มัดแมนเตรียมเข้าตลาด เอ็ม เอ ไอ ปั้น Greyhound ของไทยสู่ระดับโลก - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • มัดแมนเตรียมเข้าตลาด เอ็ม เอ ไอ ปั้น Greyhound ของไทยสู่ระดับโลก

มัดแมนเตรียมเข้าตลาด เอ็ม เอ ไอ ปั้น Greyhound ของไทยสู่ระดับโลก

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
08 Aug 2016 | 4:21 pm 16695

มัดแมน บริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในแฟรนไชส์ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม Dunkin’ Donuts, Au Bon Pain, Baskin Robbins, Greyhound เตรียมเสนอขายหุ้น IPO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ภายใน 12 เดือนนี้ พร้อมวิสัยทัศน์สร้างแฟรนไชส์และแบรนด์ Greyhound Cafe ให้โด่งดังในตลาดต่างประเทศ

เรื่อง: ดรณ์ มาลัยธรรม ภาพ: บมจ. มัดแมน

หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ “มัดแมน” แต่ถ้าเอ่ยชื่อแฟรนไชส์ใหญ่อย่าง Dunkin’ Donuts, Au Bon Pain, Baskin Robbins ที่บริษัทเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ในประเทศไทย รวมถึงสินค้าแฟชั่นอย่าง Greyhound แล้ว คงมีน้อยคนที่ไม่รู้จักเส้นทางการเติบโตของบริษัทเมื่อ 12 ปีก่อนเริ่มจากการนำเข้าแฟรนไชส์อาหารต่างประเทศ คือ Dunkin’ Donuts และ Au Bon Pain โดยมีบริษัท Royal Food Group เป็นเจ้าของเมื่ออาเซียนประสบวิกฤติเศรษฐกิจ บริษัทขาดแคลนแหล่งเงินทุนในการขยายสาขา จึงต้องหาผู้เข้าฟื้นฟูกิจการและได้ Navis Capital เป็น private equity จากมาเลเซียเข้ามาลงทุนถือหุ้นใหญ่ 90% การขยายกิจการในช่วงนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก Dunkin’ Donuts ขยายสาขาได้เฉลี่ยถึงปีละ 20 สาขา ในขณะที่ Au Bon Pain ขยายสาขาได้เฉลี่ยปีละ 6 สาขาซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย

“Navis Capital ปลุกปั้นกิจการอยู่ 5 ปีก็ขายหุ้นให้ บมจ.ทรัพย์ศรีไทย (SST) ซึ่งผู้ถือหุ้นมีวิสัยทัศน์ที่จะรุกเข้าสู่ธุรกิจอาหาร จากนั้นในปี 2557 บริษัทก็เข้าเทกโอเวอร์ Greyhound จาก ภาณุ อิงคะวัต ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทมีแบรนด์เป็นของตัวเอง” Mr. Nadim Xavier Salhani ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มัดแมนจำกัด (มหาชน) กล่าวกับ Forbes Thailand เขาให้คำนิยาม บมจ. มัดแมนว่าเป็น life-style company ทำธุรกิจ 2 กลุ่ม คือ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์

“เรายังมองหาโอกาสในการซื้อกิจการสินค้าที่มีแบรนด์แข็งแกร่งเพราะการเติบโตใน อนาคตจะเน้นแบรนด์ของตัวเองมากขึ้น เนื่องจากไม่ติดข้อจำกัดในการขยายกิจการไปต่างประเทศ แน่นอนว่า Dunkin’ Donuts ยังเป็นสินค้าที่สร้างรายได้หลัก เป็น cash cow ขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่ติดข้อจำกัดในการขยายไปต่างประเทศ”

ณ สิ้นปี 2558 Dunkin’ Donuts มี 266 สาขา สร้างรายได้ให้บริษัทถึง 40% Au Bon Pain มี 67 สาขาสร้างรายได้ 24% Greyhound Café มีสาขาในประเทศ 13 สาขา ต่างประเทศ 9 สาขาสร้างรายได้ 23% Baskin Robbins มี 29 สาขาสร้างรายได้ 4% และ Greyhound Fashion สร้างรายได้ 8%

บริษัทตั้งเป้าหมายว่าในอนาคตจะมีรายได้ 50% มาจากต่างประเทศ โดยมี Greyhoundเป็นหัวหอกสำคัญของการเติบโตในอีก 5 ปี ข้างหน้า ซึ่งบริษัทตั้ง KPI เปิดตลาดใหม่ในต่างแดนให้ได้อย่างน้อยปีละ 1-2 ตลาด ส่วน Dunkin’ Donuts, Au Bon Pain มีเป้าหมายเปิดสาขาปีละมากกว่า 10 แห่ง และ Baskin Robbins ปีละมากกว่า 5 แห่ง

“Greyhound เป็นแบรนด์ที่มีความยูนีค มีศักยภาพเติบโตสูงมาก ทุกวันนี้เรามีสาขาในประเทศ 13 สาขา ต่างประเทศ 10 สาขา ที่ Hong Kong 6 สาขาซึ่งไปได้ดีมาก ส่วนสาขาใน Beijing, Shanghai มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทเพิ่งเปิดที่มาเลเซียเมื่อสองเดือนก่อน ภายในสิ้นปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายเปิดสาขาที่ London อย่างน้อย 1 แห่ง เป็นเจ้าของเอง เป็นโชว์เคสสร้างแบรนด์ Greyhound ที่ยุโรป” Mr. Salhani กล่าวด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่นว่าสาขานี้จะประสบความสำเร็จได้ เพราะคนอังกฤษรู้จักอาหารไทยบริษัททำวิจัยตลาดที่ London มาสักระยะ พบว่ามีร้านอาหารไทยที่นั่นนับพันสาขา แต่สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการไม่ใช่ร้านอาหารรูปแบบเดิม ผู้บริโภคต้องการร้านอาหารแบบ trendy และ exotic ซึ่งตรงกับบุคลิกของ Greyhound ที่ให้คำจำกัดความตัวเองว่า “Bangkok Street Food” Mr. Salhani กล่าวว่า การลงทุน 50 ล้านบาทกับสาขา London เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างสำหรับการเติบโตในแถบยุโรปเช่น เยอรมนี ไอร์แลนด์ รวมถึง Paris เมืองแห่งแฟชั่น ซึ่ง Greyhound ก็มีเสื้อผ้าแฟชั่นเช่นกัน

“เรา spin off ตัวเองออกมาจาก บมจ.ทรัพย์ศรีไทย (SST) บริษัทแม่ซึ่งถือหุ้นอยู่ 80.3%เพราะต้องการโอกาสในการเติบโตมากกว่าอยู่ภายใต้บริษัทแม่ ทุกวันนี้รายได้หลักถึง 90% ของ SST มาจากมัดแมนอยู่แล้ว”

Mr.Salhani สรุปทิ้งท้ายกับ Forbes Thailand ว่า “ในอนาคตอันใกล้บริษัทจะเข้าสู่ธุรกิจโรงแรม และมีแผนเปิดโรงแรมบูทีคที่ภูเก็ต ขณะนี้อยู่ในระหว่างศึกษาโอกาสและความเป็นไปได้ โดยเริ่มจาก M Kitchen กิจการร้านอาหารแคนทีนในโรงพยาบาลรามคำแหงซึ่งบริษัทไปเทกโอเวอร์มาเมื่อ เร็วๆ นี้”


คลิ๊ก อ่านบทความทางธุรกิจเพิ่มเติมได้ที่ Forbes Thailand JUNE 2016 ฉบับพิเศษ The Essential for Enrichment ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP