SHOP CH หวังปีหน้าโตกว่าสองเท่า - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • SHOP CH หวังปีหน้าโตกว่าสองเท่า

SHOP CH หวังปีหน้าโตกว่าสองเท่า

ชญานิจฉ์ ดาศรี

กิจการ SHOP CH (ย่อมาจาก Shop Channel) ก่อตั้งขึ้นเมื่อกุมภาพันธ์ 2556 แต่เริ่มออกอากาศเมื่อพฤศจิกายน 2556 ซึ่งบริหารงานโดย บริษัท ช้อป โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด ที่มุ่งเน้นธุรกิจการตลาดแบบขายตรงในรูปแบบ real-time เผยแพร่ผ่านช่องทางโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต และบรอดแบรนด์ ที่เกิดจากความร่วมมือ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ ได้แก่ Sumitomo Corporation Group Limited ซึ่งมีบริษัทในเครือคือ Jupiter Shop Channel Co Ltd (JSC) ที่ดำเนินธุรกิจด้าน TV home shopping อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น บมจ. ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล และ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ที่ต่างร่วมทุนกันในอัตรา 40% 30% และ 30% ตามลำดับ

เมื่อตัดสินใจว่าจะปักหลักทำธุรกิจในไทย Jupiter Shop Channel จึงรวบรวมทีมงาน 10 คนเพื่อมาเริ่มจัดตั้งกิจการพร้อมเฟ้นหาพันธมิตรที่เหมาะสม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Shigeru Ohashi ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช้อป โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด ที่เล่าถึงจุดกำเนิดของการจับมือกับพันธมิตรในไทยว่าโอกาสที่ได้ร่วมทุนกันนั้น เป็นเพราะพันธมิตรทั้งสองรายต่างก็สนใจขยายธุรกิจค้าปลีกแบบขายตรงอยู่แล้ว แต่ทาง I.C.C และเซ็นทรัลฯ ยังไม่เคยมีช่องทาง TV home shopping มาก่อน ดังนั้นเมื่อเป้าหมายสอดคล้องกัน “คู่ค้าที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเรา เพราะพันธมิตรทั้งคู่ต่างก็เชี่ยวชาญในตลาดค้าปลีกของไทยอยู่แล้ว” Ohashi แห่ง SHOP CH ย้อนถึงจุดเริ่มแห่งความร่วมมือก่อนแจ้งเกิด SHOP CH

ปัจจุบัน SHOP CH จำหน่ายสินค้า 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ เครื่องประดับ แฟชั่น เครื่องใช้ภายในบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า สุขภาพและความงาม อาหารและดอกไม้ และอื่นๆ มีอัตราการเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้นราว 6 เท่าเมื่อเทียบกับพฤษภาคมปี 2557 ขณะที่อัตราเติบโตของยอดขายในปีนี้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 15%

เหตุแห่งผลสำเร็จของการทำ TV home shopping ในมุมมองของ Ohashi ที่บริษัทยึดถือคือการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งในแง่ผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจจะเป็นที่ประเภทของผลิตภัณฑ์ เรื่องราวความเป็นมา หรือกระบวนการค้นคว้าวิจัยที่แตกต่าง ทั้งนี้ในช่วงแรกจะคัดสินค้าที่ขายดีจากญี่ปุ่นมานำเสนอแต่ภายหลังพบว่ากลุ่มเครื่องประดับมาแรงกว่าทำให้สินค้าส่วนใหญ่จึงมาจากแหล่งผลิตในเมืองไทยควบคู่กับที่พยายามแสวงหาสินค้าจากทั่วโลกด้วย

เช่นเดียวกับการนำเสนอที่แปลกใหม่ ไม่พยายามผลักดันให้ซื้อสินค้ามากเกินไป และที่สำคัญคือต้องไม่ให้ข้อมูลเกินจริงหรือให้ข้อมูลเท็จ ซึ่งเน้นรูปแบบที่เป็นแนวทางเฉพาะสำหรับตลาดผู้บริโภคชาวไทย ตลอดจนการออกอากาศสดที่มีความถี่สูง “ถ้าเปิดให้ลูกค้าโทรเข้ามาสอบถามแบบ real-time ได้มาก ก็ยิ่งปิดการขายได้ง่ายขึ้น เราจึงพยายามเพิ่มเวลาออกอากาศรายการสดให้มากขึ้น” Ohashi เปิดเผยถึงเอกลักษณ์ของ SHOP CH อีกว่าสินค้าเด่นที่ลูกค้าชื่นชอบและขายดีเป็นอันดับต้นๆ ตลอดจนครองเวลาออกอากาศถึง 50% ของสินค้าทั้งหมด คือกลุ่มเครื่องประดับ ทั้งนี้น่าจะมีส่วนจากปัจจัยที่ 95% ของผู้ชม TV home shopping เป็นผู้หญิงและส่วนใหญ่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป

สำหรับเป้าหมายในอนาคตอันใกล้ Ohashi ย้ำว่ายอดขายในปี 2559 ต้องเติบโตเพิ่มขึ้นอีกกว่าสองเท่าตัวของปีนี้ (แต่ยังคงไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขยอดขายที่ชัดจน) อีกทั้งเชื่อว่าจะมีคู่แข่งหน้าใหม่เข้ามาจับจองพื้นที่ในตลาด TV home shopping เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แต่ด้วยนโยบายของบริษัทที่เน้นสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งอยู่แล้วจึงไม่นับเป็นประเด็นที่ต้องการกังวล “เป็นเรื่องปกติที่ธุรกิจย่อมมีคู่แข่งใหม่ๆ เข้ามา แต่ไม่คิดว่าการแข่งขันจะดุเดือดขึ้น เพราะทุกคนต่างก็มีแนวทางเฉพาะแม้จะมีสินค้าบางตัวที่ซ้ำกันบ้างก็ตาม” Ohashi ให้ภาพการแข่งขันเพิ่มเติมอีกว่าปัจจุบัน SHOP CH ครองอันดับ 4 ในตลาด (แต่เมื่อวัดที่ตัวเลขยอดขายจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์พบว่าอยู่อันดับ 5)


คลิ๊กอ่าน “SHOP CH หวังปีหน้าโตกว่าสองเท่า” ฉบับเต็มได้ที่ FORES THAILAND ฉบับ SEPTEMBER 2015 ในรูปแบบ E-Magazine

BACK TO TOP