SHISEIDO X SIRIVANNAVARI ประวัติการณ์ครั้งแรกในการรังสรรค์ PRINCESS HANAYAKA COLLECTION - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Insights
  • News
  • Other >
  • SHISEIDO X SIRIVANNAVARI ประวัติการณ์ครั้งแรกในการรังสรรค์ PRINCESS HANAYAKA COLLECTION

SHISEIDO X SIRIVANNAVARI ประวัติการณ์ครั้งแรกในการรังสรรค์ PRINCESS HANAYAKA COLLECTION

กัมปนาท กาญจนาคาร

SHISEIDO รู้สึกซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ที่ทรงออกแบบผลิตภัณฑ์คอลเลกชั่นพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น SHISEIDO X SIRIVANNAVARI ‘Princees Hanayaka’ ด้าน ผู้บริหารแบรนด์ SHISEIDO บินตรงสู่ประเทศเข้าเฝ้ารับเสด็จ พร้อมเผยทิศทางธุรกิจ หลังกระแส Mega Trend ‘Japanese Beauty’ พากลุ่ม SHISEIDO ทำรายได้เกินเป้าหมาย เผยขยายฐานการตลาดสู่กลุ่มคนมิลเลเนียม

SHISEIDO รู้สึกซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ที่ทรงออกแบบผลิตภัณฑ์คอลเลกชั่นพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น SHISEIDO X SIRIVANNAVARI “Princess Hanayaka” ที่สื่อความหมายว่า “สตรีผู้มีความสดใสและความงดงามประดุจเจ้าหญิง” ทั้งนี้เป็นเวลากว่า 2 ปีที่พระองค์หญิงทรงงานออกแบบคอลเลกชั่นพิเศษนี้โดยทรงใส่พระทัยในทุกขั้นตอนการผลิตด้วยพระวิริยะอุตสาหะตั้งแต่การทรงเลือกสีของผลิตภัณฑ์ตลอดจนการทรงออกแบบแพคเกจจิ้งที่โดดเด่นด้วยการนำลวดลายกราฟฟิกทรงออกแบบจากคอลเลกชั่นของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ในอดีตมาผสมผสานเกิดเป็นลวดลายใหม่ที่มีความเรียบหรูและงดงาม

ทั้งนี้ 3 ผู้บริหารแบรนด์ SHISEIDO ได้แก่ Jean Philippe Charrier ประธานกรรมการ และ ซีอีโอ Shiseido Asia Pacific, Yoshiaki Okabe Chief Brand Officer, SHISEIDO และ Tatsuki Nagao กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชิเซโด้ (ไทยแลนด์) จำกัด เผยทิศทางธุรกิจชิเซโด้

Yoshiaki Okabe Chief Brand Officer แบรนด์ SHISEIDO

Yoshiaki Okabe Chief Brand Officer แบรนด์ SHISEIDO กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่งที่ ชิเซโด้ได้มีโอกาสนำเทคโนโลยีการผลิตที่ทางบริษัทมี ร่วมเป็นส่วนสำคัญภายใต้พระราชดำริในการทรงออกแบบผลิตภัณฑ์ของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณรีนารีรัตน์ ซึ่งถือเป็นประวัติการณ์ครั้งแรกที่ทาง ชิเซโด้ได้งานร่วมกับพระองค์หญิง

Jean Philippe Charrier ประธานกรรมการ และ ซีอีโอ Shiseido Asia Pacific เผยในฐานะดูแลประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคซึ่งไม่รวมประเทศจีน รวม 15 ประเทศ โดยเขาคาดการณ์ว่า ภาพรวมของตลาดกลุ่มความงามของเอเชียแปซิฟิคอยู่ที่ราว 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2020 หรือโตขึ้นราว 7 เปอร์เซ็นต์

“ปัจจุบันประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นตลาดมีการเติบโตสูงมากหากเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ในเอเชีย โดยการเติบโตอยู่ที่ราว 9-10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นภาพรวมอันดีที่เอื้อประโยชน์ต่อทุกบริษัทรวมถึงชิเซโด้ด้วย เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง-บน ที่มีรายรับสูงขยายตัวมากขึ้นและยังคงตัดสินใจใช้จ่ายเงินกับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง”

“ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความสำคัญกับเรามาก สำหรับประเทศไทย ชิเซโด้ เข้ามาในประเทศนี้เป็นปีที่ 45 ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศสำคัญยิ่งซึ่งเราภูมิใจเป็นอย่างมากที่สามารถครองตลาดในประเทศไทยและมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในห้างสรรพสินค้าในหลายๆ ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ตลาดใหม่อย่างอินโดนิเซียและเวียดนามก็มีการเติบโตที่รวดเร็วเช่นกัน”

