ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานทั้งปี 2564 คาดการณ์รายได้รวมไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท โดยอยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา ซึ่งรายได้หลักจะมาจากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยวในโครงการ วนา เรสซิเดนซ์ พระราม 9 – ศรีนครินทร์ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเปิดขายและจัดทำแคมเปญบ้านเฟสสุดท้าย (Private Zone) ที่เป็นแบบบ้านหลังใหญ่สุดของโครงการขนาดพื้นที่ใช้สอย 492 ตร.ม.

“เราต้องการให้ A5 เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น ไม่ได้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยจับตลาดแมส แต่เน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นนิชมาร์เก็ต โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการระดับลักซ์ชัวรี่ที่มุ่งตอบสนองความต้องการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด Urbanized Living หรือการใช้ชีวิตของคนเมือง และมีแผนพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องในอนาคต”

ศุภโชค กล่าวถึงการวางโมเดลการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งเน้นกลุ่มนิชมาร์เก็ต ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากภาพรวมเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงชะลอตัวมากนัก เช่น การพัฒนาโครงการ วนา เรสซิเดนซ์ ที่จับกลุ่มลูกค้าระดับลักชัวรี่ เป็นต้น โดยบริษัทได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการที่อยู่อาศัยของกลุ่มเป้าหมายในทำเลนั้นๆ เพื่อนำมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในรูปแบบบ้านเดี่ยว 3 ชั้นระดับลักชัวรี่ ซึ่งนับเป็นโครงการแรกในทำเลดังกล่าวที่สามารถออกแบบการอยู่อาศัยให้รองรับสมาชิกในครอบครัวได้ครอบคลุม 3 เจเนอเรชั่น ทำให้โครงการได้รับผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้บริหารและเจ้าของกิจการ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและมีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์ของตนเอง

ด้าน อาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายที่พักอาศัยโครงการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทยให้ความเห็นสอดคล้องเกี่ยวกับการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่บนทำเลหายาก และโครงการที่มีเครือโรงแรมระดับโลกมาบริหารยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นจังหวะที่ดีในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับการลงทุน

นอกจากนี้ โครงการบ้านแนวราบหรือบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ ยังคงมีความต้องการบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะจำเป็นต้องใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น และต้องการพื้นที่กว้างขวางที่แบ่งเป็นสัดส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัว  รวมถึงสามารถใช้เป็นพื้นที่ทำงานและทำกิจกรรมภายในครอบครัวได้หลากหลายมากขึ้น โดยยอดขายที่พักอาศัยของซีบีอาร์อีในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้มียอดขายโครงการบ้านหรูเพิ่มขึ้นสูงถึง 120 เปอร์เซ็นต์ และยอดขายคอนโดมิเนียมหรูเพิ่มขึ้นร้อยละ 59

“ตลาดบ้านเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนโดยดีมานด์จากผู้ซื้อที่ต้องการอยู่อาศัยเองเป็นหลักอยู่แล้ว จึงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 น้อยกว่าตลาดคอนโดมิเนียมซึ่งมีผู้ซื้อที่เป็นนักลงทุนในสัดส่วนที่สูงกว่า  และเมื่อไม่นานมานี้ มีเทรนด์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นในตลาดบ้าน คือ ผู้พัฒนาโครงการมีความเข้าใจและให้ความสำคัญมากขึ้นกับแนวคิดของความเป็นอยู่ที่ดีและสุขภาพที่ดี ที่ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การออกแบบโครงการ ยังรวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุ เทคโนโลยีใหม่ ๆ และการให้บริการของนิติบุคคล เพื่อสุขอนามัยที่ดีของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย  ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน” อาทิตยา กล่าว

อ่านเพิ่มเติม: อภิรักษ์ โกษะโยธิน พา V Foods เข้าตลาดฯ หยั่งรากธุรกิจอาหารจากพืช


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

 

BACK TO TOP