“MHG” เลือกไทยเปิดศาสตร์สุขภาพองค์รวมมุ่งพัฒนาศูนย์มะเร็ง - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • “MHG” เลือกไทยเปิดศาสตร์สุขภาพองค์รวมมุ่งพัฒนาศูนย์มะเร็ง

“MHG” เลือกไทยเปิดศาสตร์สุขภาพองค์รวมมุ่งพัฒนาศูนย์มะเร็ง

MHG เลือกไทย พร้อมเผยสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายคนหันมามองเรื่องสุขภาพตนเองมากขึ้นจึงเป็นโอกาสดีของธุรกิจดูแลสุขภาพเทรนด์ใหม่ ศาสตร์สุขภาพองค์รวมจากเยอรมนีที่เข้ามาเปิดบริการในไทยได้การตอบรับที่ดี มียอดผู้ใช้บริการเพิ่ม สามารถขยายธุรกิจไปในหลายประเทศ

ราวปลายเดือนมีนาคม 2563 ในขณะที่สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 กำลังปะทุรุนแรงประเทศไทยเริ่มใช้มาตรการ lockdown ในหลายพื้นที่ ผู้คนเริ่มหันมาสนใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น “MHG”  ธุรกิจน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดบริการในไทยมาเกือบ 2 ปี กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส นั่นคือศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่คิดค้นและให้บริการโดย Dr.Johannes Wessolly แพทย์ชาวเยอรมันผู้ให้บริการศาสตร์ดูแลสุขภาพองค์รวมมายาวนานกว่า 30 ปี เป็นแนวทางการดูแลสุขภาพในเชิงป้องกันโรคด้วยวิธีการต่างๆ และการดูแลต่อเนื่องสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

บริการสุขภาพแบบองค์รวมนี้ เป็นสถานบริการด้านสุขภาพที่มีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่มคนรักสุขภาพ เช่นเดียวกับ David Boehm ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสกวาน เฮลธ์ กรุ๊ป จำกัด หรือ (MHG) ผู้บริหารและร่วมก่อตั้ง MHG ร่วมกับ วฤธ ใต้ฟ้ายงวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย คนหนุ่มรุ่นใหม่จากนักศึกษาแพทย์ผ่าตัดสมองที่ผันตัวมาทำธุรกิจสุขภาพแบบองค์รวม

David เป็นลูกค้าของ Dr. Johannes Wessolly เขาใช้บริการดูแลสุขภาพจากคลินิกของ Dr. Johannes ต่อเนื่องมาหลายปี ด้วยบริการปรับระดับฮอร์โมนสำหรับอาการวัยทองในเพศชาย และพบว่าเป็นบริการที่ให้ผลดีด้านการดูแลสุขภาพ จึงสนใจร่วมก่อตั้งธุรกิจ MHG ในไทยขึ้นมา โดยมีหุ้นส่วน 3 ฝ่ายคือ Dr. Johannes Wessolly, David Boehm และวฤธ ใต้ฟ้ายงวิจิตร เปิดบริการ “มิสกวาน” (Miskawaan) เป็นศูนย์สุขภาพแบบองค์รวม ที่วิเคราะห์หาความเสี่ยงโรคร้าย และฟื้นฟูสุขภาพ หรือ “MHG” เลือกไทยเปิดศาสตร์สุขภาพองค์รวมมุ่งพัฒนาศูนย์มะเร็ง “อันดับ 1 ของโลก” รักษาแบบสมุทัยเวชศาสตร์ เป็นเวชศาสตร์สุขภาพแบบองค์รวมจากองค์ความรู้ของ Dr. Johannes

MHG
วฤธ ใต้ฟ้ายงวิจิตร

มิสกวาน เปิดบริการในไทยเมื่อปี 2561 หลังเปิดตัวได้ 6 เดือนเศษมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการกว่า 200 ราย ส่วนใหญ่เน้นเรื่องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันโรค และการติดตามรักษาต่อเนื่องสำหรับผู้ป่วยมะเร็งผ่านมาจนถึงต้นปี 2563 มิสกวานมีฐานลูกค้าราว 400 ราย

“โลเคชั่นกรุงเทพฯ เป็นที่แรกที่เราเปิดในปี 2561 โมเดลเวิร์ก การตอบสนองดีรักษาหายจริง ในปี 2562 เลยขยายไปฮ่องกง เวียนนา และประเทศออสเตรียล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาเพิ่งเปิดที่สมุยเป็น      บีชฟรอนต์วิลล่า เปิดเป็นลองสเตย์ให้บริการ medical treatment ซึ่งต่างจากรีสอร์ตสุขภาพทั่วไปที่มีบริการนวด สปาดีท็อกซ์ แต่เราเน้น medical อาหารสุขภาพ มีโปรแกรมออกกำลังกาย โยคะให้เลือกด้วย” วฤธ นักธุรกิจหนุ่มบอกเล่าประสบการณ์กว่า 1 ปีในการเปิดมิสกวานให้บริการในประเทศไทย ได้การตอบรับค่อนข้างดี สามารถขยายเปิดสาขาในต่างประเทศ และลงทุนในรูปแบบรีสอร์ตสุขภาพขึ้นที่เกาะสมุย

ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นธุรกิจมิสกวาน David เล่าว่า “ตอนนั้นผมอยู่ในช่วงวัยทองหลังจากได้พบ Dr. Johannes 6 เดือน ก็รู้สึกสดชื่น ร่างกายกลับมามีพละกำลังทำได้หลายอย่าง ก็ไปอ่านรีเสิร์ชแพทย์หลายอย่างทำอย่างไรให้ระบบภูมิต้านทานกลับมาและดูอ่อนวัย ตอนนี้ผมอายุ 63 แต่ร่างกายเหมือน 35-40 ปี ก็พบว่า immune system (ระบบภูมิคุ้มกัน) สูงแข็งแรงป้องกันตัวเองได้” นี่คือจุดเริ่มต้นธุรกิจสุขภาพของนักลงทุนชาวเยอรมันผู้นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และอื่นๆ ก่อนจะหันมาให้ความสนใจธุรกิจสุขภาพกระทั่งได้ร่วมทุนก่อตั้งกิจการมิสกวานขึ้นในประเทศไทย โดยเปิดบริการสาขาแรกที่อาคารเกษรทาวเวอร์

“ผู้เข้ารับการตรวจร่างกายอย่างครบวงจรจะได้รับการออกแบบให้ได้รับอาหารเสริมที่ทำจากธรรมชาติ 100% เพื่อให้ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคล ซึ่งวิธีนี้จะทำให้การดูแลสุขภาพแบบธรรมชาติสามารถตอบโจทย์ความต้องการในแบบเฉพาะบุคคลได้ เช่น chelation therapy, multi vitamin and mineral IV infusion, ozone therapy, vicorder screening เป็นต้น” โดยหัวใจหลักคือ การรักษาด้วยธรรมชาติบำบัด และการวินิจฉัยที่ทันสมัย เพื่อสร้างแผนการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ

 

สืบทอดศาสตร์สุขภาพเชิงป้องกัน

นอกจากเปิดบริการด้านสุขภาพองค์รวม ซึ่งมีทั้งบริการเสริมภูมิต้านทานเพื่อป้องกันโรคภัยต่างๆ และการติดตามรักษาผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และโรคร้ายอย่างมะเร็งแล้วผู้บริหารมิสกวานบอกว่า สิ่งหนึ่งที่ต้องการทำคือ การสืบทอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพองค์รวมของ Dr. Johannes ให้แพร่ขยายออกไปเป็นความรู้แก่แพทย์ที่สนใจได้ศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ในการรักษา ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพในลักษณะป้องกันก่อนการเกิดโรค การเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อป้องกันโรคร้ายต่างๆ โดยแผนงานที่ทีมบริหารมิสกวานคิดไว้คือ การทำด้าน

education เป็นสถาบันเรียนรู้ศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของ Dr. Johannes ขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยวางแผนจะเริ่มดำเนินการกลางปีหน้า (2564) สำหรับโครงการ MHG education และจะมีการพัฒนาแอปพลิเคชันให้คนนำไปใช้เพื่อตรวจสุขภาพตัวเองได้ด้วย

นอกจากนี้ จะพัฒนา Miskawaan Biotechnology โดยจะสร้างเป็นห้องแล็ป เพื่อทำรีเสิร์ชและเป็นแล็ปผลิตยาซึ่งทุกวันนี้นำมาจากเยอรมนี ทางทีมต้องการจะมาผลิตในไทย โดยแล็ปนี้จะลงทุน 25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จะทำในกรุงเทพฯ ภายในปี 2563 ผู้บริหารมิสกวานย้ำว่าโครงการต่างๆ เหล่านี้ถ้าพัฒนาเสร็จทั้งไบโอเทคฯ และแล็ปผลิตยาจะทำให้มิสกวานมีความพร้อมด้านบริการสุขภาพมากยิ่งขึ้น

“ถ้าทั้งหมดเสร็จตามแผน เราจะเป็นคน treat มะเร็งเบอร์ 1 ของโลก โดยมี 4 ด้านด้วยกัน เริ่มจาก 1. ทำเมนูแฟคเจอริ่ง ผลิตวิตามินจากธรรมชาติและผลิตยา 2. มีองค์ความรู้จาก Dr. Johannes 3. สามารถทดสอบมะเร็ง ตรวจคัดกรองว่าจะให้รับ treatment แบบไหน ต้องรักษาอย่างไรจึงดีที่สุด เพราะไม่ใช่ทุกคนใช้คีโมเหมือนกัน เราสามารถตรวจเพื่อรู้ว่าจะ treat เขาอย่างไร และ 4. immune therapy รักษาโดยใช้ภูมิต้านทานตัวเอง เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาว คนไข้มะเร็งจะมีเซลล์นี้ต่ำมาก เราดึงเลือดคนไข้ออกมา แล้วนำไปเพาะเลี้ยงเพื่อใส่กลับเข้าไป 4 ข้อนี้ถ้าเราทำได้จะเป็นศูนย์ฆ่ามะเร็งที่ดีที่สุด” วฤธยืนยันและว่า ทีมบริหารมิสกวานคาดหวังสูงและมั่นใจกับ Miskawaan Biotechnology ซึ่งจะเป็นทั้งเทคโนโลยีชีวภาพและทำรีเสิร์ชไปด้วย พร้อมเก็บข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งเป็นสถิติสำคัญ ซึ่งในอนาคตจะช่วยป้องกันคนไม่ให้เป็นมะเร็งได้

 

BACK TO TOP