STARTUP ไทยล้มลุก ไม่คลุกคลาน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • STARTUP ไทยล้มลุก ไม่คลุกคลาน

STARTUP ไทยล้มลุก ไม่คลุกคลาน

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
04 Aug 2015 | 1:19 pm 14883

ในอดีตการล้มหายตายจากของผู้ประกอบการรายใหม่หรือ startup มักมีให้เห็นกันอย่างดาษดื่น สาเหตุหลักคงหนีไม่พ้นการขาดความรู้เชิงธุรกิจและการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนทว่า ในวันนี้ startup ไทยได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับบทเรียนราคาแพง ที่บ่มเพาะให้พวกเขา “ล้มแล้วลุก อย่างทรนง”

กว่าจะก้าวเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศหรือระดับโลก ผู้ก่อตั้งบริษัทจำนวนไม่น้อยเริ่มต้นธุรกิจของพวกเขาอย่างสมถะ ไม่ว่าจะเป็น Apple บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลก Amazon.com บริษัทค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ Google เว็บไซต์ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก เพราะทุกอย่างล้วนเริ่มต้นจากศูนย์

ธุรกิจก็เช่นเดียวกันครั้งหนึ่งในอดีต บริษัทเหล่านี้เป็นเพียง startup ที่ไม่มีใครรู้จักและมีจุดเริ่มต้นในโรงรถเล็กๆ ของตน วันนั้นในปี 2519 Steve Jobs (ผู้ก่อตั้ง Apple ที่ล่วงลับไปแล้ว) และ Steve Wozniak คงไม่รู้หรอกว่าบริษัท Apple ของพวกเขาจะเติบโตจนมีมูลค่าตามราคาตลาดมหาศาลถึง 7.42 แสนล้านเหรียญสหรัฐในวันนี้ (ติดอันดับ 12 ในทำเนียบ Forbes Global 2000 ในปีนี้) Jeff Bezos เองก็คงไม่รู้เช่นกันว่าหนังสือเล่มแรกที่เขาขายผ่านเว็บไซต์ Amazon.com ในปี 2537 จะกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าราคาตลาดถึง 1.75 แสนล้านเหรียญ ในปัจจุบัน (ติดอันดับ 458 ของ Forbes) และ Larry Page กับ Sergey Brin ก็คงไม่ทันนึกว่า search engine อย่าง Google.com ที่พวกเขาสร้างขึ้นในปี 2541 จะกลายเป็นเว็บไซต์ยอดฮิตที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก และมีมูลค่าสูงถึง 3.67 แสนล้านเหรียญ ในวันนี้ (ติดอันดับ 39)

แม้ว่ามูลค่าทางธุรกิจของ tech startup ที่ประสบความสำเร็จในไทยจะยังเป็นแค่ตัวเลข 9 หลักโดยประมาณ ซึ่งยังทิ้งห่างผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ ทว่า startup ทั้งไทยและเทศล้วนมีจุดเริ่มต้นไม่ต่างกัน นั่นคือ “ความฝัน” และ “ความกล้าบ้าบิ่น” ที่จะวิ่งไล่ตามความฝัน แม้ว่าระหว่างทางอาจจะต้องล้มลุกคลุกคลานบ้างก็ตาม

อีกหนึ่งอุปสรรคที่ขวางกั้นความสำเร็จของ startup คือ การขาดแคลนแหล่งเงินทุน ซึ่งนั่นทำให้ VC เป็นที่นิยมในหมู่ startup ในปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่นั้นนักลงทุนหรือ VC จะเสาะหาธุรกิจที่มีศักยภาพเพื่อร่วมลงทุนโดยหวังผลกำไรในอนาคต และในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา การร่วมลงทุนแบบ VC ในประเทศไทยไม่ค่อยประสบความสำเร็จ โดยมีมูลค่าแค่เพียงหลักพันล้านบาทในขณะที่มูลค่าการร่วมลงทุนของประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียสูงถึง 2 แสนล้านบาทในปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี VC เริ่มกลับมาคึกคักในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเพราะนักลงทุนต่างชาติเข้ามาแสวงหาบริษัท startup ที่มีศักยภาพสูงในเอเชียเพื่อการลงทุนมากขึ้นไผทกล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนพฤษภาคม มูลค่า VC ที่ลงทุนใน tech startup ไทยจำนวน 20 รายสูงถึง 40 ล้านเหรียญ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากปัญหาการขาดแคลนแหล่งเงินทุน กฎหมายก็เป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการเติบโตของ startup โดยเฉพาะกฎหมายภาษีซึ่งสมควรปรับปรุงแก้ไขเพื่อสนับสนุน startup มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมาตรการลดหย่อนภาษีให้กับ startup การยกเว้นภาษีเงินได้ให้กับธุรกิจเงินร่วมลงทุนเพื่อสนับสนุนให้เกิด VC รวมถึงการเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการลดหย่อนภาษีสำหรับนักลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือ angel investor เพื่อส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนประพันธ์มีความเห็นว่า ความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ startup เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงรัฐจึงควรมีมาตรการช่วยเหลือหรือสนับสนุนเพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนใครจะรู้ว่า วันหนึ่ง ประเทศไทยอาจมี startup ที่เปิดตำนานบทใหม่ของโลกก็เป็นได้


คลิ๊กเพื่ออ่าน Forbes Thailand “STARTUP ALL-STARTS 3 ยักษ์ไอทีปั้นฝันสู่พันล้าน” ฉบับ JULY 2015

BACK TO TOP