‘ไซมิส แอสเสท’ เตรียมเสนอขายหุ้น IPO พร้อมเปิดกลยุทธ์สู่ Top 5 บริษัทอสังหาฯ ไทย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property >
  • ‘ไซมิส แอสเสท’ เตรียมเสนอขายหุ้น IPO พร้อมเปิดกลยุทธ์สู่ Top 5 บริษัทอสังหาฯ ไทย

‘ไซมิส แอสเสท’ เตรียมเสนอขายหุ้น IPO พร้อมเปิดกลยุทธ์สู่ Top 5 บริษัทอสังหาฯ ไทย

Forbes Thailand / Admin
17 Nov 2020 | 6:22 pm 308

‘บมจ.ไซมิส แอสเสท’ หรือ SA เตรียมเสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 150 ล้านหุ้น เดินหน้าเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชูจุดเด่นการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินได้ในระยะยาว มุ่งสู่ Top 5 ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้บริโภคนึกถึง (Customer choice) ชูจุดเด่นพัฒนาโครงการในรูปแบบ Branded Residence ยกระดับคอนโดมิเนียม ด้วยการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบครบวงจรด้วยมาตรฐานระดับโลก

ขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอทเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด ‘Asset of Life สร้างกำไรให้กับทุกการใช้ชีวิต’ เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินและขยายขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ รองรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรในอนาคต ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อก้าวเป็น 1 ใน 5 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้บริโภคนึกถึง (Customer choice)

SA ประกอบธุรกิจหลักในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อจำหน่าย ประเภทแนวราบ และแนวสูงครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกระดับ อาทิ คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ฯลฯ โดยเน้นการพัฒนาโครงการประเภทคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ บนทำเลที่มีศักยภาพ ตลอดจนสร้างความแตกต่างแก่โครงการในแต่ละทำเล ด้วยการนำนวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกมาใช้เพื่อสร้างจุดเด่นแก่โครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี สามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อลงทุนในระยะยาว

ปัจจุบัน บริษัทฯ แบ่งการดำเนินธุรกิจเป็น 3 ประเภท  ประกอบด้วย 1. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อจำหน่าย ภายใต้ แบรนด์ The Collection, Siamese Exclusive, Siamese Gioia, Siamese, และ Blossom  2. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า โดยจัดสรรพื้นที่ในโครงการหรือห้องชุดที่มีอยู่มาเป็นพื้นที่ให้เช่าเชิงพาณิชย์ และ 3. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการบริการ โดยพัฒนาอาคารในโครงการหรือห้องชุดที่มีอยู่ในโครงการมาให้บริการในลักษณะโรงแรมหรือเซอร์วิส เรสซิเดนซ์ นอกจากนี้ ยังมีบริการที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น การบริหารนิติบุคคลอาคารชุด, นายหน้าจัดหาผู้เช่าห้องชุด เป็นต้น

ขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอทเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SA กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ เริ่มพัฒนาโครงการในรูปแบบ Branded Residence โดยนำบริการของโรงแรมชั้นนำที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศ เข้ามาบริหารอาคารพักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความสะดวกสบายเสมือนพักอาศัยในโรงแรม โดยร่วมมือกับเเบรนด์โรงแรมชั้นนำที่มีมาตรฐานระดับโลก เช่น Wyndham, Ramada และอยู่ระหว่างเจรจากับแบรนด์ The Crowne Plaza by IHG และ แบรนด์ Cassia by Banyan Tree ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น

อีกทั้งสามารถดึงดูดนักลงทุนที่ซื้อห้องชุดเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งรูปแบบโครงการยังเอื้อประโยชน์ให้บริษัทฯ สามารถใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รุกเข้าสู่การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส (Mixed Use) มากขึ้น โดยมีทั้งส่วนของห้องชุดพักอาศัยเพื่อขายและจัดสรรพื้นที่บางส่วนให้เช่าเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างรายได้หลายประเภทภายในโครงการเดียวและบริหารความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ  พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้เพิ่มธุรกิจ Food & Beverage อย่างร้านกาแฟแบรนด์ Kafeology และร้านอาหารไทย Rosemary ให้อยู่ในทุกโครงการ และในอนาคตจะมี Wellness Center เพิ่มเติมอีกด้วย

