รัฐบาลเปิดตัวกลไก “Thailand FastPass” ทำ MOU กับ 8 หน่วยงานภาครัฐ ร่นระยะเวลาอนุมัติ-อนุญาต คาดดึงเม็ดเงินลงทุนจริงในปีนี้และปีหน้ารวมกันกว่า 7 แสนล้านบาท พร้อมสร้างงาน 13,000 ตำแหน่ง
รัฐบาลเปิดตัว “Thailand FastPass” กลไกการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการขออนุมัติและอนุญาตเพื่อเริ่มต้นประกอบธุรกิจ โดยในมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันระหว่าง 8 หน่วยงานภาครัฐ
ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), กรมโรงงานอุตสาหกรรม, กรมศุลกากร, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
เพื่อลดระยะเวลาการดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนลงกว่า 20-50% ซึ่งจะช่วยให้โครงการลงทุนสามารถเริ่มดำเนินการและสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

รัฐเปลี่ยนจาก “ผู้กำกับ” เป็น “อำนวยความสะดวก”
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า Thailand FastPass สะท้อน ความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับสภาพแวดล้อมการลงทุนของประเทศ โดยมุ่งลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ เพิ่มความรวดเร็ว ความโปร่งใส และความชัดเจนในการดำเนินโครงการลงทุน ซึ่งจะช่วยให้โครงการลงทุนสามารถเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างการจ้างงาน ยกระดับศักยภาพภาคอุตสาหกรรม และเสริมสร้าง ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
พร้อมทั้งยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน โลจิสติกส์ และเครือข่ายการค้าในภูมิภาค พร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการผลิตที่สำคัญในอนาคต
“รัฐบาลได้เปลี่ยนบทบาทจากผู้กำกับดูแลมาเป็นผู้อำนวยความสะดวกและผู้สนับสนุนการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายทำให้การลงทุนเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น เราจะไม่ปล่อยให้ความล่าช้าของระบบราชการเป็นอุปสรรคต่อโอกาสทางเศรษฐกิจอีกต่อไป ที่สำคัญ จะทำให้ประเทศไทยยกระดับสู่ประเทศรายได้สูงได้เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง” อนุทิน กล่าว

เร่งดันเม็ดเงินลงทุน 700,000 ล้านบาท
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับ “การลงทุนจริง” ที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ จึงได้สร้างกลไก Thailand FastPass เพื่อเร่งแก้ไขอุปสรรคของโครงการที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนแล้วแต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่
การลงนาม MOU ระหว่าง 8 หน่วยงายภาครัฐ และการมอบใบรับรอง Thailand FastPass ให้แก่ 23 บริษัทชั้นนำ เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนโดยมีการลงทุนเป็นตัวนำ และเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการลงทุน
“รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุน และการให้ใบรับรอง Thailand FastPass ในครั้งนี้เป็นคำมั่นสัญญาต่อผู้ลงทุนว่ารัฐบาลจะดำเนินงานด้วยความรวดเร็ว มีความชัดเจน และประสานงานกันอย่างใกล้ชิดทุกหน่วยงาน เพื่อส่งเสริมการลงทุนที่ผ่านการอนุมัติจาก BOI ให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้มีการลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศได้”
ในภาพรวม ประเทศไทยกำลังได้รับความน่าเชื่อถือจากการลงทุนในเวทีโลก โดยปี 2568 ที่ผ่านมามีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และในไตรมาสแรกของปี 2569 ก็มีคำขอการส่งเสริมการลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 142% ตัวเลขเหล่านี้ล้วนสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทย
ก่อนหน้านี้มีระบบ BOI FastPass ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ข่วยทำให้การลงทุนเกิดขึ้นในประเทศไทยจริง และทำให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ตลอดจนการก่อสร้าง การจ้างงาน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
BOI FastPass ที่ได้นำร่องไปแล้วมีตัวเลขเป็นที่ประจักษ์ จาก GDP ไตรมาสแรกที่ผ่านมาที่ขยายตัว 2.8% และเมื่อดูในรายละเอียด การลงทุนของภาคเอกชนนั้นขยายตัวถึง 10.1% นับเป็นการขยายตัว Double Digit ครั้งแรกในรอบ 10 ปี ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการอนุมัติการลงทุนจาก BOI โดยทำให้เกิดการลงทุนจริงกว่า 2 แสนล้านในไตรมาสเดียว และขยายตัวถึง 18%
ทั้งนี้ เมื่อรวม 23 บริษัท ที่ได้รับ Thailand FastPass กับโครงการที่รัฐบาลเร่งปลดล็อกก่อนหน้านี้แล้ว จะคิดเป็นมูลค่าการลงทุนที่รัฐจะผลักดันเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 700,000 ล้านบาท และสร้างงานคุณภาพกว่า 13,000 ตำแหน่ง

