“น้ำดื่มสิงห์” ลุยแคมเปญ “เกี่ยวช่วยโลก” ชวนคนไทยดื่มน้ำขวดแก้ว ลดปริมาณขยะ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • “น้ำดื่มสิงห์” ลุยแคมเปญ “เกี่ยวช่วยโลก” ชวนคนไทยดื่มน้ำขวดแก้ว ลดปริมาณขยะ

“น้ำดื่มสิงห์” ลุยแคมเปญ “เกี่ยวช่วยโลก” ชวนคนไทยดื่มน้ำขวดแก้ว ลดปริมาณขยะ

PR
PR News / PR NEWS
20 Jan 2020 | 2:25 pm 3215

“น้ำดื่มสิงห์” ปลุกกระแสตลาดต้นปี ลุยแคมเปญ เกี่ยวช่วยโลก ชวนผู้บริโภคใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง รณรงค์ใช้ขวดแก้วเป็นหนึ่งในทางเลือกในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค พร้อมผนึกพันธมิตรผู้ประกอบการ ร้านค้า ร้านอาหาร ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า “เราเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องแก้ไขควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจขององค์กร โดยหลายหน่วยงานในเครือได้มีโครงการสำคัญมากมาย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้ สิงห์ เอสเตท ที่ประกาศตัวลุกขึ้นมาทำโครงการรณรงค์ลดขยะพลาสติก การนำพลาสติกไปใช้ให้เกิดประโยชน์ แทนการปล่อยให้ย่อยสลาย ซึ่งใช้เวลาหลายสิบปี, บริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จํากัด มีการบริหารจัดการบำบัดน้ำภายในโรงงาน  ด้วยการนำไปใช้ในสนามกอล์ฟ สิงห์ปาร์ค ขอนแก่น, สิงห์ปาร์ค เชียงราย ได้พัฒนาโครงการเพิ่มพื้นที่ สีเขียวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารจัดการปริมาณขยะภายในไร่ ฯลฯ

ล่าสุด บริษัทฯได้จัดแคมเปญ “เกี่ยวช่วยโลก” เพื่อชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันดูแลโลก ด้วยการชวนให้ผู้บริโภคหันมาดื่มน้ำสิงห์ในบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแกนการลดขยะภายใต้กรอบ 3R ได้แก่ Reuse การนำขวดแก้วกลับมาใช้ซ้ำได้ โดยผ่านกระบวนการผลิตอันทันสมัยและผ่านการทำความสะอาดที่มีมาตรฐาน, Reduce ลดการใช้พลาสติก ลดการสร้างขยะ และ Recycle เมื่อขวดแก้วถูกใช้ไประยะหนึ่งแล้วจะถูกนำไปผ่านกระบวนการทำลาย เพื่อผลิตขวดแก้วขวดใหม่ต่อไป ดังนั้นทาง บริษัทฯ จึงทำแคมเปญ “เกี่ยวช่วยโลก” โดยนำเสนอน้ำดื่มขวดแก้ว ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถเริ่มจากตัวเองเพื่อช่วยโลกได้

ภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด

“แนวทางการทำตลาดน้ำดื่มสิงห์ ได้ให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้บริโภคทั้งคุณภาพ  น้ำดื่ม และยังมองผลกระทบสิ่งแวดล้อม มุ่งลดปริมาณขยะ เราจึงกระตุ้นการบริโภคน้ำดื่มขวดแก้ว เนื่องจากเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้ได้ใหม่ (Reuse) 100% ลดการใช้แล้วทิ้ง จึงทำให้กระบวนการของน้ำดื่มสิงห์ขวดแก้วตั้งแต่ผลิตจากโรงงานจนไปถึงมือผู้บริโภค มั่นใจได้ว่าก่อให้เกิดขยะน้อยที่สุด ขณะที่ขวดพลาสติกเราพยายามสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภคว่าการใช้บรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกไม่ใช่เรื่องเลวร้าย หากผู้บริโภคแยกขยะให้ถูกต้อง มีการจัดเก็บที่ดี สามารถนำมาผ่านกระบวนการรีไซเคิลต่อไปได้เช่นกัน”

