'สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส' สังคมคุณภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โครงการแฟล็กชิพ นำพา สิงห์ เอสเตท สู่เป้าหมาย Leading Premier - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other
  • Property >
  • ‘สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส’ สังคมคุณภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โครงการแฟล็กชิพ นำพา สิงห์ เอสเตท สู่เป้าหมาย Leading Premier

‘สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส’ สังคมคุณภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โครงการแฟล็กชิพ นำพา สิงห์ เอสเตท สู่เป้าหมาย Leading Premier

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
26 Sep 2018 | 12:26 pm 3114

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในวงการบ้านเดี่ยวของไทย

ด้วยการเปิดตัวโครงการ “สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส” บ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักชัวรี โครงการแนวราบโครงการแรกของบริษัทที่มีมูลค่าโครงการกว่า 6 พันล้านบาท พรั่งพร้อมด้วยประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบที่สุดแห่งความเอ็กซ์คลูซีฟจนทีมผู้บริหารสิงห์ เอสเตท ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็น โครงการมาสเตอร์พีซที่กล้าพูดว่า “คงไม่มีโครงการแบบนี้บนโลเคชั่นแบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว”

ก่อนที่จะเผยถึงความเป็นที่สุดในทุกมิติของ “สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส” ณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) สะท้อนถึงภาพรวมของตลาดบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรีอย่างน่าสนใจว่า ซัพพลายในตลาดบ้านเดี่ยวลักชัวรีปีนี้เพิ่มขึ้นพอสมควร แต่ถ้าโฟกัสไปที่การเติบโตของโครงการระดับ 100 ล้านบาทขึ้นไปยังมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ราคาเริ่มต้น 10-100 ล้านบาท ถ้าเป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับ 100 ล้านบาทขึ้นไปทั้งโครงการแทบไม่มีเลย อาจจะเป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูงเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างนิช ซัพพลายสำหรับบ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักชัวรีจึงมีน้อย

ณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)

แต่เหตุผลที่ทำให้สิงห์ เอสเตท เลือกพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูงที่ต้องการบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และอยู่ในทำเลใกล้ใจกลางเมืองนั้น ณัฐวุฒิอธิบายให้เห็นภาพว่า ด้วยจุดยืนของสิงห์ เอสเตท ตั้งแต่วันแรกที่ตั้งใจจะพัฒนาโครงการแนวสูงและแนวราบในระดับลักชัวรีขึ้นไปเท่านั้น ทำให้ที่ผ่านมาเราไม่ได้มีโครงการที่เปิดตัวมากนัก มีเพียง 5 โครงการ ได้แก่ ดิ เอส อโศก, ดิเอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์, ดิ เอส สุขุมวิท 36, คอนโดมิเนียมแนวราบภายใต้แบรนด์ EYSE (อีส) และล่าสุดกับโครงการ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส ซึ่งตั้งใจให้เป็นโครงการแฟล็กชิพ พาให้บริษัทก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำตลาดที่พักอาศัยระดับบนสุดอย่างแท้จริง

“ในส่วนของพอร์ตคอนโดมิเนียมจากนี้ เรายังขยายตามแพลนเปิดปีละ 3-4 โครงการ ขึ้นกับที่ดินที่มีเข้ามา สำหรับโครงการบ้านเดี่ยวคงต้องดูตามความเหมาะสม อย่างโครงการ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส เอง กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ผมไม่รู้ว่าหลังจากนี้แล้ว จะมีโครงการแบบนี้อีกหรือเปล่า เพราะการจะพัฒนาโครงการระดับนี้ ไม่ใช่ที่ไหนก็ได้ สร้างบ้านราคาเท่าไหร่ก็ได้ แต่ต้องดูความเหมาะสมหลายๆ ด้าน”

เพื่อฉายภาพให้เห็นถึงความพรีเมียมที่หาไม่ได้อีกแล้วของโครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส ผู้บริหารคนเก่งบอกเล่าถึงความพิเศษของโครงการที่เริ่มต้นจากที่ดินผืนงาม ซึ่งถือเป็นที่ดิน 1 ใน 3 แปลงแรกของบริษัท ซึ่งได้รับโอนมาจากบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ เมื่อ 4 ปีก่อน อยู่บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งถือเป็นทำเลใกล้เมืองที่มีศักยภาพสูงมาก สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองได้ง่าย ใกล้ทางด่วน รายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารและโรงเรียนชื่อดัง ในอนาคตยังมีรถไฟฟ้า 3 สายผ่าน

