ออฟฟิศบุญรอดฯ คว้ารางวัล TIDA Awards การออกแบบตกแต่งภายในที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Other >
  • ออฟฟิศบุญรอดฯ คว้ารางวัล TIDA Awards การออกแบบตกแต่งภายในที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี

ออฟฟิศบุญรอดฯ คว้ารางวัล TIDA Awards การออกแบบตกแต่งภายในที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี

PR News / PR NEWS
07 Nov 2020 | 2:30 pm 194

ออฟฟิศบุญรอดฯ คว้ารางวัล TIDA Awards 2019 สาขา Best of Workspace Design สุดยอดการออกแบบตกแต่งภายในที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี รับรางวัลชนะเลิศโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สะท้อนแรงบันดาลใจแห่งธุรกิจที่ผูกพันกับสายน้ำ ถ่ายทอดสู่พื้นที่การทำงาน ผสมผสานฟังก์ชั่นการใช้สอยกับความสวยงาม สอดรับกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในออฟฟิศของทุกเจนเนอเรชั่น

TIDA Awards หรือ รางวัลการออกแบบตกแต่งภายใน ประจำปี พ.ศ.2562 จัดโดยสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (Thailand Interior Designers’ Association) ที่กลับมาประกาศรางวัลอีกครั้งในรอบ 10 ปี โดยเริ่มจัดครั้งแรกในปี พ.ศ. 2553 เป็นการมอบรางวัลแก่โครงการสถาปัตยกรรมภายในและโครงการมันฑศิลป์ที่มีการออกแบบดีเยี่ยม เพื่อเผยแพร่งานออกแบบตกแต่งภายในของดีไซเนอร์ไทยออกไปสู่สายตาสาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรี สิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโล่รางวัลสำหรับการประกวดในครั้งนี้

ในปีนี้ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด สำนักงานใหญ่ อาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ อโศก ได้รับรางวัลการออกแบบตกแต่งภายใน TIDA Awards 2019 ในสาขา Best of Workspace Design ในฐานะเป็นผู้สร้างสรรค์พื้นที่การทำงานที่โดดเด่น สวยงามและมีความทันสมัยตอบรับการใช้พื้นที่สำนักงานในโลกปัจจุบัน ออกแบบพื้นที่การทำงานด้วยการดีไซน์ฟังก์ชั่นใช้สอยสอดรับกับทุกเจนเนอเรชั่นทุกไลฟ์สไตล์ สู่ Smart office ที่แท้จริง ซึ่งเป็นสุดยอดการออกแบบตกแต่งภายในที่ดีที่สุด ในรอบ 10 ปี โดยออฟฟิศบริษัท บุญรอดฯ ถือว่ามีดีไซน์โดดเด่นกว่าผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้าประกวด การออกแบบที่สวยงามสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนขององค์กร โดยมีคอนเซ็ปต์ที่บอกเล่าการดำเนินธุรกิจของบุญรอดฯ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่มีความผูกพันกับ “สายน้ำ” เส้นสายของความพลิ้วไหวจากสายน้ำ ได้ถูกใช้เป็นที่มาของแนวคิดในการออกแบบ โทนสีและรูปแบบนั้น เน้นการใช้เส้นสายที่เรียบง่าย ตามสไตล์มินิมอลลิสต์ วัสดุที่ใช้มีลวดลาย สร้างความหมายเชิงสัญลักษณ์ความเป็นสิงห์ และยังใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนถึงความสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด

อีกทั้งมีการนำนวัตกรรม (Innovation) ที่ทันสมัยและใช้ได้จริงภายในองค์กร มุ่งการสร้างบรรยากาศให้เกิดการมีส่วนร่วมในทำงาน โดยการดีไซน์พื้นที่การทำงาน (The Workspace Floor) เน้นฟังก์ชั่นใช้สอยสอดรับกับทุกเจนเนอเรชั่นและไลฟ์สไตล์ พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยี แต่ยังคงมีบรรยากาศและแสงสว่างจากธรรมชาติ เพื่อให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่ดีของบุคลากร และประโยชน์ใช้สอยที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน รองรับการทำงานในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการจัดงานประชุมขนาดใหญ่ โดยยังคงไม่ลืมความเป็นเอกลักษณ์ของ “สิงห์” นั่นก็คือการอยู่ร่วมกันแบบครอบครัว โดยให้มีพื้นที่เพื่อให้พนักงานมีปฏิสัมพันธ์ มีการเข้าถึงกันและกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

“บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นหนึ่งในองค์กรที่เก่าแก่อยู่คู่สังคมไทย และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 87 ปี ที่มีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจเครื่องดื่ม จนถึงปัจจุบันมีการเติบโตขยายไปยังกลุ่มธุรกิจอื่นๆ มากมาย พร้อมขับเคลื่อนนำพาองค์กรและพนักงานสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องการให้ความเป็นตัวตนและตำนานของบุญรอดฯ ได้ถูกถ่ายทอดผ่านงานออกแบบสำนักงานแห่งนี้ เราได้ถอดความจากจุดเริ่มต้นของบุญรอดฯ ที่มีความผูกพันกับสายน้ำ ประกอบกับความเรียบง่าย มั่นคง และรับผิดชอบต่อสังคมแบบคนสิงห์ เกิดเป็นการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างตำนานและนวัตกรรม เป็นการผสมสูตรที่ลงตัวสำหรับสำนักงานในแบบฉบับของบุญรอดฯ ที่สะท้อนถึงเกียรติภูมิและพลังในการขับเคลื่อนการทำงานอย่างไม่สิ้นสุดในโลกยุคดิจิตอลอย่างแท้จริง” ทีมผู้ออกแบบ pbm

นอกจากนี้ภายในห้องโถงต้อนรับ มีรูปแกะสลัก “หนุมานคาบศร” อันเป็นตราสัญลักษณ์แบบดั้งเดิมของบริษัทฯ แต่ยังคงมีกลิ่นอายสไตล์ Modern Contemporary ขณะเดียวกันยังดีไซน์พื้นที่ต้อนรับและรับรองแขก (The Public Floor) ด้วยคอนเซ็ปต์เรียบ ง่าย และดูมั่นคง แสดงตัวตนความเป็นสิงห์ มีพื้นที่รองรับการจัดงานรูปแบบต่างๆ การออกแบบเน้นให้เกิดมุมมองความรู้สึกใกล้ชิดและการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมในทุกพื้นที่ อีกทั้งยังมี Co-Working Space เพื่อให้เกิดอิสระของการทำงานและดีไซน์ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดการใช้สอยพื้นที่ได้มีประสิทธิภาพสูงสุด

BACK TO TOP