ในการผลิตน้ำดื่มสิงห์มีบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในด้านความสะดวกสบาย บริษัทฯเลือกใช้พลาสติก PET1 ซึ่งเป็นประเภทของพลาสติกที่มีคุณภาพสูง สามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% โดยปลายปีที่ผ่านมายังทำการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายผ่านทางฉลากน้ำดื่มสิงห์ในขวด PET ไซส์ 600, 750 และ 1,500cc. ให้รับรู้และรณรงค์ให้ช่วยแยกขวดน้ำดื่มดังกล่าว เพื่อนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลต่อไป

โดยแคมเปญนี้เราได้สื่อสารกับผู้บริโภคผ่านการทำคลิปวิดีโอออนไลน์ นำเด็กซึ่งเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ และจะเป็นคนรุ่นถัดไปมานำเสนอผ่านการเกี่ยวก้อยสัญญากับธรรมชาติต่างๆ รอบตัว ว่าจะดูแล รักษา และใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้ธรรมชาติที่ดีคงอยู่ต่อไป

นอกจากนี้ บริษัทฯได้ปรับเปลี่ยนฝาบรรจุขวดแก้ว (Maxi) ใหม่ ให้สื่อถึงโครงการ พร้อมระบุข้อความ “เกี่ยวช่วยโลก” ลงบนฝาน้ำดื่มสิงห์ขวดแก้ว เพื่อสื่อให้ผู้บริโภครับรู้และช่วยกันเกี่ยวเพื่อเปิดฝาขวดน้ำดื่ม แสดงถึงสัญลักษณ์ของการเกี่ยวก้อยสัญญา ตอกย้ำแคมเปญให้เป็นที่จดจำแก่ผู้บริโภคมากขึ้นด้วย

ผศ. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง ฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การกระตุ้นให้ผู้บริโภคชาวไทยหันมาดื่มน้ำขวดแก้วมากขึ้น ผ่านแคมเปญการตลาดเกี่ยวช่วยโลก จะมีส่วนช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดปริมาณขยะจากร้านค้า องค์กรธุรกิจ ตลอดจนผู้บริโภคเริ่มได้จากตัวเอง

ทั้งนี้ ปัญหาขยะเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของโลกและประเทศไทย เพราะการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณขยะเพิ่มตามไปด้วย ในปี 2561 ประเทศไทยมีปริมาณขยะจำนวน 27.93 ล้านตัน เป็นขยะพลาสติกกว่า 2 ล้านตัน

ที่ผ่านมาขยะพลาสติกถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร้าย แต่ข้อดีของพลาสติกคือมีความใส น้ำหนักเบา  มีความเหนียว ทนต่อแรงกระแทก โอกาสเปราะแตกมีน้อยมาก ที่สำคัญปลอดภัย เพราะในการนำมาบรรจุสินค้าต่างๆช่วยป้องกันการซึมผ่านของก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกได์ได้เป็นอย่างดี คุณสมบัติการขึ้นรูปทรงต่างๆได้หลากหลาย และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้ รวมถึงขวด PET1 สามารถนำมารีไซเคิลได้ แต่ต้องมีการแยกขยะให้ถูกต้อง ปัจจุบันการรีไซเคิลขวด PET ในประเทศไทยสามารถดำเนินการได้ประมาณ 80% โดยมีบางส่วนที่ตกค้างไปตามแม่น้ำลำคลอง ทะเล และบ่อขยะต่างๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อโลกตื่นตัวรักษาสิ่งแวดล้อม การลด ใช้ซ้ำ นำขยะกลับมาใช้ใหม่เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนรณรงค์กันอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะภาคเอกชน องค์กรห้างร้านขนาดใหญ่ ทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะในการดำเนินธุรกิจมีความใกล้ชิดกับผู้บริโภคอยู่แล้ว เมื่อทำโครงการต่างๆจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง และในส่วนผู้บริโภคเองก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือที่ร้าน

BACK TO TOP