ภาคธุรกิจต่อแต้มบุญช่วยลดผลกระทบ "วิกฤตโควิด-19" - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • ภาคธุรกิจต่อแต้มบุญช่วยลดผลกระทบ “วิกฤตโควิด-19”

ภาคธุรกิจต่อแต้มบุญช่วยลดผลกระทบ “วิกฤตโควิด-19”

อรวรรณ หอยจันทร์

โควิด-19 กำลังป่วนเมืองใหญ่ไม่เฉพาะในไทยแต่ทั่วโลกต้องปรับตัวรับมือการแพร่ระบาดด้วยมาตรการที่ต่างกันไป สำหรับประเทศไทยมาตรการ Lock Down ทำให้หลายธุรกิจต้องปิดกิจการชั่วคราวรายได้และการจ้างงานลดฮวบ ทุกคนต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด แต่ก็มีหลายคนพยายามจัดกิจกรรมและแคมเปญเพื่อร่วมฝ่าวิกฤตไวรัสหยุดโลกนี้ไปให้ได้

Forbes Thailand ขอเป็นหนึ่งในกำลังใจสำหรับทุกท่านที่กำลังเผชิญปัญหาต้องปรับตัว และในโอกาสนี้ขอสรุปบางส่วนในการปรับตัวและการจัดกิจกรรมของภาคธุรกิจต่างๆ ที่ทำขึ้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์แพร่ระบาด โควิด-19 ไว้เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ของประเทศไปด้วยกันเช่นเดียวกับชื่อ “เราไม่ทิ้งกัน” โครงการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผบกระทบ โควิด-19 ของภาครัฐ และ “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ของภาคเอกชน

 

คนไทยไม่ทิ้งกัน

เริ่มกันด้วยความเคลื่อนไหวล่าสุด ซีพี ออลล์” เปิดโครงการ “คนไทยไม่ทิ้งกัน” มอบเงิน 77 ล้านบาทให้กับ 77 โรงพยาบาลทั่วประเทศ สู้ภัยไวรัส โควิด-19 โดย ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย ได้นำเงินจาก “รวมพลังคนไทย เลิกใช้ถุงพลาสติก” มาเปิดโครงการ “คนไทยไม่ทิ้งกัน” เพื่อส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อสู้กับไวรัส โควิด-19 จำนวน 77 ล้านบาทให้กับ 77 โรงพยาบาล นำร่องมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย (PPE : Personal Protective Equipment) จำนวน 10,000 ชุดให้กับ 5 โรงพยาบาลที่รักษา โควิด-19 ช่วยป้องกันและคุ้มครองความปลอดภัย ประเดิมโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ 2,000 ชุด

ขณะที่ธุรกิจบัตรเครดิตก็ร่วมจัดแคมเปญ “ชวนแลกแต้มบัตรเครดิตบริจาคช่วยโรงพยาบาล” โดย กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้นำในธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ได้สานต่อโครงการแต้มต่อชีวิต ชวนสมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรี และบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ บริจาคแต้มสะสมบัตรเครดิตฯ เพื่อร่วมสมทบทุนสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา ตลอดจนการซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยจะมอบเงินบริจาคผ่านทางมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี และมูลนิธิรามาธิบดี โดยเปิดให้สมาชิกบัตรฯ สามารถทำรายการบริจาคแต้มบัตรเครดิตได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน UCHOOSE ทุก 2,000 คะแนนเท่ากับบริจาค 200 บาท ตั้งแต่ 1 เมษายน – 30 เมษายน 2563 รายละเอียดเพิ่มเติม kcc.gg/โควิด-19-Donation หรือ bit.ly/KFC-CovidDonate

ธุรกิจอาหารต่อแต้มบุญ

ด้าน “นอติลุส” ส่งมอบเมนูอาหารทะเลคุณภาพแก่บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี โดยกลุ่มบริษัท พัทยาฟู้ด ด้วยความร่วมมือของบุคลากรและพนักงานราว 4,000 คน ของ PFG ต้องการให้กำลังใจและอยากยื่นมือเข้าช่วยเหลือทีมแพทย์ให้มีแรงสู้กับโควิด-19 โดย และได้รับความร่วมมือจากโภชนากร โรงพยาบาลราชวิถี วางแผนการจัดเมนู ร่วมกับทีมนักโภชนาการของสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์ ปรุงเมนูนอติลุสพรีเมียม เน้นโปรตีนที่ดีจากเนื้อปลาที่ย่อยง่ายและอิ่มท้อง พร้อมคำนึงถึงความหลากหลายไม่จำเจ ความปลอดภัย และคุณค่าทางอาหารเป็นสำคัญ และไม่ได้ละเลยเรื่องรสชาติ ซึ่งนอกจากความอิ่มท้องแล้ว ยังได้ส่งมอบความสุขให้แพทย์และทีมบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านทางมื้ออาหารพิเศษเหล่านี้ด้วย

ความช่วยเหลือด้านอาหารอีกรายคือ ดราม่าควีน ร่วมกับร้านอาหารชื่อดังมากมาย นำร่องโดยร้านอาหาร “คั่วกลิ้งผักสด” จัดส่งทุกวันหมุนเวียนไปตามโรงพยาบาลต่างๆ ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลราชวิถี

ขณะที่มาร์เก็ตเพลสร้านอาหารชื่อดัง “Wongnai”  ก็เปิดแคมเปญสู้ โควิด-19 ด้วยการปล่อยฟีเจอร์ใหม่ “Pickup (รับที่ร้าน) ให้กดสั่งอาหารล่วงหน้าผ่านแอปฯ จ่ายเงินไว้ก่อนแล้วไปรับที่ร้านสะดวกรวดเร็วลดการสัมผัส และแคมเปญล่าสุด “Covid Relief Gift Voucher” ให้ทุกคนได้รวมพลังสนับสนุนร้านอาหารที่ชื่นชอบ ด้วยแคมเปญเวาเชอร์เงินสด เพื่อเพิ่มกระแสเงินสดให้ร้านในช่วงวิกฤติ ผ่านหน้าโฮม Wongnai โฉมใหม่

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด กล่าวว่า “สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตัวเลขร้านอาหารที่เปิดหน้าร้านออนไลน์ และเปิดขายเดลิเวอรีบน LINE MAN ผ่าน Wongnai Merchant App (WMA) ทะลุ 15,000 ร้าน (เฉพาะ 22-31 มี.ค.) ซึ่งสูงกว่าสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 3-5 เท่า โดยมีจำนวนร้านที่สมัครใหม่เพิ่มขึ้นมากถึง 2,000 ร้านต่อวัน แสดงให้เห็นว่ามีร้านอาหารจำนวนมากที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากและเร่งปรับตัวเพื่อประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้

ล็อคราคาสินค้า 90 วัน

กิจกรรมล่าสุดมาจากกลุ่มค้าปลีกรายใหญ่เครือเซ็นทรัล ได้ออกแคมเปญช่วยลดผลกระทบ โควิด-19 โดยจัดให้ท็อปส์ และ แฟมิลี่มาร์ทล็อคราคาสินค้า 90 วัน ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน โดยนายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ในเครือเซ็นทรัลรีเทล

นอกจากนั้น เซ็นทรัลรีเทลยังให้ความช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรในการจำหน่ายสินค้าได้ตามปกติ เช่น  ตลาดจริงใจ ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต ซึ่งยังคงเปิดจำหน่ายทั้ง 13 แห่งใน 12 จังหวัด และให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมกับกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถส่งออกผลผลิตไปยังต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมะม่วงปลอดสารพิษ จังหวัดอุทัยธานี

“เราพยายามที่จะช่วยเหลือเกษตรกร โดยรับซื้อผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สุกเพิ่มขึ้นกว่า 20 % และให้เกษตรกรได้ราคาดีกว่าตลาดทั่วไป พร้อมจัดจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในราคาที่ไม่สูงเกินไป เพื่อผลักดันจำนวนผลผลิตออกสู่ตลาดให้มากที่สุด”

นวัตกรรมเพื่อวิกฤต

อีกหนึ่งโครงการที่ช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 มาจากมูลนิธิเอสซีจีที่มอบนวัตกรรมห้องตรวจผู้ที่มีความเสี่ยง แห่งที่ 2 และระบบ Tele-Monitoring มูลค่ารวม 2.5 ล้านบาท ให้โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยใช้เวลาติดตั้งหน้างานเพียง 1 วันครึ่ง

นวัตกรรมห้องตรวจผู้ที่มีความเสี่ยง (Modular Swab Unit) แห่งที่ 2 ที่ส่งมอบให้โรงพยาบาลรามาธิบดี สามารถรองรับการใช้งานของทีมแพทย์ได้ถึงคราวละ 5 คน และคนไข้อีก 5 คน อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบคัดกรองที่ทางโรงพยาบาลมีอยู่แล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านบริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่มบริษัท ซีดีจี ผู้นำด้าน Location Intelligence ด้วยการวิเคราะห์ภูมิสารสนเทศในมุมมองใหม่ สนับสนุนซอฟต์แวร์ ArcGIS ฟรี พร้อมเปิดให้ผู้ใช้งาน ArcGIS เข้าใช้ โควิด-19 GIS Hub ฟรี 6 เดือน หนุนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนรับมือสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019

ด้วยการนำเทคโนโลยี GIS มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยข้อมูลระบบติดตามแบบเรียลไทม์และแสดงผลข้อมูลในรูปแบบ interactive dashboard  ที่รวดเร็ว แม่นยำ ใช้งานง่าย ปัจจุบันพร้อมเปิดให้บริการฟรี โควิด-19 GIS Hub แก่หน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัด หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และมหาวิทยาลัย

โดย dashboard จะแสดงข้อมูลเป็นภาษาไทย อัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ และเข้าดูได้ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถแสดงข้อมูลสถิติและตำแหน่งในประเทศไทย ประกอบด้วยจำนวนผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การสอบสวน จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อ จำนวนผู้หายเป็นปกติ และจำนวนผู้ที่อาการดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลแล้ว รวมถึงข้อมูลผู้ป่วยติดเชื้อจากทั่วโลก

อีเอสอาร์ไอ ได้สนับสนุนลูกค้าทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในการนำซอฟต์แวร์ ArcGIS ไปพัฒนาเป็นโซลูชันสำหรับฝ่าวิกฤต โควิด-19 โดยสามารถเข้าใช้งาน ArcGIS Online สำหรับการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมทั้ง ArcGIS Hub (Basic level) สำหรับการจัดการข้อมูลของหน่วยงาน เป็นระยะเวลา 6 เดือนฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ โควิด-19 ArcGIS Online and Hub ได้ทันที


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

 

 

BACK TO TOP