GrabTaxi เปิดตัวบริการ GrabCar อย่างเป็นทางการ - Forbes Thailand

GrabTaxi เปิดตัวบริการ GrabCar อย่างเป็นทางการ

8 มีนาคม 2557 GrabTaxi แอพให้บริการเรียกแท็กซี่ เปิดตัวบริการ GrabCar อย่างเป็นทางการ โดยเป็นบริการ รถระดับพรีเมี่ยม ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเรียกรถลีมูซีนผ่านทางสมาร์ทโฟน หลังจากทดลองให้บริการ GrabCar ตั้งแต่มกราคม 2558 โดยมีอัตราการเติบโตขึ้นถึง 3 เท่า ใน 3 เดือน โดยในงานมี 2 ผู้บริหารชาวไทย วีร์ จารุนันท์ศิริ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท แกร็บแท็กซี่ ประเทศไทย วิชากร วรวรรณ ณ อยุธยารองผู้จัดการ GrabCar ประเทศไทย และ ฮุ่ย หลิง แทน ผู้ร่วมก่อตั้ง GrabTaxi มาร่วมในงาน

โดยรถยนต์ที่ให้บริการในส่วนของ GrabCar เป็นรถใกล้เคียงกับ UberBlack ที่ให้บริการเรียกรถในแบบพรีเมี่ยม อาทิ Camry, Teana, Accord, Fortuner และ Mercedes Benz สำหรับค่าบริการ GrabCar เริ่มต้นที่ 75 บาท โดยจะคิดในอัตรากิโลเมตรละ 12.5 บาท ในช่วง 10 กิโลเมตรแรก และกิโลเมตรละ 13.5 บาทสำหรับกิโลเมตรต่อๆ ไป รวมไปอัตราเหมาจ่ายจากแบบเที่ยวเดียวไม่ว่าจากจุดใดก็ตามในกรุงเทพฯ ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิในราคา 600 บาท

“ราคาและอัตราค่าบริการของ GrabCar มีความโปร่งใส ผู้โดยสารจะทราบค่าบริการที่แน่นอนก่อนเริ่มออกเดินทาง ไม่มีค่าบริการแอบแฝง ค่าเรียกเก็บเพิ่มเติม และไม่มีอัตราพิเศษสำหรับชั่วโมงเร่งด่วนให้ต้องตกใจ” วิชากร วรวรรณ ณ อยุธยา รองผู้จัดการ GrabCar ประเทศไทย “เราเปิดเผยและจริงใจกับลูกค้าของเรา ซึ่งลูกค้าจะทราบเสมอว่าจะต้องจ่ายค่าบริการ GrabCar เท่าไหร่”  

ทิศทางและภาพรวมของ GrabTaxi ในปี 2558
นอกจากการเปิดตัว GrabCar อย่างเป็นทางการแล้ว Grab Taxi ประเทศไทย ยังให้บริการอื่นๆ เพียงเรียกใช้บริการเราผ่าน app GrabTaxi อย่างบริการ GrabCar XL ที่ให้เริ่มทดลองให้บริการไปเมื่อกุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา ด้วยบริการรถตู้ 12 ที่นั่ง เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เป็นหมู่คณะ เริ่มต้นที่ 150 บาท + 3 บาท ต่อ 1 นาที + 20 บาท ต่อกิโลเมตร และล่าสุดกับบริการส่งเอกสาร ที่เปิดตัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยราคาทดลองที่ 10 บาท ต่อครั้ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนปรับเป็นราคาปกติโดยคาดว่าจะอยู่ที่ 35 บาท ในครั้งต่อๆ ไป

“นอกจากพัฒนาธุรกิจหลักใน Taxi ทางด้านเทคโนโลยีเราลงทุนด้าน Technology ที่ สิงคโปร์ ทั้งยังเพิ่มมาตรการพัฒนาคนขับและระบบ รวมไปถึงทั้งการพัฒนาการ Mapping เพื่อการหมุดจุด GPS ที่แม่นยำ“ วีร์ จารุนันท์ศิริ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท แกร็บแท็กซี่ ประเทศไทย กล่าวและยังเสริมว่าภายในสิ้นปีลูกค้าสามารถตัดเงินผ่านบัตรเครดิตได้

ทั้งนี้ GrabTaxi มีพื้นที่บริการ กรุงเทพฯ และพัทยา เป็นหลักและเตรียมเปิดตัวในหัวเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ หรือขอนแก่น ในอนาคตอันใกล้ และการพัฒนาระบบหลังบ้าน Smarter Allocation ที่เป็นการพัฒนาเพื่อการกระจายตัวของ GarbTaxi ในอนาคตอันใกล้

จุดเริ่มต้น GrabTaxi
GrabTaxi กำเนิดจาก 2 ศิษย์เก่าที่จบการศึกษาจาก Harvard Business School Anthony Tan และ Hooi Ling Tan ชาวเมเลเซีย โดยแนวคิด “การช่วยเหลือสังคม” จากเรื่องราวอันเลวร้ายจากเพื่อนๆ และครอบครัวเกี่ยวกับการใช้บริการแท็กซี่ในกัวลาลัมเปอร์ และด้วยความคิดนี้นี้เปลี่ยนโฉมและสร้างบรรทัดฐานใหม่ทางด้านความสะดวก ปลอดภัย ให้กับวงการแท็กซี่ ทั้งยังได้รับรางวัลที่ 2 ในการแข่งขัน Harvard Business Plan จาก Harvard Business School

ปัจจุบัน GrabTaxi เปิดให้บริการแล้วใน 6 ประเทศ มาเลเซีย สิงคโปร์ พิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ใน 20 หัวเมืองใหม่ทั่วเอเชีย และมียอดการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น บนสมาร์ทโฟนมากกว่า 3.8 ล้านครั้ง



อ่าน Forbes Thailand ฉบับ APRIL 2015 ในรูปแบบ E-Magazine และฉบับย้อนหลังได้ที่นี่