Dell แนะผู้บริหารรับมือการทำงานนอกสำนักงาน - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • Dell แนะผู้บริหารรับมือการทำงานนอกสำนักงาน

Dell แนะผู้บริหารรับมือการทำงานนอกสำนักงาน

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
14 Jan 2015 | 6:22 am 2742
13 มกราคม 2558 – การสำรวจระดับโลกพบแนวโน้มคนใช้อุปกรณ์สำนักงานมากชิ้น เริ่มทำงานที่บ้านมากขึ้น Dell มั่นใจตลาดโน็ตบุ๊คฟื้น เปิดตัวผลิตภัณฑ์ไฮเอนด์เพียบ  

 
ประสิทธิภาพในการทำงานเป็นหัวใจของทุกองค์กร ในวันที่สำนักงานกำลังก้าวล้ำไปด้วยเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มิใช่มีแค่เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอีกต่อไป เครื่องมือต่างๆ เหล่านี้มีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับผู้ใช้อย่างไรบ้าง Dell และ Intel ได้ทำการสำรวจศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพคนทำงานทั่วโลก (Global Evolving Workforce Study) ในปี 2014 จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นลูกจ้างประจำ 4,674 คน ใน 12 ประเทศ
 
Global Evolving Workforce Study ทำให้เห็นเทรนด์ต่างๆ เกี่ยวกับวิธีการทำงานและสถานที่ทำงาน ที่สืบเนื่องจากผลกระทบของเทคโนโลยีต่อชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว
 
-เครื่องเดียวไม่พอแล้ว: ไม่ว่าจะทำงานที่ไหนหรือตอนไหนก็ตาม ในวันนี้พนักงานใช้อุปกรณ์หรือ device มากกว่าหนึ่งชิ้น สำหรับผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะเป็นประจำ มากกว่า 50% ใช้อุปกรณ์อย่างอื่นประกอบด้วย ส่วนคนที่ใช้งานแท็บเล็ต หรืออุปกรณ์ประเภท 2-in-1 (ลูกผสมระหว่างแล็ปท็อปกับแท็บเล็ต) ก็ต้องใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่น น่าสนใจว่าแนวโน้มการใช้ 2-in-1 กำลังเติบโต เนื่องจากเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริหาร และในตลาดประเทศเกิดใหม่ โดยสิ่งที่คนทำงาน 81% คาดหวังจากการใช้เครื่องมือก็คือประสิทธิภาพในการทำงาน 
 
สถานที่ในการทำงานมีผลต่อการใช้อุปกรณ์ด้วยเช่นกัน 62% เห็นว่า Desktop PC คือเครื่องมือหลักสำหรับการทำงานในที่ทำงาน  แต่เมื่อทำงานที่บ้านจะนิยมใช้ laptop ในปริมาณเทียบเท่าเครื่อง desktop  และด้วยความประสงค์ของคนทำงานเอง ที่จะเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีที่เป็น mobile มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน laptop, tablet หรือ 2-in-1 เมื่อเทียบกับการทำงานในสำนักงาน
 
-ออฟฟิศยังสำคัญ แต่ก็วุ่นวาย: พนักงานที่ทำงานในที่ต่างๆ ยังเห็นว่าสำนักงานเป็นสถานที่หลักของการทำงาน 97% บอกว่ายังเข้าไปทำงานในสำนักงาน โดยเฉลี่ยแล้วพนักงานในประเทศพัฒนาจะใช้เวลาในออฟฟิศสัปดาห์ละ 32 ชั่วโมง ขณะที่ลูกจ้างในประเทศตลาดเกิดใหม่ใช้สัปดาห์ละ 26 ชั่วโมง และยังพบว่า 35% ของพนักงานทั่วโลก ทำงานในที่สาธารณะเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง  และยังใช้เวลาสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมงทำงานนอกสำนักงาน เช่นที่สำนักงานของลูกค้า และยังใช้เวลาสัปดาห์ละ 5 ชั่วโมงทำงานที่บ้าน ในขณะที่ทำงานในออฟฟิศสัปดาห์ละ 29 ชั่วโมง
 
อย่างไรก็ตาม การถูกรบกวนในที่ทำงานเป็นเรื่องสำคัญ พนักงานที่ทำงานประจำออฟฟิศ 76% เห็นว่าตัวเองทำงานได้ดีในสำนักงาน ทว่ามีถึง 48% ที่ชี้ว่าตัวเองถูกรบกวนเป็นประจำ มีถึง 1 ใน 5 ที่ต้องใส่หูฟังขณะทำงาน และจะเพิ่มเป็นสองเท่าในกลุ่มที่รู้สึกว่าโดนรบกวนอยู่เป็นประจำ
 
ที่สำคัญยังพบด้วยว่า การทำงานประจำออฟฟิศไม่ได้ช่วยให้เกิดการสื่อสารที่ดีระหว่างคนทำงานด้วยกัน มีพนักงาน 51% ที่ใช้วิธีส่งข้อความหรืออีเมล์หาเพื่อนร่วมงานอยู่เป็นประจำ ทั้งที่นั่งทำงานอยู่ใกล้กัน แทนที่จะพูดคุยกับซึ่งๆ หน้า 
 
-ประสิทธิภาพระหว่างทำงานในสำนักงานกับทำงานที่บ้าน: สำนึกของคนทำงานที่บ้านกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมาก พนักงานถึง 52% จากการสำรวจ เชื่อมั่นว่าการทำงานจากที่บ้านจะให้ประสิทธิผลมากกว่าการทำงานในสำนักงาน อย่างไรก็ตาม ความคิดเรื่องนี้เปลี่ยนไปในแต่ละประเทศ เช่น พนักงาน 4 ใน 10 ที่ประเทศจีน อินเดีย ตุรกี และ UAE ไม่เห็นด้วย ส่วนในประเทศที่พัฒนาแล้วมีถึง 29% ยังไม่มั่นใจในเรื่องนี้
 
แต่สำหรับในกลุ่มลูกจ้างที่ทำงานที่บ้านเป็นประจำ ครึ่งหนึ่งเชื่อว่ามีประสิทธิผลเหนือกว่าการทำงานในออฟฟิศ  ส่วนที่เหลืออีก 50% นั้น มี 36% เชื่อว่าได้ผลเท่าๆ กันระหว่างที่บ้านกับที่สำนักงาน  มีเพียง 14% เท่านั้นที่เห็นว่าเกิดประสิทธิผลต่ำ
 
ประโยชน์ที่ได้รับอย่างชัดเจนจากการทำงานที่บ้านคือ 30% ได้นอนมากขึ้น 40% ขับรถน้อยลง และ 46% ความเครียดลดลง แต่มิใช่ว่าจะดีไปเสียหมด เพราะยังคงต้องเจอการรบกวนจากคู่สมรส บุตร และสัตว์เลี้ยง มี 20% บอกว่าได้ยืดเส้นยืดสายน้อยกว่าทำงานนอกบ้าน และ 38% ยอมรับว่ากินจุบจิบมากขึ้น
 
นิยามความหมายของ “ออฟฟิศ” มิใช่แค่โต๊ะทำงาน ที่ล้อมไปด้วยผนังห้องอีกต่อไปแล้ว เส้นแบ่งระหว่างชีวิตและอุปกรณ์สำหรับการทำงานและใช้ในชีวิตส่วนตัวเริ่มเลือนลาง คนทำงานสามารถเข้าถึงข้อมูลการทำงานทั้งที่ทำงาน ที่บ้าน และขณะระหว่างการเดินทางได้ สิ่งเหล่านี้มีส่วนสนับสนุนให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น
 
ด้วยสถานการทำงานที่เปลี่ยนไปดังกล่าว อุปกรณ์ที่มีความคล่องตัวเอื้อต่อการใช้งานจึงมีความจำเป็นเป็นอันดับสูงสุด ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีโมบายที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ แล็ปท็อป แท็บเล็ต โมบายโฟน 2-in-1 หรืออุปกรณ์ desktop ขนาดเล็ก จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับคนทำงาน ที่ผู้บริหารองค์กรควรใส่ใจให้ความสำคัญ โดยจัดเตรียมให้เหมาะสมกับความต้องการของพนักงาน เพื่อนำไปสู่ผลงานที่ดีที่สุด
 
Dell ในฐานะผู้ให้บริการด้าน IT ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นระบบเครือข่าย เซิฟเวอร์ หรือสตอเรจ ไปจนถึงผู้ใช้งานสุดท้าย ที่ทำงานผ่านอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นพีซีหรือแท็บเล็ต พร้อมนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่ตรงต่อพฤติกรรมของคนทำงาน ผลิตภัณฑ์ใหม่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
ทั้งนี้สายผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Dell ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2558  ประกอบไปด้วยอัลตร้าบุ๊ค XPS 13 ที่บางที่สุดในโลก, แล็ปท็อป XPS 15, ผลิตภัณฑ์ทูอินวัน Latitude 7000 และแท็บเล็ต Venue 11 Pro อีกทั้งยังมี desktop ในสาย Optiplex และจอมอนิเตอร์รุ่นล่าสุด Dell UltraSharp 5k Display Monitor
 
อโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการ Dell ประเทศไทย และผู้จัดการทั่วไปภาคพื้นอินโดจีน เปิดเผยว่า ตลาดโน็ตบุ๊คกำลังกลับมาซึ่งเห็นแนวโน้มนี้ได้ชัดตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ราคาเฉลี่ยในตลาดจะอยู่ประมาณ 17,000 บาท ขณะที่ราคาเฉลี่ยของ Dell จะอยู่ที่ 20,000 บาท ถือว่าเป็นสินค้าพรีเมี่ยม แต่อาจจะลงไปในตลาดที่ต่ำกว่า 17,000 บาทที่ไม่ใช่ตลาดหลักบ้าง โดยหวังว่าในปีนี้จะมีอัตราเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักได้ 
 
“ตลาด end user ยังคงมีความสำคัญกับเราอยู่ ในปีนี้เราจะทำกิจกรรมการตลาดกับลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะ below the line ตามสำนักงานต่าง เพราะพบว่าคนมักซื้อสินค้าแบบเดียวกับที่ใช้ในองค์กรไปใช้เป็นส่วนตัวด้วย”
 
ทั้งนี้ธุรกิจในส่วนโซลูชันไคลเอนด์ของ Dell ยังคงรั้งตำแหน่งเบอร์ 2 ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 11.3% ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2014

 

BACK TO TOP