สำหรับกลไก FastPass ไม่ใช่แค่ fast track สำหรับนักลงทุน แต่คือ fast track จากเงินลงทุน สู่ผลลัพธ์จริงสำหรับเศรษฐกิจไทยและคนไทย ด้วยเม็ดเงินลงทุนดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย 5 ด้าน ประกอบด้วย
1. การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเป็นการฟื้นตัวที่นำด้วยการลงทุน กระตุ้นสั้นด้วยการลงทุน แต่ส่งผลระยะยาว คือการเติบโตของเศรษฐกิจ
2. งานใหม่และอาชีพใหม่ เนื่องจากทุกโครงการที่เดินหน้าเร็วขึ้น ไม่ได้หมายถึงโรงงานเร็วขึ้นเท่านั้น แต่หมายถึงตำแหน่งงานใหม่ของวิศวกร ช่างเทคนิค นักบัญชี คนไอที โลจิสติกส์ และผู้ให้บริการในพื้นที่ที่เกิดเร็วขึ้นด้วย
3. ทักษะใหม่และถ่ายทอดองค์ความรู้ เพราะการลงทุนยุคใหม่ไม่ได้เอาแค่เครื่องจักรเข้ามา แต่เอาความรู้ใหม่เข้ามาด้วย ทำให้แรงงานไทยมีโอกาสยกระดับจากงานเดิมไปสู่งานที่มีทักษะและรายได้สูงขึ้น
4. โอกาสของ SME และผู้ผลิตในประเทศ เมื่อบริษัทใหญ่เข้ามาลงทุน สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่ให้เขามาตั้งอยู่ลำพัง แต่ต้องเชื่อมกับผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้รับเหมา โลจิสติกส์ อาหาร ที่พัก บริการ และ SME ไทยในพื้นที่
5. เงินหมุนในพื้นที่ โดยโครงการลงทุนหนึ่งโครงการไม่ได้สร้างแค่โรงงาน แต่สร้างความต้องการอาหาร ที่พัก รถรับส่ง ช่างซ่อม ผู้รับเหมา การขนส่ง และบริการรอบพื้นที่ นี่คือเงินที่หมุนกลับไปสู่เศรษฐกิจท้องถิ่น
นำร่อง 25 โครงการจาก 23 บริษัท มูลค่า 2.2 แสนล้านบาท
นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำหรับ Thailand FastPass ในครั้งนี้มี 25 โครงการจาก 23 บริษัทที่ได้รับการอนุมัติ และจะมีเพิ่มเข้ามาอีกเรื่อยๆ โดยมีเกณฑ์ว่าจะต้องเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ มีเทคโนโลยีขั้นสูง และสร้างผลกระทบต่อประเทศในวงกว้าง
ยกตัวอย่างบริษัทที่ผ่านการอนุมัติจะเป็นเทคโนโลยีชั้นสูง และเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นอนาคตของประเทศ เช่น หุ่นยนต์มนุษย์, ชิ้นส่วนเครื่องยนต์เครื่องบิน และชิ้นส่วนดาวเทียมวงโครโจรต่ำ เป็นต้น
นอกจากทั้งหมดจะผลิตในไทยแล้ว ยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อทำ R&D และสร้างบุคลากร กล่าวคือไม่ได้มาผลิตอย่างเดียว แต่มาพัฒนาคน ใช้ซัพพลายเชน และสร้างนวัตกรรมในประเทศ เกิดเป็นมูลค่าเพิ่มจากการลงทุน

ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนทั้งหมด 7 แสนล้านบาท มาจาก 2 ส่วน ส่วนแรกคือการเร่งรัดการลงทุนที่ค้างอยู่เดิมก่อนเริ่ม Thailand FastPass โดยมี 76 โครงการ มูลค่ารวม 474,000 ล้านบาท ส่วนที่สองคือ 25 โครงการล่าสุดในครั้งนี้ที่มีมูลค่า 223,000 ล้านบาท โดยทั้งหมดจะมีการลงทุนจริงในปีนี้และปีหน้า
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายบริษัทที่อยู่ระหว่างการเจรจา เมื่อใดที่มีการยื่นคำขอมายัง BOI และเห็นว่าเป็นโครงการสำคัญ BOI ก็จะผลักดันให้เป็นโครงการ Thailand FastPas
“สิ่งที่สำคัญกว่ามูลค่าเงินลงทุนคือเราพยายามเน้นเรื่องคุณภาพโครงการ และต่อยอดจากสิ่งที่เรามีอยู่เดิม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว โดยเฉพาะบุคลากร และซัพพลายเชนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น รวมถึงสร้างขีดความสามารถด้านการวิจัย พัฒนา และสร้างนวัตกรรมของไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น”
ทั้งนี้ เป้าหมายในระยะยาวคือทำให้ Thailand FastPas เป็นแพลตฟอร์มที่ให้ทุกหน่วยงานมาทำงานร่วมกัน และจะนำไปสู่การทำให้ทุกโครงการแม้จะไม่ใช่โครงการใหญ่ได้รับประโยชน์ โดยกฎระเบียบจะคล่องตัวขึ้น และลดกระบวนการที่ซ้ำซ้อนลง

ภาพ : BOI และ Magnific.com
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “เพียวไซเคิล” เลือกระยอง! บีโอไอไฟเขียวลงทุน 8.1 พันล้าน ตั้งโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ใช้เศษพลาสติกไทยเป็นวัตถุดิบ 100%
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