“ไซมิส แอทเสท เป็นบริษัทที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเราต้องมีความยืดหยุ่น ดำเนินธุรกิจได้ดีทั้งในภาวะตลาดขาขึ้นและช่วงที่ตลาดชะลอตัว ซึ่งเราได้เริ่มธุรกิจ Branded Residence โดยได้ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (Hotel License) และให้ลูกบ้านเซ็นยินยอมการพักอาศัยแบบโรงแรมตั้งแต่แรก ทำให้เราสามารถเติบโตได้แม้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19” ขจรศิษฐ์ กล่าว

สุรวัฒน์ สุวรรณยั่งยืน ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงินและบัญชี  SA

สุรวัฒน์ สุวรรณยั่งยืน ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงินและบัญชี  SA กล่าวว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แล้วกว่า 20 โครงการ ประกอบด้วย คอนโดมิเนียม 16 โครงการ บ้านจัดสรร ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศ 4 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 46,000 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและโอนกรรมสิทธิ์ 6 โครงการ อยู่ระหว่างการขายและอยู่ระหว่างก่อสร้าง 1 โครงการ อยู่ระหว่างการขายและรอการพัฒนา 3 โครงการ และมีโครงการแนวราบที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและขาย 1 โครงการ เช่น คอนโดมิเนียม Siamese Exclusive 31, คอนโดมิเนียม Blossom Condo @ Sathorn-Charoenrat เป็นต้น  ปัจจุบันมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/2563 เป็นต้นไป

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2563 (มกราคม-กันยายน) มีรายได้รวม 2,060.6 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้หลักจากการขายอสังหาริมทรัพย์ และมีกำไรสุทธิ  283.9 ล้านบาท จากการที่บริษัทฯ สามารถปรับราคาขายห้องชุดในบางโครงการสูงขึ้นได้ และบริหารจัดการต้นทุนก่อสร้างของโครงการใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้เทคนิคการออกแบบและการก่อสร้างที่ช่วยลดต้นทุน บริหารพื้นที่โครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยภายหลังเสนอขายหุ้น IPO บริษัทฯ มีแผนนำเงินเพื่อใช้ลงทุนขยายกิจการ และนำเงินส่วนหนึ่งไปชำระเงินกู้ ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน

เล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด

ด้าน เล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงาน ก.ล.ต. ได้อนุมัติแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ของ บมจ.ไซมิส แอสเสท เป็นที่เรียบร้อย โดย SA ถือเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง  บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นเป็น Living’s Value Creator หรือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างฉับไว สร้างคุณค่าในทุกประสบการณ์ของการอยู่อาศัยและการลงทุน เพื่อเป็น Asset of life  ในการสร้างกำไรให้กับทุกการใช้ชีวิต ด้วยจุดเด่นในการพัฒนาโครงการในทำเลใจกลางเมือง ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ใกล้ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความคุ้มค่าให้แก่ผู้ซื้อ โดยใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้บริหารและทีมงานในธุรกิจก่อสร้างกว่า 30 ปี

ทั้งนี้ SA มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 961,547,300 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ  961,547,300 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท และจะเสนอขายหุ้ IPO จำนวนไม่เกิน 150 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 13.5 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ  ภายหลังการเสนอขาย IPO ครั้งนี้ ซึ่งจะเท่ากับ 1,111,547,300 หุ้น คิดเป็นทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 1,111,547,300 บาท  โดยบริษัทฯ เตรียมจัดโร้ดโชว์แนะนำธุรกิจ กลยุทธ์การเติบโต และแผนขยายการลงทุนให้กับนักลงทุน ในวันอังคารที่ 1 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ซึ่งนักลงทุนที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ทาง www.iposiameseasset.com ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถนำ SA จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ภายในปีนี้

อ่านเพิ่มเติม: เอสซีบี ไพรเวทแบงก์กิ้ง ส่ง “Property Backed Loan” รับตลาดผันผวน


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

 

BACK TO TOP