ราชาเฟอร์รี่ก้าวสู่ปีที่ 36 เปิดตัวเรือใหม่ “อาร์ 10” พร้อมบริการ ดอนสัก-พะงัน - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • ราชาเฟอร์รี่ก้าวสู่ปีที่ 36 เปิดตัวเรือใหม่ “อาร์ 10” พร้อมบริการ ดอนสัก-พะงัน

ราชาเฟอร์รี่ก้าวสู่ปีที่ 36 เปิดตัวเรือใหม่ “อาร์ 10” พร้อมบริการ ดอนสัก-พะงัน

กัมปนาท กาญจนาคาร

บมจ.ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ เสริมทัพกองเรือใหม่ ขนส่งเสริมในเส้นทางเดินทางดอนสัก-พะงัน รองรับผู้โดยสารได้กว่า 330 คนต่อเที่ยว เผยตัวเลขผลประกอบการครึ่งปีแรก

อภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บมจ.ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ เปิดเผยว่า ราชาเฟอร์รี่ฯ ดำเนินกิจการโดยมีผลประกอบการในภาพรวมเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้มีกองเรือเฟอร์รี่ที่ให้บริการแก่ประชาชนซึ่งเดินทางข้ามระหว่างสุราษฎร์ (ดอนสัก)-เกาะสมุย-เกาะพะงัน มากกว่า 40 เที่ยวต่อวัน แต่เนื่องจากการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของพื้นที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น จึงตัดสินใจลงทุนเพิ่มเรือใหม่อีก 1 ลำ ราคา โดยประมาณ 130 ล้านบาท เพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารได้อย่างทั่วถึง ทั้งยังเพิ่มความเร็วในการเดินทางจากเดิมในเส้นทางดอนสัก-สมุย 1 ชั่วโมงครึ่งเป็น 45 นาที และ เส้นทางดอนสัก-พะงัน ที่ย่นย่อระยะเวลาจาก 2 ชั่วโมงครึ่งเหลือเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง

“เรือใหม่ คือ อาร์ 10 ซื้อมาจากญี่ปุ่น สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 300 คน  แล่นด้วยความเร็วเฉลี่ย 16 ไมล์ทะเล/ชั่วโมง จึงช่วยให้การเดินทางเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกประมาณครึ่งชั่วโมงต่อเที่ยว เหลือเพียง 1.45 ชั่วโมง รองรับการเดินทางถึงที่หมายด้วยความรวดเร็วสะดวก ปลอดภัย  โดยจะให้บริการระหว่างดอนสัก–พะงัน ซึ่งถือเป็นโอกาสฉลองในวาระก้าวเข้าสู่ปีที่ 36 ของ RP ด้วย” อภิชาติกล่าว

นอกจากนี้การเสริมทัพกองเรือเป็น 13 ลำแล้ว ราชาเฟอร์รี่ยังได้ควักเงินลงทุนไปแล้วกว่า 50 กว่าล้านบาทที่ท่าเรือสมุยใน 2 ท่าเทียบเรือคาดเสร็จปลายปี 2559 จะทำให้ท่าเรือของราชาเฟอร์รี่ สามารถรองรับผู้โดยสารมากถึง 15,000 คนต่อวัน เป็นไปตามแผนรองรับการเชื่อมต่อการท่องเที่ยวแบบครบวงจร ทั้งจากการท่องเที่ยวภาคใต้ตอนบนและภาคใต้ตอนล่างในอนาคต โดยปัจจุบันราชาเฟอร์รี่ได้ร่วมกับสายการบินแอร์เอเชียทดลองให้บริการแพ็คเกจการเดินทางรับส่งตั้งแต่สนามบินสุราษฎร์ฯ สู่จุดหมายปลายทางเข้าสู่ที่พักทั้งเกาะสมุยและเกาะพะงันกว่า 5 เดือนที่ผ่านมาและมีผลตอบรับที่ดี

“เราได้ทดลองแพคเกจการเดินทางซึ่งมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 5% โดยเฉพาะการให้บริการรถตู้ เและคาดการณ์สิ้นปีมีการเติบโตมากขึ้นรวมทั้งจำนวนรถตู้ที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน” อภิชาติ กล่าวและเปิดเผยตัวเลขครึ่งปี 2559 ที่ผ่านมา “ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้มีรายได้เพิ่มขึ้น 340 ล้านบาท เป็นกำไรเพื่อขึ้นมากกว่า 15 % จากปีที่แล้วซึ่งเป็นกำไรที่เกิดจากกรุ๊ปทัวร์จีนที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมๆ กับเทรนด์ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นใหม่คือความนิยมในการการเดินทางครั้งเดียวเที่ยวได้สองเกาะทั้งเกาะสมุยและพะงัน” สอดคล้องกับเติบโตของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นที่เกาะสมุย 5 % ส่วนเกาะพะงันเพิ่มขึ้นที่ 7-8% จากสถิติของครึ่งปีแรก

ทั้งนี้รายได้หลักของ บมจ.ท่าเรือเฟอร์รี่คือการขนส่งพื้นฐานเป็นสำคัญซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 70% ของรายได้รวมทั้งหมด โดย อภิชาติได้เผยเบื้องต้นถึงการอนาคตอันสดใสของราชาเฟอร์รี่ ในแคมแปม “ราชาเฟอร์รี่ TWENTY TWENTY” ซึ่งเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้คือรีแบรนด์ดิ้งราชาเฟอร์รี่ใหม่ทั้งหมดเพื่อภาพลักษณ์ที่ทันสมัย การเข้าสู่ “ดิจิทัลเฟอร์รี่” เพื่อรองรับการซื้อตั๋วออนไลน์ โดยมีเป้าหมายการซื้อขายออนไลน์ที่ปัจจุบันสร้างรายได้ 15 % เป็น 40% ภายหลังการรีแบรนด์ดิ้งที่กำลังจะมาถึง


คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ “อภิชาติ ชโยภาส “ราชา” เฟอร์รี่แห่งน่านน้ำไทย” จาก Forbes Thailand ฉบับ MARCH 2016

BACK TO TOP