Tesco โดนสอบสวนฐานฉ้อโกงขั้นร้ายแรงแล้ว - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • Tesco โดนสอบสวนฐานฉ้อโกงขั้นร้ายแรงแล้ว

Tesco โดนสอบสวนฐานฉ้อโกงขั้นร้ายแรงแล้ว

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
28 Nov 2014 | 8:02 pm 12189
29 ตุลาคม: Serious Fraud Office (SFO) แห่งสหราชอาณาจักรแถลงผ่านเว็บไซต์ว่า ทาง Director ได้เริ่มต้นกระบวนการสืบสวนสอบสวนในคดีอาญากับ Tesco plc. ฐานบันทึกบัญชีงบดุลบริษัทผิดพลาดแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ในเวลานี้

 
ในขณะที่เว็บไซต์ของ Tesco ยืนยันว่าได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าวจาก SFO แล้ว  ทางบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือในการสืบสวนสอบสวนครั้งนี้เป็นอย่างดี เว็บไซต์ยังระบุด้วยว่า ด้วยเหตุนี้ทำให้การสอบสวนจาก Financial Conduct Authority (FCA) เป็นอันยุติลง
 
SFO เป็นหน่วยงานของรัฐบาลอังกฤษที่เป็นอิสระ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานอัยการสูงสุด ก่อตั้งในปี 1987 มีหน้าที่สืบสวนสอบสอนคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงและคอร์รัปชั่น ที่เป็นคดีร้ายแรงโดยเฉพาะ
 
ยักษ์ค้าปลีกหมายเลขหนึ่งของอังกฤษต้องเผชิญวิกฤตอย่างหนักตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากยอดขาดที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ โดยกำไรในช่วงครึ่งปีแรกลดลงถึง 41% ขณะที่หนี้สินสูงถึง 7.5 พันล้านปอนด์ เป็นเหตุให้ปลด CEO คนเก่า Philip Clarke ออกจากตำแหน่ง  แล้วแต่งตั้ง Dave Lewis เข้ามารับหน้าที่แทนเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา
 
นอกจากนี้ วิกฤตของ Tesco ยังมาพร้อมกับเรื่องอื้อฉาวทางบัญชี ที่เบื้องต้นพบว่ามีการลงบัญชีผลกำไรเกินจริงรวม 263 ล้านปอนด์ แยกเป็นการลงกำไรเกินจริงของครึ่งปีแรกของปีนี้ 118 ล้านปอนด์ ของปี 2013/14 รวม 70 ล้านปอนด์ และของปีก่อนอีก 75 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นความผิดพลาดในการลงบัญชีระหว่าง Tesco กับ supplier ด้านอาหาร  รายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีฉบับนี้ถูกส่งไปยัง FCA เพื่อดำเนินการต่อตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา
 
Financial Time รายงานว่า เมื่อสัปดาห์ก่อน SFO ยังวางเฉยต่อเรื่องนี้ โดยให้ FCA ซึ่งมีอำนาจในการดำเนินคดีทางอาญาเช่นกัน ดำเนินการสอบสวนแต่ผู้เดียว แต่ผ่านไปเพียง 1 สัปดาห์ SFO กลับตัดสินใจเข้ามาสอบสวนเรื่องนี้เสียเอง ทำให้เกิดข้อสงสัยตามมา
 
“เป็นเรื่องที่ไม่ปกตินักที่ FCA จะยุติกระบวนการสืบสวนที่ได้ตัดสินใจเริ่มต้นแล้ว” Tim Aron อดีตเจ้าหน้าที่ FCA กล่าว และตั้งข้อสังเกตอีกว่า เรื่องนี้อาจกลายเป็นประเด็นโต้แย้งในทางกฎหมายได้ “เพราะดูจะไม่ชอบธรรมกับบริษัทและตัวบุคคล ที่ต้องโดนสอบสวนสักเท่าไหร่”
 
ด้าน Rickin Thakrar นักวิเคราะห์ของ BESI แสดงความเห็นต่อความเปลี่ยนแปลงในกระบวนการสอบสวนว่า สิ่งนี้ไม่น่าจะใช่ข่าวดีนัก แต่กลับยิ่งจะเพิ่มความกดดันให้กับคณะผู้บริหารชุดใหม่มากขึ้น พร้อมเสริมว่า “ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยการพึ่งยอดขายผักสดในแต่ละวัน”
 
Simon Gompertz ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ BBC เห็นว่า การที่ SFO ลงมาสอบสวนเรื่องนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก เพราะเป็นองค์กรที่รับผิดชอบคดีฉ้อโกงโดยเฉพาะ และแม้ว่าการสอบสวนจะไม่กระทบกับผู้บริโภคและราคาสินค้า แต่ก็กระเทือนต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร เพราะงบดุลถือเป็นเรื่องใหญ่ของบริษัท ย่อมส่งผลต่อความมั่นใจของผู้ให้สินเชื่อและนักลงทุนด้วย
 
ด้วยเรื่องอื้อฉาวเรื่องนี้ ทำให้ Sir Richard Broadbent ประธานกลุ่มบริษัท Tesco ต้องแถลงแสดงความรับผิดชอบ ในระหว่างการแถลงผลประกอบการบริษัทครึ่งปีแรก ด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะลาออก หลังส่งมอบการบริหารงานให้ทีมงานใหม่เสร็จเรียบร้อย ภายหลังคำแถลงดังกล่าวทำให้หุ้นของ Tesco ดิ่งลงต่ำกว่า 171 จุด ต่ำสุดในรอบ 11 ปี   นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารระดับสูงรวมแปดรายที่ต้องถูกสอบสวนในความผิดพลาดครั้งนี้ โดยอาจต้องโทษจำคุกถึง 10 ปี ในขณะที่บริษัทอาจต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินมหาศาล

หมายเหตุ: ติดตามข่าว “พฤหัสนี้อาจชี้ชะตา Tesco จะขาย Lotus ในไทยเพื่อล้างหนี้หรือไม่?” ได้ที่ https://www.forbesthailand.com/article_detail.php?article_id=168

 
BACK TO TOP