เจแอลแอล เผยการซื้อขายโรงแรมในไทยปี 64 มูลค่าทะลุ 1.3 หมื่นล้าน - Forbes Thailand

เจแอลแอล เผยการซื้อขายโรงแรมในไทยปี 64 มูลค่าทะลุ 1.3 หมื่นล้าน

FORBES THAILAND / ADMIN
14 Feb 2022 | 02:44 PM
READ 1150

รายงานการศึกษาล่าสุดจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล เผยว่า ในปี 2564 ที่ผ่านมา มีการซื้อขายโรงแรมเกิดขึ้นในประเทศไทยรวม 23 โรง คิดเป็นจำนวนห้องพักรวมราว 3,000 ห้อง และมูลค่าการซื้อขายรวม 1.32 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ถึง 550% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของมูลค่าการซื้อขายต่อปีในช่วง 10 ปีก่อนเกิดคิดระหว่างปี 2552-2562 อยู่ที่ราว 30%

การซื้อขายโรงแรมที่อยู่ในการศึกษาของ JLL ครั้งนี้ ครอบคลุมเฉพาะโรงแรมที่มีคุณภาพเหมาะสำหรับการลงทุน (investment-grade assets) ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยวหลักๆ ของไทย และไม่นับรวมการซื้อขายกันเองระหว่างบริษัทในเครือเดียวกันหรือเพื่อเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

จักรกริช จักรพันธุ์ ณ อยุธยา รองกรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชีย หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม JLL กล่าวว่า “วิกฤติการณ์โควิดทำให้ปริมาณการซื้อขายโรงแรมในประเทศไทยในปี 2563 ดิ่งลงเหลือมูลค่าเพียงไม่ถึง 2 พันล้านบาท อย่างไรก็ดี ในปีที่ผ่านมาตลาดการลงทุนซื้อขายกลับมาคึกคักมากขึ้นมาก โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมสูงกว่าปี 2563 ถึงเกือบ 6 เท่า”

“เราเริ่มเห็นนักลงทุนทั้งของไทยและต่างชาติกลับมาสนใจตลาดโรงแรมในประเทศไทยมากขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีที่ผ่านมา ด้วยปัจจัยหนุนหลายประการ อาทิ นักลงทุนมีทัศนคติที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในไทยไม่ได้รุนแรงเท่าที่เคยมีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า นอกจากนี้ การมีโรงแรมคุณภาพเหมาะสมสำหรับการลงทุนออกมาเสนอขายมากขึ้นในราคาที่ไม่ได้สูงเกินจริงยังเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นความสนใจของนักลงทุน” จักรกริช กล่าว

การศึกษาของ JLL พบว่า ตลาดโรงแรมของไทยที่มีการลงทุนซื้อขายเกิดขึ้นมากที่สุดในปีที่ผ่านมา คือ เกาะสมุย กรุงเทพฯ และภูเก็ต โดยมีมูลค่าการซื้อขายคิดเป็นร้อยละ 44.3  ร้อยละ 24.6 และ ร้อยละ 11.7 ตามลำดับของมูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นทั้งหมด

พิมพ์พะงา ยมจินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริการลงทุนซื้อขายภาคพื้นเอเชีย หน่วยธุรกิจบริการที่ปรึกษาด้านโรงแรม กล่าวว่า “โดยทั่วไป กรุงเทพฯ เป็นตลาดที่นักลงทุนสนใจซื้อโรงแรมมากที่สุด แต่ในปีที่ผ่านมา เกาะสมุยแซงหน้าขึ้นมา เนื่องจากมีโรงแรมเสนอขายมากกว่า และยังมีการซื้อขายรายการใหญ่ที่สุดของปี 2564 เกิดขึ้นด้วย”

ข้อมูลจาก JLL ระบุว่า โรงแรม 23 โรงที่มีการซื้อขายในปีที่ผ่านมา มีมูลค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 500-600 ล้านบาทต่อโรง และมีเพียงโรงแรมเดียวเท่านั้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงกว่าพันล้านบาท ซึ่งอยู่ที่เกาะสมุย

โดยทั่วไป โรงแรมที่มีเสนอขายในตลาดรีสอร์ทมักมีการเสนอส่วนลดมากกว่าราคาโรงแรมที่มีเสนอขายในกรุงเทพฯ เนื่องจากโรงแรมในหัวเมืองรีสอร์ทส่วนใหญ่พึ่งพาตลาดการท่องเที่ยวเป็นหลัก ดังนั้น เมื่อการท่องเที่ยวซบเซา จึงได้รับผลกระทบมากกว่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อธิบายว่า เหตุใดการลงทุนซื้อขายโรงแรมบนเกาะสมุยในปีที่ผ่านมาจึงขยับขึ้นแซงหน้ากรุงเทพฯ

พิมพ์พะงากล่าวว่า “โรงแรมที่เสนอขายในกรุงเทพฯ ตลอดช่วงวิกฤตโควิด มีราคาเสนอขายที่ค่อนข้างไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงก่อน และไม่พบว่ามีการลดราคาแรงๆ ให้เห็น ทั้งนี้ ราว 75% ของโรงแรมที่เสนอขายในกรุงเทพฯ  มีการลดราคาขายไม่เกิน 5% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด ที่เหลือ 25% เป็นการขายโดยการเปิดประมูลโดยกรมบังคับคดี ในขณะที่โรงแรมในสมุยและภูเก็ตมีการลดราคาขายลงมากกว่า”

JLL คาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมยังคงขยายตัว

“เราพบว่าขณะนี้มีการซื้อขายโรงแรมมูลค่าสูงหลายรายการที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยวหลักๆ และในจำนวนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นโรงแรมที่มีมูลค่ากว่าพันล้านบาทขึ้นไป นอกจากนี้ การผ่อนคลายมาตรการการควบคุมชาวต่างชาติเข้าออกประเทศ จะทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะทำให้มีการแข่งขันสูงขึ้นในหมู่นักลงทุนที่ต้องการซื้อโรงแรมคุณภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำให้เราเชื่อว่า การลงทุนซื้อขายโรงแรมของไทยในปีนี้ จะมีมูลค่าสูงกว่าปีที่ผ่านมา ยังไม่นับรวมถึงการที่ประเทศไทยเป็นตลาดการลงทุนซื้อขายที่คึกคักมากที่สุดในอาเซียนในปีที่ผ่านมา” จักรกริช กล่าวสรุป

อ่านเพิ่มเติม: IHG Hotels & Resorts ปักหมุดขยายโรงแรมในเครือทั่วไทย


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine