มจธ. จับมือ SEAC พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน รองรับผู้เรียนทุกช่วงวัย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • มจธ. จับมือ SEAC พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน รองรับผู้เรียนทุกช่วงวัย

มจธ. จับมือ SEAC พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน รองรับผู้เรียนทุกช่วงวัย

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
25 Jun 2020 | 11:41 am 999

มจธ. จับมือ SEAC พัฒนาการเรียนการสอน รองรับผู้เรียนทุกช่วงวัย มีขอบเขตภายใต้โครงการ “สร้างความร่วมมือเพื่อส่งเสริม การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)” เป็นระยะเวลา 3 ปี ปีแรกมีโครงการนำร่องภายในประเทศ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ลงนามความร่วมมือกับ SEAC ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยทั้งสองสถาบันจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตร (Non-degree) ทั้งในรูปแบบ หลักสูตรประกาศนียบัตร (Non-degree) ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E – learning) ระบบออนไลน์ (Online Learning ) แบบห้องเรียน (Classroom Learning) และรูปแบบอื่นๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ นักศึกษา บุคลากรในภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรม และบุคคลทั่วไป

โดยมุ่งเน้นการยกระดับและสร้างกำลังคนคุณภาพที่ผสมผสานทั้งทักษะด้าน Hard Skills (ความรู้เชิงเทคนิค) และ Hyper-Relevant Skills (ความรู้และทักษะที่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน) ให้เป็นที่ต้องการสู่ตลาดแรงงานไทยและภูมิภาคอาเซียน ผ่านการจัดรูปแบบการเรียนรู้ที่คล่องตัว ทันสมัยและตรงกับความต้องการของผู้เรียนที่หลากหลายมากขึ้น

รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดเผยว่า “โลกยุคใหม่ต้องการนิยามใหม่ของ “นักศึกษา” โครงสร้างประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นและยังมีศักยภาพ หรือคนในวัยทำงานกว่า 38 ล้านคนก็ต้องการยกระดับศักยภาพของตนเองเพื่อให้ทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนตลอดเวลา มหาวิทยาลัยจึงเปิดโอกาสให้ทุกคนมาเรียนรู้ทักษะใหม่ (reskill) หรือ ต่อยอดยกระดับทักษะ (up-skill) ซึ่งมหาวิทยาลัยจะมองแต่ผู้เรียนที่จบ ม.6 ไม่ได้ แต่ต้องมองคนที่อยู่ในระบบการทำงานแล้วด้วย

เพราะคนทุกคน มีความหมายและเป็นผู้นำที่สามารถสร้างงานที่มีคุณค่าและมูลค่ามากขึ้นกว่าเดิมและเป็นประโยชน์ให้สังคมได้ สมการใหม่ของระบบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยจะผ่านพ้นกรอบของ “เวลา” แบบเดิมๆ คือนอกจากมิติของอายุของนักศึกษาที่นับจากนี้จะเปิดรับผู้เรียนรู้ทุกช่วงวัยหลายเจเนอเรชั่นแล้ว รูปแบบหลักสูตรการเรียนการสอนก็จะไม่ถูกจัดแบ่งเป็นภาคการศึกษา จำนวนหน่วยกิต รวมทั้งวิธีการวัดผลด้วยการสอบแบบเดิมก็ต้องปรับตามไปด้วย”

อริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC (Southeast Asia Center) กล่าวว่า “ด้วยโจทย์พันธกิจของ SEAC ในเรื่อง EMPOWER LIVING เรายังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของคนไทยผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อเพิ่มคุณค่าและตอบโจทย์ทุกเป้าหมายของการใช้ชีวิตให้คนไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ สถานการณ์ปัจจุบันหลายอย่างสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการ คือเรื่องการยกระดับศักยภาพและพัฒนาทักษะของคนไทยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในโลกปัจจุบัน (Hyper-relevant Skills) เพื่อเป็นพลวัตรสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและประเทศไปข้างหน้า”

“การจัดการศึกษาในยุคปัจจุบัน ต้องเน้นสร้างศักยภาพให้ผู้เรียนเอาความรู้มาใช้ทำงานและประยุกต์กับสถานการณ์ใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา มนุษย์เรามีทักษะต่างกัน ต้องการระยะเวลาเรียนต่างกัน เราจะดูให้เขาเรียนจนทำได้และทำเป็น ซึ่งการวัดผลก็จะเป็นตามวิทยฐานะ (Credentials) ว่าทักษะของนักศึกษาในระดับนี้ทำอะไรได้และในคุณภาพอย่างไร ซึ่งที่สุดของการออกนอกกรอบของเวลาก็คือการเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด มหาวิทยาลัยจะพร้อมรองรับคนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก ถึงวัยหลังเกษียณ จะมีการเรียนการสอนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา ผู้สนใจ ใฝ่รู้ หรือ แม้แต่ผู้ที่ทำงานอยู่แล้ว ขาดวุฒิ ก็เข้าที่มหาวิทยาลัยได้ เพื่อหาสิ่งที่เหมาะสมกับตนเอง ไม่จำเป็นต้องมาเป็นนักศึกษาแบบเดิมๆ คือ 4-5 ปี ต่อจากนี้ ผู้สนใจจะเข้ามาเรียนเมื่อสนใจ  ได้ทักษะและก็ออกไปทำงาน เมื่อทำงานคิดว่าต้องการทักษะเพิ่มขึ้น ก็กลับมาเรียนเพิ่มได้เรื่อยๆ เป็น Lifetime University คือ “มหาวิทยาลัยเพื่อให้การเรียนรู้ตลอดชีวิต” รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย กล่าว

อริญญา กล่าวเสริมว่า “SEAC มุ่งมั่นให้คนไทยสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิตมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับโครงการ “ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ SEAC เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต” นั้น SEAC ภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาขีดความสามารถ คนไทยให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักศึกษา หรือจะเป็นกลุ่มบุคลากรในภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรม และบุคคลทั่วไปที่จะมาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการเรียนรู้ตลอดชีวิตในโครงการนี้

นอกจากนั้นเรายังมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญและทักษะการสอนของเราที่ตอบโจทย์โลกปัจจุบัน เพื่อร่วมสร้างและพัฒนานักวิจัยไทย นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) อาจารย์เกื้อหนุนสาขาวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist Facilitator) ที่ล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มอาชีพที่สำคัญต่อโลกอนาคตและมีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงต่ออัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ให้มีศักยภาพและคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล ทั้งนี้นอกจากเราจะมุ่งพัฒนาคนไทยแล้ว เรายังมีแผนจะร่วมมือกันเดินหน้าเพื่อขยายฐานผู้เรียนไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย”

 

BACK TO TOP