HIP-HOP CASH KINGS ศิลปินแร็พผู้ทำรายได้สูงสุด - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Other >
  • HIP-HOP CASH KINGS ศิลปินแร็พผู้ทำรายได้สูงสุด

HIP-HOP CASH KINGS ศิลปินแร็พผู้ทำรายได้สูงสุด

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
20 Feb 2016 | 3:41 pm 621

HIP-HOP CASH KINGS

ศิลปินแร็พผู้ทำรายได้สูงสุด

1.DIDDY 60 ล้านเหรียญ

“Don’t worry if I write rhymes, I write checks (ไม่สำคัญว่าผมจะแต่งเพลงเองหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ผมมีเงิน)” นี่คือท่อนแร็พหนึ่งในเพลงของ Sean Combs และตอนนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องจริง ศิลปินชื่อดังที่รู้จักกันในนาม Diddy กวาดรายได้ 60 ล้านเหรียญในช่วง 12 เดือนที่ผ่าน นับว่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับศิลปินแนวฮิปฮอปรายอื่นๆ แม้ตอนนี้เขาจะไม่ค่อยมีผลงานเพลงแล้ว แต่ Diddy ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งด้วยรายได้ส่วนใหญ่จากธุรกิจย่อยของเขา  ได้แก่ Revolt ช่องรายการเพลงบนเคเบิลทีวี ธุรกิจเสื้อผ้า Sean John น้ำดื่มคุณสมบัติเป็นด่างภายใต้ยี่ห้อ Aquahydrate และวอดก้ายี่ห้อ Cirocซึ่งธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี้ทำเงินให้เขามหาศาล

2. JAY Z 56 ล้านเหรียญ

คอนเสิร์ตที่จัดขึ้นทั้งหมด 21 ครั้งซึ่ง Beyoncé ภรรยาของเขาร่วมขึ้นแสดง Roc Nation บริษัทสื่อและบันเทิงครบวงจรของเขา และแชมเปญยี่ห้อ Armand de Brignac ทั้งหมดนี้สร้างรายได้มหาศาลช่วยให้เขาติดในอันดับผู้ทำรายได้สูงสุด

3. DRAKE 39.5 ล้านเหรียญ

ศิลปินเพลงชาวแคนาดาพบกับปีที่ดีที่สุดในเส้นทางอาชีพของเขา รายได้ส่วนใหญ่มาจากการจัดทัวร์คอนเสิร์ต ในช่วงที่เราทำการประเมินรายได้เขาจัดแสดงคอนเสิร์ตทั้งหมด 50 ครั้ง และมีรายได้เข้ากระเป๋าเฉลี่ยคืนละเกือบ 1 ล้านเหรียญ

 

4. DR.DRE 33 ล้านเหรียญ

การขายธุรกิจหูฟังให้ Apple ช่วยให้เขากวาดรายได้เข้ากระเป๋า 620 ล้านเหรียญพร้อมขึ้นแท่นทำเงินได้สูงสุดในการจัดอันดับของเราในปีก่อน สำหรับปีนี้เขาต้องทำใจว่ารายได้จะน้อยลง 95% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้จากส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์เพลงและเงินจำนวนหนึ่งจาก Apple นอกจากนี้เขายังรับหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ถ่ายทอดชีวประวัติเรื่อง Straight Outta Compton อันโด่งดังและออกอัลบั้มชุดที่ 3 หลังปล่อยให้แฟนเพลงรอมานาน


5. PHARRELL 32 ล้านเหรียญ

นักร้องเจ้าของเพลงดัง “Happy” มีรายได้จากหลายทาง ทั้งรายได้วันละหลายร้อยล้านเหรียญจากทัวร์คอนเสิร์ต การจำหน่ายผลงานเพลงและการรับหน้าที่โค้ชในรายการ The Voice นอกจากนี้เขายังผสมผสานรสนิยมทางแฟชั่นเข้ากับความสามารถด้านการเป็นผู้ประกอบการเพื่อเปิดธุรกิจเสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ Billionaire Boys Club และ Ice Cream

BACK TO TOP