ทำไมกลุ่มมิลเลนเนียลจึงมีความน่าสนใจในสายตาผู้ประกอบการอสังหาฯ ในอาเซียน? - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Economic Outlook
  • Entrepreneurs
  • News
  • Other
  • Property >
  • ทำไมกลุ่มมิลเลนเนียลจึงมีความน่าสนใจในสายตาผู้ประกอบการอสังหาฯ ในอาเซียน?

ทำไมกลุ่มมิลเลนเนียลจึงมีความน่าสนใจในสายตาผู้ประกอบการอสังหาฯ ในอาเซียน?

DDproperty

กลุ่มคน Millennials (มิลเลนเนียล) หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม Gen Y ด้วยสัดส่วนจำนวนประชากร 27.4% ในประเทศไทยที่เกิดราว ปี ค.ศ.1984-1996 (อ้างอิง UN Population Division – Jan, 2016/ World Bank data) ได้เข้ามามีอิทธิพลในโลกยุคใหม่ทั้งต่อด้านเศรษฐกิจและสังคม คาดว่าในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้านี้ กลุ่มคนมิลเลนเนียลจะกลายเป็นคนส่วนใหญ่เข้าสู่การทำงานแทนที่คนเจเนอเรชันเดิม โดยมาพร้อมกับไลฟ์สไตล์ที่มีลักษณะเฉพาะตัว ตามการหล่อหลอมของสภาพสังคมเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21 จากหลายงานวิจัยได้ค้นพบว่าคนกลุ่มมิลเลนเนียลจะให้คุณค่ากับการพัฒนาตัวเอง และหาสมดุลการใช้ชีวิต ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่ทำงาน แต่จะให้ความสำคัญกับการดึงศักยภาพของตนไปสู่ความสำเร็จในการทำสิ่งต่างๆ พร้อมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

นอกจากนี้กลุ่มมิลเลนเนียลยังเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าวิถีชีวิตของพวกเขาได้ผูกพันธ์อยู่กับการใช้เทคโนโลยีที่เข้ามาพลิกโฉมการทำกิจกรรมต่างๆ ให้สะดวกสบายมากขึ้น ลักษณะไลฟ์สไตล์นี้เองที่ส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ด้วยเช่นกัน เพราะกลุ่มมิลเลนเนียลกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้ซื้อหลักในตลาดที่อยู่อาศัย ดังที่เริ่มปรากฏให้เห็นในปัจจุบันและจะเห็นชัดเจนมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

 

หากกล่าวถึงลักษณะการอยู่อาศัยของกลุ่มมิลเลนเนียลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่าส่วนใหญ่มักจะยังอยู่อาศัยกับครอบครัว เนื่องจากอิทธิพลทางสภาพเศรษฐกิจและวัฒนธรรมเอเชีย แต่ทั้งนี้กลุ่มมิลเลนเนียลมีแนวโน้มจะซื้อที่อยู่อาศัยของตัวเองในอนาคต จากการสำรวจในรายงาน PropertyGuru Consumer Sentiment Survey ครึ่งปีแรก 2561 พบว่าตัวอย่างกลุ่มมิลเลนเนียลในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย) เกินกว่า 50% วางแผนจะย้ายออกไปอยู่อาศัยเองภายในปีหน้า โดยประเทศอินโดนีเซียมีจำนวนสูงสุดคือ 87% รองลงมาคือมาเลเซีย 72% และสิงคโปร์ 66% ตามลำดับ ทำให้ต้องเก็บออมในสถานการณ์ปัจจุบัน

ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มมิลเลนเนียลจำนวนไม่น้อยที่เริ่มหาซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองบ้างแล้ว จากการมีการงานที่มั่นคงก่อเกิดกำลังซื้อที่สามารถเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์รูปแบบต่างๆ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม สำหรับการเลือกที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ นั้น กลุ่มมิลเลนเนียลมักเลือกรูปแบบที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง คำนึงถึงความชอบ การเดินทาง ทำเล ขนาด และราคาที่เหมาะสมเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีมิลเลนเนียลบางกลุ่มที่สนใจเช่าที่อยู่อาศัยมากกว่าวางแผนซื้อ เนื่องจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น ยังมีข้อจำกัดทางสถานะการเงิน ทำให้ไม่สามารถซื้อบ้านได้ ต้องการดูแลพ่อแม่ ไม่ต้องการแต่งงาน และมีแนวโน้มย้ายที่อยู่อาศัยบ่อยไปตามสถานที่ทำงาน เป็นต้น ทำให้ตลาดเช่ายังเติบโตได้ด้วยแรงซื้อของกลุ่มมิลเลนเนียลกลุ่มนี้

จากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 (DDproperty Consumer Sentiment Survey 1H 2018) สำรวจพบกลุ่มมิลเลนเนียลในไทยมีทั้งที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่และอาศัยอยู่คนเดียว อัตราส่วนใกล้เคียงกันคือ 50% และกลุ่มคนที่มีแผนจะย้ายออกไปอยู่อาศัยเองในปีหน้า 49% นับว่าเป็นตัวเลขที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักจากสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจาก 2 เหตุผลหลัก คือ ต้องการดูแลพ่อแม่ ทำให้ 64% ของกลุ่มมิลเลนเนียลยังเลือกที่จะอาศัยอยู่กับพ่อแม่หรือครอบครัว สาเหตุรองลงมาคือ 52% สภาพทางเศรษฐกิจที่ทำให้คนกลุ่มมิลเลนเนียล ยังไม่มีกำลังซื้อมากพอ จึงต้องรอดูสถานการณ์ต่อไปอีกระยะหนึ่ง

ในขณะเดียวกันผลการสำรวจยังพบว่า กลุ่มมิลเลนเนียลในประเทศไทย 65% มีการวางแผนออมเงินในแต่ละเดือน เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยและย้ายออกไปอยู่เอง ก่อนอายุ 35 ปี สอดคล้องกับข้อมูลการสำรวจในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ที่มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้จากข้อมูลที่กล่าวไปเบื้องต้นทำให้เห็นภาพกลุ่มมิลเลนเนียลในการก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักที่สำคัญของสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคตอันใกล้นี้ แม้ว่าปัจจุบันในประเทศไทยกลุ่มมิลเลนเนียลจะยังอาศัยอยู่กับครอบครัวและยังไม่มีแผนซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองมากนัก แต่คาดว่าอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้กลุ่มมิลเลนเนียลจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนสถานะเป็นแรงงานหลักในสังคม สามารถเก็บออมและสร้างได้รายได้จากการทำงานได้อย่างเต็มที่มากขึ้น แน่นอนว่าย่อมก่อเกิดการบริโภครูปแบบใหม่ที่ค่อยๆ เปลี่ยนโฉมการบริโภคของคนเจเนอเรชันก่อน

นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาวอีกด้วย เพราะคนกลุ่มนี้จะเข้ามาครองตลาดเป็นกำลังซื้อหลักที่สำคัญ โดยคาดว่าระดับราคาที่พวกเขาสามารถเข้าถึงได้อยู่ที่ 1-4 ล้านบาท และมีความสนใจที่อยู่อาศัยที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว เน้นความสะดวกสบาย ดังนั้นบรรดาผู้ประกอบการจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวตาม พร้อมผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับแผนการตลาดและผลิตภัณฑ์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น ไม่แน่ว่ากลุ่มมิลเลนเนียลจะเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่ช่วยผลักดันให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เติบโตกว่าในสถานการณ์ปัจจุบันก็เป็นได้

DDproperty.com เว็บไซต์สื่อกลางอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่ง ที่รวบรวม ทิปส์ในการซื้อขายอสังหาฯ และรีวิวโครงการใหม่ ทั้งไทยและอังกฤษ ไว้กว่า 10,000 บทความ

BACK TO TOP