“Blue Alain Ducasse” ดื่มด่ำมื้อพิเศษ by เชฟมิชลิน 21 ดาว - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • “Blue Alain Ducasse” ดื่มด่ำมื้อพิเศษ by เชฟมิชลิน 21 ดาว

“Blue Alain Ducasse” ดื่มด่ำมื้อพิเศษ by เชฟมิชลิน 21 ดาว

ร้านอาหารหรูหราสไตล์โมเดิร์นในไทยอาจมีให้เลือกมากมาย แต่ร้านที่มีเชฟระดับโลกที่ได้รับมิชลินสตาร์ถึง 21 ดวง ถือเป็นเชฟที่ได้มิชลินสตาร์มากเป็นอันดับสองของโลกอย่าง Alain Ducasse เป็นเจ้าของและผู้กำหนดสไตล์การออกแบบและรสชาติอาหารในร้าน น่าจะมีเพียง 1 เดียวในประเทศไทย นั่นคือ “Blue Alain Ducasse”

แน่นอน “Blue Alain Ducasse” ต้องเป็นร้านอาหารหรูหราแบบ fine dining ที่พร้อมสรรพทั้งสไตล์ ดีไซน์ ความสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจ รวมทั้งรสชาติอาหารที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีเลิศ ทั้งรูปโฉมของเมนูแต่ละจาน และรสชาติที่พิเศษแต่ละเมนู ที่คัดสรรมาให้ลูกค้าเลือกลิ้มลองอย่างมีเรื่องราว เสพความบันเทิงทั้งในแง่บรรยากาศ รสชาติเป็นความสุนทรีย์ครบรสในมื้อเดียว

ภัตตาคารหรูที่ว่านี้อยู่ไม่ไกลจากย่านใจกลางธุรกิจกรุงเทพฯ มากนัก เพราะร้านนี้ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าชื่อดัง “ไอคอนสยาม” ที่มีเอกลักษณ์การเป็นศูนย์การค้าติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมีบรรยากาศริมแม่น้ำให้ลูกค้าได้สัมผัสตลอดเวลา ร้านค้าหลากหลายภายในศูนย์การค้าแห่งนี้ พากันจับจองพื้นที่ริมแม่น้ำและทำผนังกระจกให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณคุ้งน้ำย่านคลองสาน-สี่พระยา ที่มีสีสันสวยงามเปลี่ยนตามช่วงเวลาในแต่ละวัน ร้าน Blue by Alain Ducasse เป็นหนึ่งในนั้น ที่จับจองพื้นที่ชั้นสองของศูนย์การค้าฝั่งริมแม่น้ำเป็นที่ตั้ง

หรูหราพร้อมเรื่องเล่า

Blue by Alain Ducasse เป็นร้านอาหารหรูแห่งแรกในประเทศไทย ของเชฟในตำนานชื่อดัง Alain Ducasse (อลัง ดูคาส) ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกและมีความเป็นมาน่าสนใจ เป็นทั้งเชฟและ mentor chef ชื่อดังที่ได้รับการยอมรับในวงการอาหาร มีประวัติน่าสนใจตั้งแต่วัยหนุ่ม

เมื่อครั้งที่เขาเป็นเชฟที่กำลังรุ่งเรืองได้ประสบอุบัติเหตุ พอฟื้นฟูร่างกายกลับมาเขาไม่สามารถยืนทำงานหนักเป็นเวลานานได้ แต่ยังคงความรู้ความสามารถด้านเชฟ จึงกลายมาเป็น mentor chef ชื่อดังระดับตำนาน ด้วยจุดเด่นคือการได้รับมิชลินสตาร์มากถึง 21 ดวง ถือเป็นเป็นเชฟที่ได้รับดาวมิชลินมากเป็นอันดับ 2 ของโลก

ร้าน Blue by Alain Ducasse เปิดให้บริการครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2562 เปิดมาได้ไม่นานก็ต้องเผชิญกับภาวะการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ร้านต้องปิดบริการตามมาตรการล็อกดาวน์ประเทศ และต่อเนื่องยาวนานกว่า 6 เดือน ก่อนจะได้กลับมาเปิดบริการใหม่ ถึงแม้จำเป็นต้องปิดบริการชั่วคราว แต่ความหรูหราและอลังการของร้านอาหารแห่งนี้ไม่ได้ลดความพิเศษลง

อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้ Blue by Alain Ducasse ยังได้รับดาวมิชลิน 1 ดาว จากคู่มือ มิชลิน ไกด์ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2564 เป็นเครื่องตอกย้ำความพิเศษทั้งการดีไซน์สถานที่ คอนเซ็ปท์ร้าน รวมถึงหน้าตาและรสชาติอาหารที่น่าประทับใจ

Forbes Thailand มีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศการรับประทานอาหารมื้อค่ำแบบ fine dining เต็มรูปแบบที่ภัตตาคารแห่งนี้ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือการออกแบบที่หรูหราสวยงามแปลกตา ต่างกับร้านอาหารที่มีอยู่ทั่วไปชัดเจน เพราะที่นี้จัดบรรยากาศให้หรูหราน่าตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่การตกแต่งภายในอันงดงามของร้าน

ด้วยโทนสี Blue เข้มขรึมและสีทองสว่างไสว ซึ่งได้รับรางวัล Best of Year Awards ด้านการตกแต่งภายในยอดเยี่ยมสาขา fine dining จากนิตยสาร Interior Design นิตยสารระดับแนวหน้าของวงการสถาปัตยกรรมและการออกแบบ

Wilfrid Hocquet (วิลฟริด ฮ็อคเกต) เอ็กเซกคิวทีฟเชฟ ของ Blue by Alain Ducasse และทีมงาน ได้รังสรรค์เมนูใหม่เนื่องในโอกาสที่ทางร้านสามารถเปิดให้นั่งรับประทานอาหารในร้านได้อีกครั้ง พร้อมเริ่มต้นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองปีใหม่ ด้วยเมนูมื้อกลางวัน (Set Lunch) ที่พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่ 12.00 – 15.00 น.

โดยลูกค้าสามารถลิ้มลองเมนูใหม่ได้ในรูปแบบอา ลา คาร์ท (A la carte) สำหรับทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำได้ด้วย โดยเชฟ Wilfrid ได้สร้างสรรค์ เทสติ้ง เมนู (Tasting Menu) ปรับใหม่ทั้งหมด เนรมิต เป็นเมนูเอกลักษณ์ (Signature Menu) ของร้านโดยนำเสนอผลิตผลตามฤดูกาลในสไตล์ที่หรูหรา ร่วมกับเมนูที่ลูกค้าชื่นชอบ

ดื่มด่ำกับเมนูพิเศษ

เริ่มจากหอยนางรมออสตร้ารีกัล (Ostra Regal oysters) โดดเด่นด้วยเนื้อแน่นหวานฉ่ำและรสชาติที่กลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมกับฮอร์สแรดิช ตามด้วยพายปิทิวิเยร์ (Pithivier) ยัดไส้เนื้อไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อย (free range) เรียงชั้นด้วยทรัฟเฟิลดำ เสิร์ฟกับราวิโอลีชีสโบฟอร์ต ทรัฟเฟิลขาวและเพิ่มความหรูด้วยซอสเหล้า Noilly-Prat

ส่วนอาหารจานหลักสามารถเลือกได้ ระหว่างเนื้อกวางฝรั่งเศสกับซอส poivrade พร้อมด้วยแรดิคิโอและแบล็คเคอร์แรนท์ หรือเนื้อวากิว มิยาซากิ เอ 5 เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งและแครอทสไตล์ฝรั่งเศส ปิดท้ายด้วยชีสกงเต้ (Comte) เคียงด้วยควินซ์ และเสาวรสในน้ำมันมะกอกกับโหระพา

พร้อมด้วยช็อกโกแลตของ Alain Ducasse ที่ผลิตในฝรั่งเศสและไอศกรีมโกโก้นิบส์ สำหรับผู้ที่เลือกอาหารเซ็ตที่สองจะได้เอร็ดอร่อยกับปูยักษ์พร้อมคาเวียร์สีทอง กับปลากะพงขาวฝรั่งเศสที่เสิร์ฟพร้อมบัตเตอร์นัท หอยแมลงภู่และทาร์รากอน

พร้อมกับรสชาติและหน้าตาที่สวยงาม ร้าน Blue by Alain Ducasse ยังให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันเพื่อสุขอนามัยของลูกค้าและพนักงาน ด้วยการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อจำกัดด้านจำนวนลูกค้าในร้านและการเว้นระยะห่างตามที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และเพื่อดูแลให้จำนวนลูกค้าในร้านเป็นไปตามข้อกำหนดของรัฐ

ทางร้านแนะนำให้ลูกค้าสำรองโต๊ะล่วงหน้าผ่านทางโทรศัพท์หรือออนไลน์ไว้ล่วงหน้า ก่อนเดินทางมาที่ร้านเพื่อให้มื้อพิเศษในบรรยากาศพิเศษอย่างแท้จริง

ภาพ: Blue Alain Ducasse


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP