มุมมอง FA กับทิศทาง IPO ครึ่งหลังปีแพะ - Forbes Thailand

มุมมอง FA กับทิศทาง IPO ครึ่งหลังปีแพะ

FORBES THAILAND / ADMIN
06 Jul 2015 | 02:22 PM
READ 2812
เรื่อง: กชกร บุญลาย ภาพ: Bangkok Post, บล. กสิกรไทย (สมภพ กีระสุนทรพงษ์, แมนพงศ์ เสนาณรงค์, สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม)

การทำ IPO ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงมีหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีอยู่ในมือเท่านั้น แต่การมองแนวโน้มตลาดได้อย่างแม่นยำ คือความสามารถสำคัญซึ่งที่ปรึกษาทางการเงินจะต้องมี สมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส (จำกัด) มหาชน หนึ่งใน FA ที่ประสบความสำเร็จในการทำดีลขายหุ้น IPO และนำบริษัทลูกค้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อปีที่ผ่านมามองว่า ปีนี้และปีหน้าทิศทางตลาดหุ้น IPO ยังดีด้วยเหตุที่ว่าขนาดของเศรษฐกิจไทยใหญ่ขึ้นและกำลังฟื้นตัว รวมทั้งผู้ประกอบการมีมากขึ้น การส่งเสริมให้ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุนให้กับกิจการโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินกู้เพียงอย่างเดียว


หลักสำคัญของการเข้าตลาด คือการหาทุนเพื่อใช้ขยายกิจการ โดยเฉพาะบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งมีจำนวนมากที่ต้องการทุน เห็นได้ว่าในช่วง1-2 ปีที่ผ่านมา กิจการขนาดกลางและเล็กเข้าตลาดหุ้นกันมาก ขณะที่กิจการขนาดใหญ่นั้น รู้ดีอยู่แล้วว่าการเข้าตลาดหุ้นได้เปรียบอย่างไร


“กิจการขนาดใหญ่เขารู้ดีว่าอยู่ในตลาดได้เปรียบในแง่การแข่งขันลองสังเกตอุตสาหกรรมเดียวกัน คนหนึ่งเข้าเดี๋ยวอีกคนก็ตามมา มีโรงน้ำตาลโรงแรก ก็มีโรงที่สอง และที่สามมันเป็นเรื่องของต้นทุนคนที่ระดมทุนจากตลาดโดยไม่ต้องควักกระเป๋าของตัวเอง ได้เงินทีหลายพันล้านมาต่อยอดธุรกิจของตัวเอง วันนี้คนเข้าใจอยู่นอกตลาดแข่งไม่ได้”


สิ่งแรกที่เจ้าของกิจการต้องมี คือความตั้งใจจริงที่จะนำธุรกิจของตัวเองเข้าตลาด ต้องพร้อมที่จะปรับระบบบัญชีให้ได้มาตรฐานปรับปรุงระบบควบคุมภายในให้เป็นไปตามเกณฑ์พร้อมสำหรับการถูกตรวจสอบการทำงานให้เป็นไปอย่างโปร่งใส และสุดท้ายต้องพร้อมในแง่ของบุคลากรที่จะรองรับการเติบโต


แมนพงศ์ เสนาณรงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งปีที่แล้วดีลหุ้น IPO ภายใต้การดูแลของเขาที่กล่าวถึงมาก คือ บมจ. เซ็บเป้ (SAPPE) เพราะทำกำไรให้นักลงทุนอย่างงามเทรดวันแรกราคาปิดสูงกว่าราคาจอง 105.56% เขามีมุมองที่สอดคล้องกับสมภพว่า หุ้น IPO ปีนี้ยังสดใส โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี ที่ประเมินว่าจะเห็นความชัดเจนของการฟื้นตัวเศรษฐกิจในประเทศ ช่วยหนุนการลงทุนในตลาดหุ้น


“ตอนแรกเราคิดว่าครึ่งปีแรกคงจะฟื้น แต่ในวันนี้ภาพความชัดเจนยังไม่ได้ 100% ถามว่างบประมาณที่รัฐตั้งขึ้นมามีไหม ก็มีอยู่ อย่างไรโครงการต่างๆ ก็ต้องเกิดถ้าความชัดเจนออกมาว่าเริ่ม implement ตรงนั้น น่าจะทำให้ทุกอย่างโอเค”


แมนพงศ์ บอกถึงความมั่นใจของเขาที่มีต่อการลงทุนของภาครัฐ ซึ่งจะเป็นตัวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้ ทั้งนี้ มาตรการคิวอีในยุโรป จะทำให้มีเม็ดเงินส่วนหนึ่งไหลเข้ามาลงทุนในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งไทยน่าจะเป็นประเทศหนึ่งที่น่าสนใจจากประเด็นการลงทุนของภาครัฐ ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลง ส่งผลให้ต้นทุนผู้ประกอบการถูกลง ในแง่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนจะปรับตัวดีขึ้น


“เราไม่ได้มองว่าตลาดจะแย่ ถ้าซึมๆ การขายหุ้น IPO ไม่มีปัญหา อยู่ที่ว่าเรากำหนดราคาให้สอดคล้องกับพื้นฐานและภาวะตลาดในช่วงนั้น แต่ถ้าตลาดไม่ดีจริง เช่น เศรษฐกิจถูกกระทบอย่างแรงหรือมีสถานการณ์เกิดขึ้น กระทบต่อสังคมรุนแรง ถ้าเป็นอย่างนั้น เราจะให้ลูกค้าชะลอไปก่อน”


หุ้น IPO ภูธร


ปี 2542 Market for Alternative Investment หรือ MAI ก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับกิจการขนาดกลางและเล็ก ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนใน MAI รวม113 บริษัท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 4.2 แสนล้านบาท ตลาด MAI เติบโตเร็วมาก เพราะหลักเกณฑ์คุณสมบัติบริษัทที่จะเข้าตลาด ผ่อนคลายมากกว่าตลาดใหญ่ จึงเอื้อต่อกิจการขนาดกลางและเล็ก ที่จะใช้เป็นแหล่งระดมทุนตั้งแต่ 100-1,000 ล้านบาท


“บริษัทเล็กกว่าจะกู้เงินได้เป็นเรื่องยาก เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ไม่มีใครแนะนำ เรียกว่าลูกเมียน้อยยังไม่ได้เลย ต้องเรียกว่าเป็นลูกที่ถูกลืมถึงจะถูก เราเองเคยทำสินเชื่อมาก่อน ไปมาทุกจังหวัด จึงมีความคิดว่า เราอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันกิจการเหล่านี้ ให้เข้าตลาด” สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม CEO บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM กล่าวไว้


“เป็นนโยบายของเราที่บุกภูธร เพราะเราเป็น firm เล็ก และเราได้ไปสัมผัสลูกค้ามานาน เข้าถึงลูกค้าแนะเขาได้เรื่องแหล่งเงิน เราถูกฝึกมาไม่ให้สำอางนี่คือสิ่งที่ทำให้ APM ไม่เหมือนองค์กรอื่น เลยโดนใจลูกค้าภูธร” สมภพ พูดถึงจุดแข็งของเขา


สมภพ บอกว่า หุ้น IPO ที่จะเข้าตลาด MAI ยังคึกคัก การที่มีนักลงทุนเข้ามาในตลาดมากขึ้นย่อมมองหาหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดี มีสภาพคล่องสูง ธุรกิจมีแนวโน้มเติบโต ดังนั้นบริษัทที่จะเข้าตลาดไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ หากมีรายได้ประมาณ 150-200 ล้านบาทต่อปี ทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ก็เข้าตลาดหุ้นได้ ขอให้มีความมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจและเตรียมตัวตามคำแนะนำของที่ปรึกษาทางการเงิน โดยเฉพาะเรื่องการปรับระบบบัญชี ที่บริษัทในต่างจังหวัดยังไม่ค่อยได้มาตรฐาน


“บริษัทดีๆ ในต่างจังหวัดยังมีอีกเยอะ ช้างเผือกที่ซ่อนอยู่ในป่ายังมีอีกมาก เราจะค้นหาช้างเผือกเหล่านี้ เพื่อนำมาอวดโฉมให้นได้รู้จัก” สมภพ บอกในตอนท้ายก่อนจบการสนทนา



อ่านฉบับเต็ม "มุมมอง FA กับทิศทาง IPO ครึ่งหลังปีแพะ" Forbes Thailand: The Essential Guide for Enrichment ฉบับพิเศษประจำ JUNE 2015