“เราใช้เวลาในการพัฒนาโครงการมานานเกือบ 4 ปี เพื่อตกผลึกว่าโลเคชั่นแบบนี้จะทำบ้านเดี่ยวลักชัวรีแบบไหน โครงการนี้เราไม่ได้อาศัยแค่ไอเดียที่แตกต่างประสบการณ์ แต่เรารีเสิร์ชกับกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มผู้ที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้ากลุ่มนี้ แล้วนำมาพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ลูกค้าจริงๆ สมกับที่เรานำชื่อแบรนด์ “สันติบุรี” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่คุณสันติ ภิรมย์ภักดี สร้างขึ้นด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดมาใช้”

หนึ่งในหัวใจสำคัญที่ณัฐวุฒิชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างที่สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซสมอบให้ นอกจากความหรูหราพรีเมียม คือ การตั้งใจรังสรรค์สิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกโครงการให้ดีที่สุด ภายใต้ความเชื่อที่ว่าคนเราอาจกำหนดธรรมชาติไม่ได้ แต่เราสามารถกำหนดสภาพแวดล้อมได้

“ที่ดินเดิมเรามีขนาด 30 ไร่ ต่อมาเราไปซื้อที่ดินว่างด้านหลังเพิ่มอีก 15 ไร่ รวมเป็น 45 ไร่ เพราะเราไม่อาจคาดเดาว่าในอนาคตที่ดินผืนนี้จะพัฒนาอย่างไร และจะกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการเราอย่างไร เราไม่ได้คิดแต่ว่าเราพัฒนาโครงการเพื่อขายแล้วจบ แต่เรากำลังสร้างสังคมที่ดี เราคิดอย่างพิถีพิถันตั้งแต่สิ่งที่ลูกบ้านสามารถสัมผัสได้จากภาพรวมของโครงการ ซึ่งเน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญต่อการใช้ชีวิต ตั้งแต่การออกแบบถนนให้แข็งแรงและปลอดภัยสูงสุดในการใช้งาน การออกแบบบ้านในสไตล์ลักชัวรี โมเดิร์น ทรอปิคอล ให้สอดคล้องกับสภาพอากาศบ้านเราอยู่สบายในทุกฤดูกาล การเลือกใช้วัสดุที่ดีที่สุด โดยคำนึงถึงฟังก์ชั่นการใช้งาน และการร่วมออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านร่วมกับลูกค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และทำให้ลูกค้าได้ประโยชน์มากที่สุด

เช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนกลาง ในส่วนของคลับเฮ้าส์ นอกจากฟังก์ชั่นมาตรฐาน เช่น ห้องออกกำลังกาย และสระว่ายน้ำแล้ว ยังมี Chef Table และ BBQ Area พื้นที่สังสรรค์ส่วนกลางที่เปิดโอกาสให้ทุกครอบครัวใช้งานในโอกาสพิเศษต่างๆ ในส่วนของเซอร์วิส เรามี Concierge Service ให้บริการลูกค้า 24 ชั่วโมง มีระบบการจัดการขยะภายในโครงการ โดยไม่จำเป็นต้องให้รถขยะจากภายนอกเข้ามารบกวนผู้อยู่อาศัย รวมถึงมาตรการการดูแลความปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้าได้รับความเป็นส่วนตัวสูงสุด

ผู้บริหารคนเก่งคาดว่า บ้านเดี่ยวสุดลักชัวรีที่มอบเอกสิทธิ์การใช้ชีวิตเหนือระดับเพียง 25 หลัง คาดว่าจะสามารถปิดการขายทั้งหมดได้ภายใน 1 ปี และจากนั้นคาดว่าใช้เวลาอีกราว 1 ปีครึ่งเพื่อก่อสร้างจนแล้วเสร็จ

ทั้งหมดนี้คือ อีกหนึ่งบทพิสูจน์แห่งความมุ่งมั่นของสิงห์ เอสเตท กับความพยายามที่จะพัฒนาโครงการที่พักอาศัยทุกโครงการให้เป็น Best in Class

“เราตั้งใจให้โครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส เป็นโครงการแฟล็กชิพสำหรับที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว เราไม่ได้คิดว่านี่คือโครงการที่ทำเพื่อหวังผลกำไรสูงสุด แต่ความคาดหวังของเรา คือ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ ให้ลูกค้าได้เห็นว่าเราทำในสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังว่าเราจะทำได้ ผมคิดว่าโครงการแบบนี้คงไม่มีใครทำ เราเป็นคนแรกที่ทำ เมื่อทำออกมาแล้วเราอยากจะบอกลูกค้าว่าเราคิดในทุกๆ รายละเอียดแบบสิงห์ เอสเตท วันนี้ถามว่าเรามาถึงการเป็น Best in Class หรือยัง ผมใช้คำว่าเราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ถึงจุดนั้น ซึ่งสุดท้ายผู้ที่จะตัดสินว่าเราดีที่สุดหรือยังก็คือลูกค้า” ณัฐวุฒิกล่าวทิ้งท้าย

BACK TO TOP