พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พบทำเลเด่นส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน “เพชรเกษม-บางแค” รองรับดีมานด์การอยู่อาศัยจริง - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property >
  • พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พบทำเลเด่นส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน “เพชรเกษม-บางแค” รองรับดีมานด์การอยู่อาศัยจริง

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พบทำเลเด่นส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน “เพชรเกษม-บางแค” รองรับดีมานด์การอยู่อาศัยจริง

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
20 Apr 2017 | 4:17 pm 2271

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินคืบหน้ากว่า 80% ส่งผลทำเลฝั่งธนบุรีเติบโตครบทุกด้าน แนะจับตาคอนโดมิเนียมย่านเพชรเกษม-บางแค ใกล้รถไฟฟ้าอัตราตอบรับดี

อนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด  บริษัทบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยผลวิจัยด้านที่อยู่อาศัยพบว่า ปัจจุบันโซนเพชรเกษม-บางแค เป็นทำเลหนึ่งที่น่าสนใจ นับจากแผนการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าฝั่งธนบุรีมีความคืบหน้าไปมาก เห็นได้จากรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวที่เปิดให้บริการแล้ว และจะมีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินทั้งเส้นทางหัวลำโพง–หลักสอง และบางซื่อ–ท่าพระ โดยทั้งสองเส้นทางมีการเชื่อมต่อกันที่สถานีท่าพระ ปัจจุบันทั้งสองเส้นทางมีการก่อสร้างไปได้มากกว่า 80% เส้นทางหัวลำโพง–หลักสอง คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในต้นปี 2562 ส่วนบางซื่อ–ท่าพระ จะเปิดให้บริการภายในปี 2563 ส่งผลให้ในอนาคตประชาชนในพื้นที่สามารถเดินทางเข้าเมืองได้ง่ายขึ้น ทั้งจากการมาเชื่อมต่อกับสายสีเขียวที่สถานีบางหว้าหรือเชื่อมสายสีน้ำเงินเดิมที่สถานีหัวลำโพง

พื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตกหรือธนบุรี ในปัจจุบันมีถนนเส้นหลักคือเพชรเกษมซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของกรุงเทพฯ ทั้งหมด 4 เขต ได้แก่ บางกอกใหญ่ ภาษีเจริญ บางแค และ หนองแขม มีประชากรรวมทั้งสิ้นกว่า 550,000 คน และมีความหนาแน่นของประชากรต่อบ้านที่ 2.53 คน ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของคนในกรุงเทพฯที่ 2.13 คน นั่นหมายความว่ายังมีความต้องการด้านที่อยู่อาศัยของคนในพื้นที่อยู่ ทำให้เกิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยในรูปแบบของคอนโดมิเนียมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของคนกลุ่มนี้

“ปัจจุบันจำนวนอุปทานคอนโดสูง  High Rise บนถนนเพชรเกษมช่วงรถไฟฟ้าสายมีน้ำเงินมีจำนวน 5,161 ยูนิต ในขณะที่อุปสงค์อยู่ที่ 3,654 ยูนิต ซึ่งถือว่าเป็นยอดขายอยู่ที่ 71% โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตารางเมตรละ  89,000 บาท หรือรูปแบบ 1 ห้องนอน ราคาเฉลี่ย 2.7 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งถือว่าต่ำกว่าโครงการที่อยู่ในช่วงปลายสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว ตั้งแต่บางหว้าถึงตลาดพลู ที่ขายกันอยู่ที่ยูนิตละ 3.2 ล้านบาท อยู่พอสมควร ทั้งๆ ที่ระยะทางห่างจากกันไม่มากนัก ดังนั้นเพชรเกษมถือว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการปรับตัวของราคาขึ้นไปอีกเมื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเริ่มให้บริการในอีก 2-3 ปีข้างหน้า”

อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาโครงการคอนโดมิเนียมบนถนนเพชรเกษมช่วงรถไฟฟ้าสายมีน้ำเงินที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าในระยะห่างไม่เกิน 200 เมตรเทียบกับโครงการที่อยู่ห่างจากรถไฟฟ้า พบว่าอัตราการตอบรับในปัจจุบันของโครงการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้ามีอัตราการตอบรับสูงกว่า โดยอัตราตอบรับของโครงการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าระยะทางประมาณ 200 เมตรอยู่ที่ 75% ในขณะที่โครงการที่อยู่ไกลจากรถไฟฟ้ามีอัตราตอบรับ 64% รวมไปถึงระดับราคาเฉลี่ย ที่โครงการที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้ามีราคาเฉลี่ยที่สูงกว่า โดยโครงการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 92,000 บาท/ตารางเมตร ส่วนโครงการที่อยู่ห่างออกไปราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 84,000 บาท/ตารางเมตร

“เห็นได้ว่าทำเลรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจะเป็นอีกหนึ่งทำเลเด่นที่น่าสนใจ จากการก่อสร้างส่วนต่อขยายมีความคืบหน้าไปมาก แม้จะไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองแต่โซนนี้ถือว่ามีศักยภาพ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่อยู่ในโซนใหม่ๆ เช่น เพชรเกษม ท่าพระ จรัญสนิทวงศ์ จากจุดเด่นเรื่องความสะดวกและความเชื่อมต่อการคมนาคมหลากหลายช่องทางนี้ และมีระดับราคาที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับราคาคอนโดมิเนียมที่ติดรถไฟฟ้าบริเวณในเมือง ส่วนทางด้านตลาดเช่ายังคงมีโอกาสที่น่าสนใจ โดยเฉพาะที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยหรือรถไฟฟ้าที่มีอัตราค่าเช่า 10,000–12,000 บาทต่อเดือน” อนุกูล กล่าวสรุป

(ขอบคุณภาพเปิดจาก: บางกอกโพสต์)

BACK TO TOP