Jean Philippe Charrier ประธานกรรมการ และ ซีอีโอ Shiseido Asia Pacific

ด้าน Jean Philippe Charrier กล่าวเพิ่มเติมถึงแผน 2020 ของชิเซโด้ซึ่งแบ่งเป็นสองช่วงเวลาคือแผนระหว่างปี 2015-2017 โดย 3 ปีนี้เป็นช่วงเวลาบริษัทกลับมาโฟกัสที่ตัวเองและผลิตภัณฑ์หลักเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในขณะที่ช่วงที่สองคือระหว่าง 2018-2020 เรามุ่งเป้าไปที่กลุ่มตลาดเป้าหมายที่เราประสบความสำเร็จและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และเรามีความภูมิใจที่แบรนด์ชิเซโด้ของเราถือเป็น desirable beauty company หรือ บริษัทความสวยความงามที่น่าปราถนาจากแง่มุมผู้บริโภคและผู้ที่ต้องการร่วมงานกับบริษัท
ด้าน Yoshiaki Okabe Chief Brand Officer ของแบรนด์ SHISEIDO เผยถึงกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้นผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อดึงกลุ่มคนยุคมิลเลนเนียมเข้ามาเป็นลูกค้า โดยกลุ่มเครื่องผลิตภัณฑ์บำรุงผิว มีสัดส่วนประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์

“สิ่งสำคัญที่แบรนด์ชิเซโด้ต้องการสื่อการไปถึงผู้บริโภคคือความเป็น Japanese Beauty ที่กำลังเป็นกระแสเทรนด์ใหญ่ทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มคนมิลเลนเนียม โดยคอนเซ็ปต์ของ Japanese Beauty คือความเรียบง่ายและเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ชิเซโด้เองได้นำเสนอความเคารพต่อผู้คนและธรรมชาติมาโดยตลอด” Yoshiaki Okabe กล่าวและเสริมว่า

ปี 2016 เราได้เริ่มปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัยและสื่อสารทางการตลาดไปยังกลุ่มคนใหม่ๆ จากการวิจัยพบว่าในกลุ่มผู้บริโภคหลักของรุ่นอายุ 40 ปีขึ้นไปมีจุดร่วมเดียวกับกลุ่มคนยุคใหม่ ทั้งนี้ปัจจุบันภาพรวมผู้บริโภคที่อายุน้อยกว่า 30 ปี มีสัดส่วนอยู่ที่ราว 40 เปอร์เซ็นต์ในทั่วโลก ซึ่งภายหลังการปรับแบรนด์ให้ทันสมัยสัดส่วนผู้บริโภคในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนราว 50 เปอร์เซ็นต์

Jean Philippe Charrier กล่าวเสริมด้วยว่ารายได้รวมของบริษัทในปีผ่านมาอยู่ที่ราว 1 ล้านล้านเยน ซึ่งรายได้ตรงนี้เป็นตัวเลขรายได้ที่ตั้งเป้าจะไปให้ถึงในปี 2020 แต่เราสามารถทำได้ในปีที่ผ่านมา โดยมีสัดส่วนรายได้ราว 20 เปอร์เซ็นต์ที่มาจากภูมิภาคเอเชียแปซิคและประเทศจีนเข้าไปด้วย และหากเพิ่มสัดส่วนรายได้จากญี่ปุ่นแล้วนั้นจะมีสัดส่วนรายได้สูงราว 63 เปอร์เซ็นต์จากยอดรายได้รวมในปีที่ผ่านมา สำหรับค่าเฉลี่ยการเติบโตในหลายๆ ปีที่ผ่านมาเราโตในระดับตัวเลขสองหลักมาโดยตลอด

“Japanese Beauty คือ Mega Trend ที่สำคัญในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและความงามที่ทำให้เราเติบโตอย่างรวดเร็วทุกวันนี้ ผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย มีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับจุดขายของ ชิเซโด้” Jean Philippe Charrier กล่าว

Tatsuki Nagao กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชิเซโด้ (ไทยแลนด์) จำกัด

ด้าน Tatsuki Nagao กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชิเซโด้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในตลาดประเทศไทยนอกจากเราเป็นอันหนึ่งด้านรายได้จากห้างสรรพสินค้ามาเป็นเวลานั้นแล้วนั้น เรากำลังมองหาพาร์ทเนอร์เพื่อเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายในสถานที่อื่นๆ อาทิ ร้านบูติคหรู อาคารหรือสถานที่โดดเด่น และช่องทางด้านอีคอมเมิร์ซ เป็นต้น นอกจากนี้เราเพิ่มความสำคัญกับการบริการด้านการขายต่อผู้บริโภค และการใช้กลยุทธ์ที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลางเป็นสำคัญเพื่อหาประสบการณ์ร่วมระหว่างลูกค้าและแบรนด์ซึ่งเป็นกลยุทธ์เดียวกับกลยุทธ์ที่ชิเซโด้ทั่วโลกดำเนินการอยู่”

BACK TO TOP