“เอกา โกลบอล” เพิ่มกำลังผลิตบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร สู่ 2,850 ล้านชิ้นต่อปี - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • “เอกา โกลบอล” เพิ่มกำลังผลิตบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร สู่ 2,850 ล้านชิ้นต่อปี

“เอกา โกลบอล” เพิ่มกำลังผลิตบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร สู่ 2,850 ล้านชิ้นต่อปี

Forbes Thailand / Admin
06 Oct 2021 | 3:09 pm 175

“เอกา โกลบอล” ติดตั้งเครื่องจักรไลน์ผลิตใหม่สำเร็จ พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิต 15% เต็มสปีด ชัยวัฒน์ เผยพร้อมยกระดับสู่องค์กรที่มีนโยบายดูแลรักษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุน SME ไทย

ชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นหนึ่งในผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิด Longevity Packaging ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบคงรูป (Rigid Barrier Plastic Packaging) รายใหญ่ของโลก เบอร์ 1 ในเอเชีย โดยมีกำลังการผลิตสูงกว่า 2,500 ล้านชิ้นต่อปี และมีฐานลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อเมริกา และยุโรป

ในเดือนกันยายน 2564 บริษัทฯ ได้ขยายกำลังการผลิตใหม่ สายการผลิตลำดับที่ 10 มีกำลังการผลิต 350 ล้านชิ้นต่อปี หรือ เพิ่มขึ้นกว่า 15% ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องจักรเสร็จแล้ว และมีความพร้อมเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในทันที ทำให้ เอกา โกลบอล มีกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร เพิ่มขึ้นเป็น 2,850 ล้านชิ้นต่อปี จากกำลังการผลิตเดิม 2,500 ล้านชิ้นต่อปี

ทั้งนี้ การขยายไลน์การผลิตใหม่ของบริษัทฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทฯ และรองรับความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ทั่วโลก เนื่องจากการตื่นตัวของผู้บริโภคทั่วโลกที่มีความต้องการอาหารที่มีความปลอดภัยสูง (Food Safety) มากขึ้น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นำสู่การเปลี่ยนแปลงจนสร้างรูปแบบการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ หรือ นิวนอร์มอล ในเวลาที่รวดเร็วขึ้น

“สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ทำให้ ไทยและหลายๆ ประเทศทั่วโลก ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เมือง ผู้คนมีการกักตัวอยู่ที่บ้าน และเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตใหม่อย่างรวดเร็วขึ้น รวมถึงการขยายตัวของอุตสาหกรรมฟู้ดเดลิเวอรี่ทั่วโลก ทำให้มีความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารมากขึ้น เพราะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่ต้องอยู่บ้าน หรือ กักตัวนานๆ” ชัยวัฒน์ กล่าว

ที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าในธุรกิจอาหารแปรรูปทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศต่างไว้วางใจ ในผลิตภัณฑ์เอกา โกลบอล เพิ่มมากขึ้นในทุกตลาดในทุกภูมิภาค ทั้งอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น อินเดีย และไทย ฯลฯ ซึ่งบริษัทฯ ใช้กำลังการผลิตเต็ม 100% มานานแล้ว

นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิดและคำสั่งซื้อในขณะนี้ยังคงเพิ่มสูงขึ้นบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก จากความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกๆ วัน ซึ่งเชื่อว่าอุตสาหกรรมจะสามารถขยายตัวได้อีกมากในอนาคต หากผู้ประกอบการส่งออก หรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าใจตลาดและเห็นช่องทางในการขยายธุรกิจ เอกา โกลบอล พร้อมแล้วสำหรับความต้องการแพ็คเกจจิ้งอาหารที่มีคุณสมบัติพิเศษเหมาะกับการยืดอายุถนอมอาหารไปได้นานๆ

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่าในปี 2564 เอกา โกลบอล ตั้งเป้าหมายจะเป็นองค์กรผู้นำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร เพื่อตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งของตลาด ผู้นำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารที่สามารถแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคได้ พร้อมยกระดับสู่องค์กรที่มีนโยบายดูแลรักษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ

โดยกำหนดนโยบายบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร 360 องศา อย่างสมบูรณ์ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อมุ่งสร้างองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนระยะยาว (Sustainable Growth) และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการลดปริมาณขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน

พร้อมกับเดินหน้าเต็มกำลังที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี (SME) ในประเทศ ได้เข้าถึงนวัตกรรมบรรจุภัฑณ์ยืดอายุอาหาร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจเอสเอ็มอีไทยและส่งเสริมศักยภาพที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สามารถแข่งขันได้บนเวทีระดับโลก เป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศได้

ทางด้านการผลิตสินค้า บรรจุภัณฑ์พลาสติกยืดอายุอาหารของเอกา โกลบอล ปัจจุบันสามารถใช้ซ้ำได้ 100% แต่บริษัทฯ ได้เพิ่มระดับงานวิจัยสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เข้มข้นมากขึ้น เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติกยืดอายุอาหารที่ผลิตจากพืชแทนน้ำมัน เป็นต้น เพื่อรองรับเทรนด์ผู้บริโภคยุคนิวนอร์มอล (New Normal) ที่มีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในอนาคต

อ่านเพิ่มเติม: เคทีซี ชูแคมเปญ “KTC มีแต้มต่อ” พร้อมรับมาตรการเปิดร้านอาหาร


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP